น้ำดื่ม และเรื่องน้ำประปาญี่ปุ่นดื่มได้

posted by Granun Giraboonyanon 12th, 2014

น้ำดื่ม และน้ำประปาญี่ปุ่นดื่มได้  Japan Drinking water in Singha Bottle

ไปเที่ยวญี่ปุ่นรอบนี้ บอกที่บ้านว่าไปที่ญี่ปุ่นน้ำประปาเค้าดื่มได้ เป็น น้ำดื่ม ที่สะอาด น้ำดื่มปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องซื้อ เนื่องจากพาครอบครัวไปด้วยครั้งแรก เลยต้องสอนให้พกขวดน้ำดื่มเปล่าไว้ด้วย เพราะว่าเด็กๆเค้าก็เลยเตรียมขวดน้ำดื่มเปล่าที่บ้านไป เป็นขวด น้ำดื่มสิงห์ รุ่นใหม่ แบบใหม่ ขวดกลม ที่ขนาดเล็กลง กระทัดรัดพกพาสะดวกขึ้น ที่จริงๆ ก็เป็นขวดสิงห์อันที่เพิ่งซื้อมามาหยกๆ นั่นแหละ เลย ซื้อแล้วเด็กๆ ก็เลยคว้าติดกระเป๋าไปด้วย

น้ำดื่ม

น้ำดื่ม

น้ำดื่ม

น้ำดื่ม

น้ำดื่มตราสิงห์ ดีไซน์ใหม่ เพิ่งซื้อมาตอนวันไปว่ายย้ำกับเด็กๆ ก่อนไปญี่ปุ่น

สิ่งที่แตกต่างมาก สำหรับ น้ำดื่ม ในบ้านเราก็คือ ในบ้านเรา ก็บอกว่าน้ำประปาดื่มได้ เป็น น้ำดื่มสะอาด น้ำดื่มปลอดภัย ที่ แต่เราไม่ค่อยมีใครกล้าดื่มกันจริงๆ จังๆ จะดื่มก็แบบในขวด คือต้องซื้อน้ำดื่มทาน ที่บ้านก็ดื่ม น้ำดื่มสิงห์ บ้านเราเป็นแบบนี้ถึงเห็นน้ำดื่มบรรจุขวดออกมาขายมากมายหลายยี่ห้อ จนเลือกซื้อกันไม่หวาดไม่ไหว ที่จริงอาจเป็นเพราะบ้านเราขาดความเชื่อมั่นในน้ำประปาของเรามายาวนานจนแก้ไม่หาย และที่จริงความเชื่อมั่นในน้ำขวดบ้านเรากลายเป็นพฤติกรรมความคิดนึง ที่ส่งผลต่อการตลาดน้ำดื่ม และการแข่งขันของน้ำดื่มบรรจุขวดหลากหลายยี่ห้อมากๆ

น้ำดื่ม

น้ำดื่มสิงห์

น้ำดื่ม

น้ำดื่ม หาได้ทั่วไปในที่สาธารณะ เอามากรอกเติมไว้ดื่มระหว่างทาง

น้ำดื่ม

น้ำดื่ม ในญี่ปุ่น สะอาด ดื่มได้สบายใจ

น้ำดื่มสิงห์

น้ำดื่ม เย็น สดชื่น สะอาด

น้ำดื่ม

น้ำดื่ม น้ำดื่มสะอาด

Singha drinking water

แต่ในญี่ปุ่น คำว่า น้ำประปาดื่มได้ เป็นเรื่องที่คนญี่ปุ่นเชื่อใจและนำมาดื่มทานเป็นปกติแล้วก็ยังมีรสชาติอร่อย นำมาปรุงอาหารได้ดี อาหารทุกร้านในญี่ปุ่นที่ต้องใช้น้ำก็ใช้น้ำประปา ไม่ว่าจะซุปข้าวแกงกระหรี่ อุด้ง ไปจนถึงร้านภัตตาคารใหญ่ๆ ชั้นดีเขาก็ใช้น้ำประปาของเขา เป็นน้ำคุณภาพดี น้ำดื่มสะอาด น้ำดื่มปลอดภัย ที่ทุกคนในประเทศวางใจและเชื่อมั่นได้จริงๆ จนส่งผลมาถึงนักท่องเที่ยวอย่างเราก็กล้าดื่มตามไปด้วย

