เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตามหา Studio Zero ไปเจอนาข้าวใจกลางเมืองโตเกียว

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง สนุกที่สุดครับ รอบนี้ค้นหาสตูดิโอซีโร่ ก็ไปแบบเดินตะลอนจนทั่ว

Studio Zero : Fujiko Fujio & His friends.

Studio Zero : Fujiko Fujio & His friends.

ช่วงนี้ กำลังทำการบ้าน เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง โปรเจค ตะลอนตามรอยการ์ตูน อยู่ครับ พยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการ์ตูนหลายเรื่องและไปตามเก็บ ตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่จริง และวันนี้ก็ไปเดินเล่นใจกลางโตเกียว ชินจูกุ – ฮาราจูกุ และละแวกใกล้เคียง เพื่อตามหา สตูดิโอ ซีโร่ ในตำนาน ของ อาจารย์ ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ กับผองเพื่อน อย่าง อ.อิชิโนโมริ โชทาโร่ อ.ซูซูกิ ที่ทำการ์ตูน อนิเมทีวี เรื่องแรก คือ อตะตอม หรือเจ้าหนูปรมาณู ให้กับ อ.เทตสึกะ โอซามุ ครับ ต่อมาเรื่องนี้ถูกนำเอาเข้ามาฉายในไทยด้วย

ปีนี้ อ. ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ หรือที่ต่อมาเรารู้จักในนาม ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ ที่เกิดในปี 1933 ก็จะครบรอบ 80 ปี (1933-1996) ซึ่งทางญี่ปุ่นจะมีฉลองจัดงานที่ หอคอยโตเกียว กลางเดือน กค.นี้ ยาวไปจนถึงเดือน ตค. ผมเองก็เลยถือโอกาส 80 ปีนี้ทำอะไรที่คาใจมานานให้หายคาใจสักที ด้วยการ เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไป ตะลอน ตามรอยการ์ตูน ตามข้อมูลที่เรามีและเราอยากไปเห็นด้วยตา ของตัวเองมากมาย จุดแรกที่มีข้อมูลจริงๆ ที่เผอิญได้มาก็คือ ที่ สตูดิโอซีโร่ นี่ละครับ

เกร็ดน่ารู้เรื่องแรกที่ค้นมาก็คือ  นามปากกา  ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ
มาจาก ชื่อทั้ง 2 ท่านรวมกัน คือ ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ และ โมโตโอะ อาบิโกะ
ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ และ โมโตโอะ อาบิโกะ  เป็น ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ

นามปากกานี้ ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ใช้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การ์ตูนเรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่
และต่อมาพวกเขาก็ร่วมมือกันตั้งสตูดิโอที่ชื่อ ‘The Studio-zero’ ในปี 1963 เริ่มแรกเพื่อผลิตการ์ตูนให้กับ อ.เทตสึกะ โอซามุ เรื่อง อะตอม ก่อนที่ อ.เทตสึกะ โอซามุจะจัดตั้ง มุชิ โปรดั๊กชั่น ขึ้นมาดูแล และต่อมาหลังจากในปี 1964 นามปากกา ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ประสบความสำเร็จกับหนังสือการ์ตูนเรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่ (Obake-no Qtaro) ที่ลงในนิตยสาร โชเน็น ซันเดย์ ก็ผลิตการ์ตูนของตัวเองอย่างผีน้อยคิวทาโร่ ออกอากาศ โดยใช้สตูดิโอซีโร่ เป็นที่ผลิตการ์ตูนอนิเมชั่นของตนเองในเวลาต่อมาด้วยครับ ถือเป็นช่วงคลื่นลูกแรกของกระแสบูม ของอนิเมทางทีวี

ย้อนกลับมาที่ที่สตูดิโอ ซีโร่ ซึ่งพอดีผมได้ที่ตั้ง ดั้งเดิมมา ก็เลยอยากไปเดินหาจริงๆ ซึ่งทั้งที่ทราบว่าตึกเดิมถูกทุบทิ้งไปแล้วก็ยังอยากไป ณ จุดๆ นั้นสักครั้ง เป็นความต้องการต้องการส่วนตัวที่บ้าบอสิ้นดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังจะไป..(ฮา) ได้เอาไปโพสต์เล่าในพันทิปด้วยนะครับ สนใจตามไปอ่านกัน  http://pantip.com/topic/30692559

ตึกที่ว่าการเมืองโตเกียว

ผ่านไปเที่ยวญี่ปุ่น เดินเที่ยวโตเกียวรอบนี้ ไปเจอตึกอาคารสำนักงานใหญ่ Pasona ที่มีคอนเซปต์น่าสนใจมากๆ แต่ว่าวันนั้นเวลากระชั้นมาก เลยตั้งใจว่ากลับมาจะค้นข้อมูลเพิ่มเติม และก็ได้ได้ข้อมูลจาก inhabitat เพื่อเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

