ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปบอกว่าเมื่อวัตถุเคลื่อนที่จะทำให้ spacetime เกิดการกระเพื่อมออกไปมีลักษณะพริ้วเป็นระลอกคลื่่น คลื่นกระเพื่อมเหล่านี้เรียกว่า คลื่นความโน้มถ่วง ซึ่งมันจะสร้างโมเมนตัมเชิงมุมของระบบมากับตัวเอง จากการเคลื่อนที่ของวัตถุที่มีมวลต่าง ๆ กัน ในอวกาศ แต่เราไม่สามารถมองเห็นมันหรือรับรู้ได้ มาตลอดระยะเวลาร้อยกว่าปีตั้งแต่ ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ เกิดขึ้น แต่ก็มีความพยายามพิสูจน์การมีอยู่ของรอยพริ้วไหวในกาล-อวกาศนี้มาตลอด

gravity waves
In 2014, the Harvard-Smithsonian Center for Astrophysics found a faint signal in the cosmic microwave background radiation (CMB) that signifies the first direct evidence of gravitational waves ever discovered. Gravitational waves were the last untested part of Einstein’s general theory of relativity.
The Harvard-Smithsonian study spotted gravitational waves as ripples in space-time possible left over from the rapid expansion of the universe (called inflation) right after the Big Bang nearly 13.8 billion years ago.
Scientists working on the study found a distinct curling pattern in the CMB — the comic fog that fills the universe and represents the earliest detectable radiation — that further supports the idea that the universe went through a huge period of inflation a fraction of a second after the Big Bang.
– See more at: http://www.space.com/25088-gravitational-waves.html#sthash.Afw1kbSo.dpuf

ในวันที่ 11 ก.พ. 2016 มีการจัดแถลงข่าวถึงผลการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงของ LIGO ซึ่งถือเป็นการยืนยันความถูกต้องของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ และเปิดทางสู่สารพัดสิ่งใหม่ในการสำรวจจักรวาล (ที่จริงตรวจพบตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2015)

LIGO ย่อมาจาก Laser Interferometer Gravitational Wave Observatory ถูกสร้างขึ้นมา 2 ชุด ตั้งอยู่ที่แฮนฟอร์ด รัฐวอชิงตัน และที่ ลิฟวิงตัน ลอสแองเจิลลิส ทั้ง 2 ชุดนี้มีไว้ตรวจสอบซึ่งกันและกันเพื่อป้องกันปัญหาความผิดเพี้ยน

ที่จริงแล้ว การค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงแบบทางอ้อม เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ ปี 2536 เป็นผลงานรางวัลโนเบลของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน 2 คน คือรัสเซลส์ ฮัลส์ (Russell Alan Hulse) และโจเซฟ เทย์เลอร์ (Joseph Hooton Taylor) โดยทั้งคู่อาศัยการสังเกตคาบรังสีเอ็กซ์ของดาวคู่หนึ่ง ซึ่งมีดวงหนึ่งเป็นพัลซาร์และอีกดวงเป็นดาวนิวตรอน แต่ครั้งนี้เป็นการค้นพบทางตรง

คลื่นความโน้มถ่วง

When two black holes collide, they release massive amounts of energy in the form of gravitational waves that last a fraction of a second and can be "heard" throughout the universe – if you have the right instruments. Today we learned that the #LIGO project heard the telltale chirp of black holes colliding, fulfilling Einstein's General Theory of Relativity. NASA's LISA mission will look for direct evidence of gravitational waves. http://go.nasa.gov/23ZbqoEThis video illustrates what that collision might look like.

Posted by NASA Goddard on 11 กุมภาพันธ์ 2016

ผลการแถลงข่าว 22:30 ยืนยันการพบคลื่นความโน้มถ่วงจากหลุมดำ 2 แห่งจากระยะห่างจากโลก 1 พัน 3 ร้อยล้านปีแสง หลุมดำทั้งสองนี้ได้เข้า Merge หรือรวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ จากนั้นจะปล่อยคลื่นความโน้มถ่วงทีมีค่ามากพอจะตรวจจับได้ออกมา คลื่นนี้จะ “ยืด” กาล-อวกาศในด้านหนึ่ง และ “บีบ”  กาล-อวกาศในอีกด้านหนึ่ง สลับกันตามแนวที่คลื่นเดินทางไป ซึ่งเครื่อง LIGO ทั้ง 2 ชุดบนผิวโลกที่วางไว้ต่างสถานที่กัน สามารถวัดค่าการยืดหดของกาล-อวกาศที่เกิดจากคลื่นนี้ได้ด้วยเลเซอร์ทั้งสองแขนที่เปลี่ยนตำแหน่งลำแสงไปมา แม้จะน้อยมาก แต่ก็สามารถสรุปได้ว่า คลื่นความโน้มถ่วง ตามทฤษฏีสัมพัทธภาพทั่วไปนั้น “มีจริง” และสามารถวัดค่าได้ตรงๆ

รอติดตามความคืบหน้ากันต่อไปครับ

ที่มา
http://www.ligo.org/science/GW-Sources.php
http://www.space.com/25088-gravitational-waves.html
https://www.rt.com/news/332046-gravitational-waves-announcement-einstein/