ที่มากกว่านั้นก็คือ ในที่สาธารณะ ในสวนสาธารณะ ก็จะมักมีที่ดื่มน้ำ ให้สำหรับคนที่ผ่านทางและหิวกระหายน้ำมาดื่ม เป็นมุมดีดี ที่สวย และชื่นฉ่ำ เย็น สดชื่น และเป็นความรู้สึกดีดี ในสภาพแวดล้อมที่ยากจะเจอในบ้านเรา ตลอดทางถ้าเราเจอเราก็จะแวะกรอกน้ำไว้ดื่มกันตลอดทาง อารมณ์ความสุขในการดื่มน้ำสาธารณธแบบนี้หาดูยากมากๆ ก็เลยถ่ายเก็บไว้ดู

น้ำดื่มสิงห์

น้ำประปาญี่ปุ่นดื่มได้

อีกเรื่องของที่บ้าน คือ เรื่องของความเคยชินในการใช้น้ำ ถ้าเป็นเมืองไทยแฟนเค้าก็จะมี น้ำดื่มสิงห์ ติดกระเป๋าไว้ขวดนึงเสมอ เพราะเวลาชงนมให้ลูก หรือสำหรับใส่ขวดน้ำให้ลูกชายคนเล็กดื่ม เราจะค่อนข้างระวังมากๆ เวลาที่ออกไปนอกบ้านไกลๆ แฟนเค้าจะต้องพก น้ำดื่มแบบขวดใส่สำรองไว้ด้วยเสมอ เผื่อหาน้ำไม่ได้ เพราะเด็กเวลาหิวน้ำอดทนไม่ได้เหมือนผู้ใหญ่ เป็นอารมณ์คุณแม่ที่พิถีพิถันและใส่ใจน้ำที่ลูกดื่มมากๆ

น้ำดื่ม

น้ำดื่มในที่สาธารณะ

พอเป็นการเดินทางในญี่ปุ่น เราไม่ได้ซื้อน้ำ แต่การกรอกน้ำใส่ขวดติดกระเป๋าก็ยังอารมณ์คล้ายๆกัน เพราะลูกชายเตรียมขวดเปล่าที่บ้านมาไว้ใส่น้ำดื่มระหว่างทางตามที่สอนพอดี ถ่ายรูปออกมาก็เหมือนอารมณ์พกพาน้ำสิงห์ไปด้วยทุกที่ ที่จริงขวดใหม่ของสิงห์เค้าออกแบบสวยดี Japan Drinking water in Singha Drinking water Bottle เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงการลดปริมาณพลาสติกต่อขวดลง ยิ่งลดการใช้มาก ก็ลดมลภาวะมากขึ้น เป็นแนวคิดที่ดี ที่ไม่ยึดติดในรูปลักษณ์ และการคงดีไซน์แบบเดิมๆ แต่คำนึงถึงความพร้อมในการคิดถึงส่วนรวมมากขึ้น เล่าเสียยาวเลย แต่ก็เพราะประทับใจวิธีคิด เพราะทำแล้วก็ไม่เห็นว่าสิงห์เขาจะโปรโมทเอาดีเข้าตัว ก็ทำเงียบๆแบบที่รู้ว่าฉันทำอะไรเพื่ออะไร เพื่อสังคมยังไง มีหลายโครงการที่เขาทำแบบนี้ ซึ่งถ้าทำดีต่อสังคม ก็ควรที่เราจะชื่นชม

Singha Drinking water

Singha Drinking water

ย้อนกลับมาเรื่องญี่ปุ่น บ้านเขาทำอย่างไร มีมาตรฐานคุณภาพ และใส่ใจการผลิตอย่างไร ความจริงจังในคุณภาพจนรู้สึกได้ และพิสูจน์ได้ ส่งผลให้คนทั้งชาติเค้าเชื่อมั่น กล้าทานกล้าดื่มน้ำประปา บ้านเรา หน่วยงานรัฐ วิสาหกิจทำอย่างไร  ทำไม การประปาลงงบโฆษณาแล้วลงงบประชาสัมพันธ์อีก คนในชาติเราก็ยังขาดความเชื่อมั่นที่จะดื่ม ทำไมมันต่างกัน สิ่งเหล่านี้ ถ้าคนในบ้านเราที่มีความรับผิดชอบ ตีโจทย์ไม่แตก คงจะไม่สามารถสร้างได้ทำได้ ทั้งๆ ที่ควรจะถึงเวลาที่คนในชาติของเราทุกคน ควรจะเริ่มต้น คุณภาพชีวิตดีดีให้กับบ้านเราสักทีครับ ไปเที่ยวมากเห็นมาก เปรียบเทียบมาก ก็ทำให้มีความคิดสารพัดขึ้นมาจริงๆ