อ่านแล้วน่าทึ้งตรงที่ ตึกนี้ถูกพลิกโฉมในประเด็นการคิดแก้ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เกี่ยวกับความสามารถผลิตอาหารเอง ในเมืองใหญ่ที่ปกติไม่สามารถผลิตอาหารเองได้  และสร้างพื้นที่สำหรับผลิตอาหารขึ้นมาภายในอาคาร เพื่อเพิ่มศักยภาพการพึ่งพาตนเองทางด้านอาหาร

มารู้จักตึกนี้กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
Pasona-HQ-Kono-Designs-13 Pasona-HQ-Kono-Designs-14 Pasona-HQ-Kono-Designs-21Pasona-HQ-Kono-Designs-31

จากอาคารสำนักงานเก่าแก่กว่า 50 ปี ถูกปรับปรุงใหม่โดยบริษัท Kono Designs เพิ่มผนังไม้เลื้อยรอบอาคาร เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะเข้ามาภายใน และกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับพนักงานที่อยู่ภายในบริษัท มีพื้นที่สำหรับผลิตอาหารภายในอาคาร สำหรับการปลูกผักและผลไม้กว่า 200 ชนิด ทั้ง บร็อกโครลี่ ผักกาดหอม มะเขือเทศ และสามารถปลูกข้าวบนนาเทียม โดยใช้ใช้แสงสังเคราะห์จากหลอดไฟฟ้าแทนแสงอาทิตย์ ชวนให้นึกถึงโดราเอมอน ตอนที่โนบิตะกับโดราเอมอน ชวนกันไปทำนาข้าวกันเองในบ้านมากๆ

Pasona-HQ-Kono-Designs-51 Pasona-HQ-Kono-Designs-61

Pasona-HQ-Kono-Designs-41

Pasona-HQ-Kono-Designs-711 Pasona-HQ-Kono-Designs-91 Pasona-HQ-Kono-Designs-102

คิดๆ แล้วก็น่าทึ่ง ที่ญี่ปุ่นเค้าคิดอะไรก้าวหน้า คิดเผื่อกันซึ่งกันและกันไปจนถึงศักยภาพการผลิตอาหารในเมืองเพื่อเลี้ยงปากท้องผู้คน ที่อาจกลายเป็นต้นแบบในการผลิตอาหารในเมืองได้ในอนาคต จนสามารถปลูกข้าวได้ในอาคารจนเก็บเกี่ยวมาทานได้เรียบร้อย แต่ในประเทศไทยบ้านเรา ข้าวบ้านเรากลับกลายเป็นเรื่องที่ถูกเอานำมาใช้เป็นเรื่องการเมือง มุ่งจะปล่อยข่าวโจมตีกันโดยไม่คิดว่าจะสั่นสะเทือนประเทศไทยให้เสียภาพลักษณ์ไปในระดับโลก
Untitled-117

จนกระทั่งฟ้าหญิงท่านยังต้องทรงให้สถาบันวิจัยฯ ตรวจสอบและออกมาปกป้องประเทศ พระองค์ทรงอยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เวลา17.15 น.ตามเวลาท้องถิ่นของราชอาณาจักรสวีเดน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จออก ณ โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงสตอกโฮล์ม พระราชทานพระวโรกาสให้เอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงสตอกโฮล์ม นำข้าราชการสถานราชทูต และคนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงสตอกโฮล์มเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด เนื่องในโอกาสเสด็จประกอบพระกรณีกิจ ณ ราชอาณาจักร สวีเดน

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเป็นห่วงสถานการณ์ข้าวไทยที่มีบางประเทศในยุโรปเกรงว่าจะมีสารปนเปื้อนมา ในข้าว โดยมีพระดำรัสต่อคณะผู้เข้าเฝ้าว่า สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ทำการวิจัยเกี่ยวกับข้าวไทย ปรากฎว่า ข้าวไทยเป็นข้าวที่มีคุณภาพและไม่มีสารปนเปื้อน ซึ่งแตกต่างจากข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการปนเปื้อนจากสารหนู

“ข้าวไทยนั้นไม่มีสารพิษจริง ๆ เป็นข้าวที่มีคุณภาพ แต่ข้าวที่มีสารพิษนั้นเป็นข้าวต่างประเทศ โดยย้อมแมวว่าเป็นข้าวไทย ทำให้ต่างประเทศเข้าใจผิดว่าข้าวไทยมีสารพิษ อาร์ซีนิค คือสารหนูนั่นเอง สารพิษอาร์ซีนิคจะมีอยู่ในดิน ในน้ำ ทำให้สุขภาพเสีย ลุ่มแม่น้ำโขงก็มีมากมาย เพราะฉะนั้นต้นข้าวก็ต้องดูดเอาสารพิษนี้ขึ้นไป ข้าวของไทยนั้นขอให้พวกเราภูมิใจได้ว่าข้าวไทยเราเป็นข้าวคุณภาพ”