น้ำดื่มสิงห์

น้ำดื่มสะอาด น้ำดื่มสิงห์

อยู่ญี่ปุ่น ไม่ต้องซื้อน้ำ ดื่มน้ำประปาที่ไหนก็ได้ พกขวดน้ำเปล่า ติดไว้กรอกให้เต็ม พกพาไปไหนๆ ก็ดื่มได้ อยู่บ้านเรา ไม่กล้าดื่มน้ำประปา พก น้ำดื่มสิงห์ Singha drinking water ไว้ดื่มตลอด ช่างแตกต่างกันจริงหนอชีวิต

 

น้ำดื่มสิงห์

น้ำดื่มสิงห์ น้ำดื่มสะอาด น้ำดื่มปลอดภัย

เที่ยวญี่ปุ่น แชร์ประสบการณ์ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องขอวีซ่า

posted by Granun Giraboonyanon 1st, 2013

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด แชร์ประสบการณ์ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไม่ต้องขอวีซ่า

เที่ยวญี่ปุ่น ตอนนี้ไปง่ายมากเลยครับ ไม่ต้องขอวีซ่านี่ เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด ลงไปอีกเยอะเลย วันแรกที่เปิดให้ใช้สิทธิ ก็ไปซื้อตั๋วเครื่องบินของการบินไทยเที่ยวเช้าเที่ยวแรกของวันที่ 1 มาเมื่อวาน (30 มิย.)สดๆ วันนี้ 1 กค.) เดินทางมาเดินเล่นญี่ปุ่นได้เรียบร้อย ถึงจะดูฉุกละหุกสักหน่อย แต่สนุกครับ หลังจากที่เดิมกำลังเริ่มโปรเจคใหม่ในฐานะ สุดยอดแฟนพันธุ์แท้การ์ตูนญี่ปุ่น พาเที่ยว “ตะลอนตามรอยการ์ตูน” และกำลังอยู่ในช่วงการเก็บข้อมูลลงพื้นที่

คลิกไลค์ แฟนเพจ Manga เก็บไว้ได้นะครับ มีอะไรดีดี แจ้งข่าวจะได้ทราบทัน

singha beer logoผู้ใหญ่ทางสิงห์ ได้ทราบข่าว และได้ตกลงให้การสนับสนุนโครงการนี้ให้เกิดขึ้นจริง และนำไปสู่ช่วงของการทำ Feasibility Study ให้เป็นจริงขึ้นมา

นอกจากนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ทางสิงห์ได้แนะให้ ผมถือโอกาสทดลองเดินทางในวันแรกที่เปิดการเข้าญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอ วีซ่า เพื่อเก็บเรื่องราวที่น่าจะเป็นประโยชน์มาฝาก แฟนๆ ที่รักญี่ปุ่นได้เตรียมตัวให้พร้อม ให้ถูกต้องก่อนไปด้วย อันนี้ผมว่าดีมากเลย ตอบตกลงเพราะไหนๆจะไปอยู่แล้ว ก็ทำให้ได้ประโยชน์กับคนอื่นด้วย

ขอขอบคุณทาง สิงห์ สปอนเซอร์ใจดีที่สนับสนุนให้ทดลองเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาบอกเล่าเพื่อนๆ ที่กำลังจะคิดเตรียมตัวไปญี่ปุ่นในรูปแบบใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 กค.นี้นะครับ

ภาพบันทึกการซื้อตั๋ว วันที่ 30 มิย. 2013 ก่อนออกเดินทางเช้าวันจันทร์ที่ 1 กค. ภายใต้สมมุติฐานว่า ถ้าเราจะเดินทางแบบปุบบับไปญี่ปุ่น ใน 24 ชม. จะเป็นไปได้ไหม

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ที่จริงก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ เหมือนกันครับ ระหว่างอยู่บนเครื่องก่อนถึงญี่ปุ่นก็ได้เจอคนไทยหลายคน ส่วนมากถึงแม้จะเปิดให้ไม่ต้องขอวีซ่ามาได้แล้ว แต่ทุกคนเลือกทำวีซ่าก่อนมาเพื่อความชัวร์เนื่องจากเป็นวันแรก และไม่อยากผิดพลาดไม่ต้องเดินทางกลับ เจอแต่ละคนแล้วก็รู้สึกว่าอาจไม่น่าง่าย

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด

ก่อนมาเมื่อวานก็ทำการบ้านทำแผนการเดินทาง และจองที่พักไว้ให้เรียบร้อย เผื่อทาง ตม.สอบถามจะได้พร้อมยื่นให้เค้า ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายครับ

แผนการเดินทาง โอกาสใช้น้อย แต่ก็ขอแนะนำให้ทำ โดยเฉพาะเพื่อนๆ สำหรับคนที่ไม่เคยเข้าญี่ปุ่นเลย หรือคนที่ไม่เก่งภาษา แนะนำให้ทำสำรองไว้ครับ ใครที่กลัวเค้าถามแล้วอธิบายไม่ได้ ก็จดรายละเอียดที่พัก เบอร์โทรไว้ สำหรับกรอกใส่ในใบผ่าน ตม. (ที่จะให้บนเครื่องบิน) ให้ชัดเจน (มีอธิบายแถมข้างท้าย)

ถ้ามีแผนการเดินทาง กับรายละเอียดที่พัก ไว้ เวลา ตม. ถามก็พร้อมยื่นให้เค้า ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายครับ

แต่เอาเข้าจริงแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเราไปเที่ยวเชียงใหม่ หรือภูเก็ตเลย เพราะผ่าน ตม.ชิวมากๆ ผ่าน ตม.ฉลุยแบบไม่ได้ใช้เอกสารที่เตรียมเพิ่มไว้เลย แบบว่าสะดวกราบรื่นจนตกใจครับ ตม.ที่นี่พร้อมรับกับคนไทยในวันแรกที่อนุญาตให้ไม่ต้องขอวีซ่ามากๆ แค่กรอกเอกสารที่ได้บนเครื่องตามปกติเท่านั้นเอง และก็รอคิวยื่นตามปกติครับ ญี่ปุ่นไปง่ายนิดเดียวแล้วตอนนี้ ดีที่ตัดสินออกเดินทางเที่ยวแรกของวันนี้เลย เพราะอยากเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เข้าญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอวีซ่า (ฮา)

ขอขอบคุณ สปอนเซอร์ใจดีอย่าง สิงห์ ที่สนับสนุนทริปนี้นะครับ เคสตัวอย่างสดๆจากทริปนี้ น่าจะช่วยทำให้หลายๆ คนที่สนใจอยากเดินทางไปญี่ปุ่นโดยไม่ต้องขอวีซ่า มีความมั่นใจในการเดินทางมากขึ้น และขอย้ำนะครับเอกสารที่เตรียมสำหรับใช้ประกอบ ไม่ว่าจะต้องยื่นหรือไม่ก็ควรทำไว้ครับ เผื่อถ้าเกิดเขาถามถึงก็จะทำให้ราบรื่นง่ายขึ้น

มือใหม่ หัดไปครั้งแรก อาจงงๆหน่อยกับเอกสารกรอกที่แจกบนเครื่องก่อนลง 2 ใบ คือ ของ ตม. และ ศุลกากร อย่าลืมเตรียมตัว ผมแนบไกด์ไว้ให้แล้วด้านล่าง

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

สิ่งที่สำคัญคือ 4 ข้อนี้ครับ ที่ะทำให้ทุกท่านผ่านฉลุย ตม.ญี่ปุ่นเข้าไปเที่ยวได้อย่างบันเทิงเริงใจ
1. ตั๋วเครื่องบินกลับ โดยเฉพาะที่ระบุวันกลับชัดเจน
2. จำนวนเงินที่ถือและได้กรอกแจ้งในในเอกสาร ตม. มีความสมน้ำสมเนื้อกับจำนวนวันที่อยู่ (มีบัตรเครดิตสำรองไว้ก็ดี เผื่อโชว์ให้เห็นกรณี ตม.เห็นว่าว่าเงินน้อย แต่เรามีบัตรเครดิตเสริมน้ำหนัก)
3. ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์อ้างอิงที่พักเรา ที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ ยิ่งมีหลักฐานการจอง การจ่ายเงินยิ่งชัดเจนเป็นเรื่องเป็นราว
4. กำหนดการที่เราจะเดินทางในญี่ปุ่น ทำให้เขาเห็นการวางแผนการเดินทางที่ชัดเจน

ของ ผมแสดงแค่ 3 อย่างแรกครับ น่าจะชัดเจนพอแล้ว ตม.เลยไม่ขอ ข้อ 4

แต่สำหรับคนที่ไม่เคยมีประวัติเข้าญี่ปุ่นเลย 3 ข้อแรกสำคัญสุดครับ 3 ข้อแรกสำคัญสุดครับ
– ตั๋วเครื่องบินกลับ
– เงินที่ถือไปและได้กรอกแจ้งใน เอกสารผ่าน ศุลกากร.* ที่แจกให้กรอกบนเครื่องบินก่อนเข้าเมือง 5 วันเอาไปเกิน 2 หมื่นบาท(แลกแล้ว) ก็ฉลุยแล้วครับ
– หลักฐานการจองที่พัก รวมทั้งจดที่อยู่ เบอร์ของที่พัก อย่าลืมจดไว้ สำหรับไว้กรอกลงในเอกสารผ่าน ตม. ที่เค้าให้กรอกบนเครื่องก่อนลง

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

เที่ยวญี่ปุ่น

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ข้อ 4 ยังแนะนำให้ทำอยู่ ในกรณีที่ 2 หรือ 3 เผื่อ ตม.ดูแล้ว ตม.อยากถามรายละเอียดเพิ่มเติม เอกสาร ข้อ 4 จะช่วยให้คุณตอบคำถามเค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาที่หน้า ตม. นานมาก

เอาเข้าจริงส่วนมากผ่านฉลุย ชิวๆครับ มั่นใจได้เลย ว่าทาง ตม.สนองตอบนโยบายนี้ที่ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

และทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ หนึ่งในคนไทยกลุ่มแรกที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นแบบไม่ขอวีซ่า ในวันที่ 1 กค. ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศด้วยวิธีนี้ได้ โดย TG 676 ของการบินไทย ไปญี่ปุ่น เที่ยวแรกตอนเช้า 7.35 น.และได้เดินทางเข้าญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้วด้วยความสะดวกและประทับใจมากๆ

รายงานสดจาก อิเคบุคุโร่ ประเทศญี่ปุ่น ค่ำวันที่ 1 กค. และหวังว่าข้อมูลนี้จะได้แชร์เป็นประโยชน์กับนักเดินทางที่รักญี่ปุ่นทุกท่านครับ

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด

 

เพิ่มเติมภาพ ให้คนที่คิดจะเดินทางอุ่นใจครับ

เที่ยวญี่ปุ่น

คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องมีวีซ่าได้แล้ว

ตอนนี้ ผมเดินทางมาถึงที่ญี่ปุ่น และเข้าประเทศเรียบร้อยแล้ว ในโจทย์การเดินทางที่หลายๆคนน่าจะกำลังอยากทราบ และจะได้เตรียมตัวเตรียมพร้อมก่อนไป รอติดตามอ่านประสบการณ์การเดินทางและการเตรียมตัวเดินทางในรูปแบบใหม่ครับ มาถึงปุ๊บเขียนเลย..55

เที่ยวญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด ด้วยตัวเอง

EGAT UNSEEN EXPLORE โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา

posted by Granun Giraboonyanon 15th, 2014

EGAT UNSEEN EXPLORE เที่ยว ”โรงไฟฟ้าพลังน้ำใต้ดิน“ แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย

ทริปนี้ เป็นทริปพิเศษ เนื่องในครบรอบ 45 ปี การไฟฟ้าครับ ได้รับคำเชิญให้ไปร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ใต้พิภพ “โรงไฟฟ้าลำตะคองชลประภาวัฒนา” 30 – 31 สิงหาคม 2557 ก็เลยถามไปว่าไปเป็นครอบครัวได้ไหม ทางทีมงานตอบรับ และให้ความสะดวกครอบครัวเราทุกอย่าง ให้เดินทางในฐานะ ครอบครัวตะลอนกิน ที่เดินทางท่องเที่ยวและกินกันแบบครอบครัวจริงๆ คือ ยอมรับคอนเซปต์รูปแบบของเราที่ยึดหลักการเดินทางแบบครอบครัว เป็นประสบการณ์ครอบครัวจริงๆในการเดินทาง ถือว่าให้เกียรติมากๆ ขอบคุณอย่างเป็นทางการ มา ณ ที่นี่ด้วยครับ

หลังจากนั้นก็ ตั้งตารอ อดใจรอไปงานนี้กัน เด็กๆ ก็ตื่นเต้นมากเพราะเพิ่งดูกอดซิลล่ามาหมาดๆ ยังติดตาภาพอุโมงค์ในโรงไฟฟ้าช่วงต้นเรื่อง พอเล่าว่ามีอุโมงค์แบบนี้จริงในบ้านเราแล้วจะได้ไปดู เด็กๆก็ตื่นเต้นกันมาก ตั้งตารอจะไปเห็นกันเลย

การไฟฟ้าฝ่ายผลิต

ทริป EGAT UNSEEN EXPLORE

วันงานเริ่มออกเดินทางและลงทะเบียน มีกระเป๋า EGAT UNSEEN EXPLORE ให้มาด้วย มีอุปกรณ์ครบทั้งหนังสือ สมุดจด เสื้อกันฝน ไปจนถึงอุปกรณ์เท่ๆที่สำคัญมากที่สุดนั่นคือหมวกวิศวกร ที่เป็นหมวกเซฟตี้เพื่อความปลอดภัยมาพร้อมกับไฟฉายติดหมวกอลังการมากๆ ตลอดการเดินทางใจจดใจจ่อมากๆอยากลงไปดูอุโมงค์ใต้พิภพ 350 เมตรลงไป จะเป็นยังไง เป็นครั้งแรกที่เพิ่งทราบว่าบ้านเรามี โรงไฟฟ้าพลังน้ำใต้ดิน ที่มีคุณภาพการผลิตไฟฟ้าสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของโรงไฟฟ้าแล้ว เห็นว่าในอนาคต กำลังการผลิตไฟฟ้าจะสูงกว่าเขื่อนภูมิพลเสียอีกครับ ปกติผ่านไปมานึกว่าเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำธรรมดาแต่ไม่ใช่เลย อลังการกว่านั้นมาก

โรงไฟฟ้าลำตะคองชลประภาวัฒนา

“โรงไฟฟ้าลำตะคองชลประภาวัฒนา” โรงไฟฟ้าพลังน้ำใต้ดินแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย

โรงไฟฟ้าลำตะคองชลประภาวัฒนา

โรงไฟฟ้าลำตะคองชลประภาวัฒนา

ได้พบ คุณปุ้ม, คุณเหมียว และคุณโจ๊ว จาก กฟผ. ส่วนกลาง แวะมาทักทายอย่างอบอุ่น ได้พบพี่หม่อง หรือคุณธาตรี ริ้วเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่มีอัธยาศัยรับแขกทุกคนที่เดินทางด้วยรอยยิ้มแจ่มใสและเป็นกันเอง และได้พบพี่อรวรรณทั้งตอนที่อยู่ในอุโมงค์ และในช่วงที่ไปทำบุญกับทางโรงเรียนบ้านหมูสี และได้ประทับใจกับการให้เกียรติของท่านผู้ว่าการไฟฟ้า ท่านสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ท่านผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่เป็นผู้ให้ความสำคัญสร้างสรรค์กิจกรรมดีดีแบบนี้ รวมทั้งลงไปรอต้อนรับพวกเราด้วยตนเอง ทำให้รู้สึกว่างานนี้อบอุ่นมากๆ ที่สำคัญเป็น UNSEEN จริงๆ เพราะไม่เคยรู้ว่าใต้ถนนมิตรภาพที่เราวิ่งกันอยู่บ่อยๆ มีโรงไฟฟ้าที่น่าทึ่งซ่อนตัวอยู่ ณ ผืนดินเบื้องล่าง พร้อมเทคโนโลยีที่ปลอดภัยจากการใช้พลังงานน้ำผลิตไฟฟ้าให้ประชาชนใช้อยู่แถมยังมีศักยภาพการผลิตสูงมากจนอยากให้ทำเพิ่มอีกหลายๆ เครื่อง

เปิดประสบการณ์ใหม่ใต้พิภพ “โรงไฟฟ้าลำตะคองชลประภาวัฒนา”

หลังจากที่ได้ผจญภัยในอุโมงค์ เด็กๆ กลับมาด้วยแรงบันดาลใจว่าจะไปเป็นวิศกรไฟฟ้า แถมคุยฉะฉานกับพี่ตากล้อง นับว่าพลังแรงบันดาลใจระอุร้อนกันเต็มเปี่ยมเลยจริงๆ

ทริปนี้คนไปจำนวนเยอะมาก ประมาณ 3 คันรถบัส เห็นใจทีมงานที่ต้องทำงานดูแลแขกทุกคนอย่างหนักหน่วง แต่ก็ดูแลด้วยรอยยิ้มและใส่ใจสนใจตลอดทาง เป็นเรื่องไม่ง่ายเลย แต่ว่าก็ผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งที่พัก อาหารการกิน จัดเต็ม มีดนตรีเพราะๆ มินิคอนเสิร์ทของน้องว่าน ธนกฤต ซึ่งเอาเวทีอยู่เสมอทุกครั้งที่ได้เจอแม้ในเวลาที่แขกทุกคนเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางก็ยังสนุกสนานไปด้วยจนตลอดงาน

โรงไฟฟ้าลำตะคองชลประภาวัฒนา

“โรงไฟฟ้าลำตะคองชลประภาวัฒนา” โรงไฟฟ้าพลังน้ำใต้ดินแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย

โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา คือชื่อเต็มของ โรงไฟฟ้าพลังน้ำใต้ดิน ที่นี่ และมีความเป็น 7 ที่สุดของประเทศไทยอยู่ ดังนี้ครับ

ที่สุดอันดับที่ 1 เป็นงานการเจาะภูเขาให้เป็นอุโมงค์ที่ยากที่สุด ที่ใช้เวลาในการขุดเจาะมากกว่า 2 ปี มูลค่า 15,000 ล้านบาท
ที่สุดอันดับที่ 2 เป็นโรงไฟฟ้าใต้ดินแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทย
ที่สุดอันดับที่ 3 เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ที่มี “กำลังการผลิตต่อเครื่อง” สูงที่สุดในประเทศไทย
ที่สุดอันดับที่ 4 มีปั๊มน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ที่สุดอันดับที่ 5 เป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้อ่างเก็บน้ำอยู่บนยอดเขาเล็กที่สุด และ
ที่สุดอันดับที่ 6 เป็นโรงไฟฟ้าอุโมงค์ท้ายน้ำที่ยาวที่สุด ซึ่งรับน้ำจากอ่างลำตะคองเข้าสู่โรงไฟฟ้า แต่ละอุโมงค์จะมีความยาว 1,430เมตร
ที่สุดอันดับที่ 7 เป็นโรงไฟฟ้าที่สามารถสั่งการและประสานควบคุมการเดินเครื่องระยะไกล บนเครือข่ายใยแก้วนำแสงความเร็วสูง

โรงไฟฟ้าลำตะคองชลประภาวัฒนา

โรงไฟฟ้าลำตะคองชลประภาวัฒนา

แต่มากกว่านั้น เป็นที่สุดของความคิดที่ตั้งใจหาทางผลิตพลังงานไฟฟ้าให้กับคนไทย ด้วยความคิดบนพื้นฐานพลังงานสะอาด ปลอดภัย โดยการคิด คำนวน และดำเนินการจนผลิตได้จริงพร้อมทั้งสามารถพัฒนาต่อเนื่องไปได้อีกมากมายในอนาคต สิ่งที่นี้เป็นที่สุดของความภูมิใจ ด้วยความรู้สึกยอมรับนับถือจริงๆว่า ถ้ามีโรงไฟฟ้าดีดีแบบนี้เยอะๆ ในบ้านเราน่าจะดีมากๆครับ

แถมท้ายว่า ได้เปลี่ยนทัศนคติหลายอย่างที่มีต่อการไฟฟ้า และเพิ่มความประทับใจมากมายกับเรื่องเรื่องราว UNSEEN ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตมากขึ้นจริงๆ ขอบคุณที่เปิดให้ได้รับชมมากๆครับ