กำเนิดโดราเอมอน 1969-1970
เรื่องของโดราเอมอนเริ่มต้นขึ้นจากการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าของ สนพ.ว่า อ.ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ (1 ใน 2 คนเขียนที่ใช้นามปากกา ฟูจิโอะ ฟูจิโกะร่วมกัน) จะมีเรื่องใหม่ ในต้นปี 1970 ทั้งที่จริง อ. ยังไม่ได้นึกและ ยังนึกไม่ออกเลยครับ

ไอเดียของโดราเอมอนเกิดขึ้นมาโดยบังเอิญ ในเดือน พฤศจิกายน 1969 จากตุ๊กตาล้มลุกที่เป็นของเล่นของลูกสาว อ.ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ + กับ กัน ก่อนที่ อ.ฟูจิโมโตะ จะไปตามคู่หูเพื่อนซี้ อ. อ.อาบิโกะ กลับมาช่วยกับร่าง ช่วยกันเขียนอีกครั้ง หลังจากเพิ่งยุบ Studio Zero สตูดิโอที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยรองรับการผลิตงานอนิเมะทางทีวี เรื่องอะตอม ของ อ.เทตสึกะ โอซามุ รวมกับเพื่อนๆสนิทๆหลายๆคน รวมถึง อ. อิชิโนโมริ โชทาโร่ด้วย และต่อมาก็ได้ผลิตงานอนิเมของตัวเอง อย่างผีน้อยคิวทาโร่ ปาร์แมน และอีกหลายต่อหลายเรื่อง จนถึงช่วงอิ่มตัวและต้องยุบสตูดิโอซีโร่ (เริ่มจากศูนย์กลับไปสู่ศูนย์) ในปี 1969

การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในนามปากกา ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ กับการเขียนโดราเอมอน คราวนี้ ประสบความสำเร็จอย่างสูง หลังจากการตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนมกราคม 1970 โดราเอมอนได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามถึงขนาดที่ มี สนพ.ต่างๆขอไปลงเพิ่มขึ้น จาก 4 จนถึง 9 สนพ. ในเวลาเดียวกัน (จนทำให้การรวมต้นฉบับให้ครบในเวลาต่อมาไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยทีเดียว)
วันเกิดของการ์ตูนโดราเอมอน กับโดราเอมอนในเรื่องไม่ตรงกันนะครับ เพราะโดราเอมอนถูกกำหนดให้เล่นกับเลข 129.3 ซึ่งเป็นส่วนสูงเฉลี่ยของ เด็ก ป.4 ในญี่ปุ่น วันเกิดที่ถูกกำหนดขึ้นจึงเป็น วันที่ 3 เดือน 9 ปี 2112 หรือ 3 กันยายน 2112
(นอกนั้นยังมีความพ้องเป็นพิเศษกับวันเกิดของ อ. ฮิโรชิ ด้วย เพราะ อ.เกิด วันที่ 1 เดือน 12 ปี 1933 หรือปีโชวะที่ 8 (昭和8年) และเป็น ปีจักรพรรดิ ปีโคกิที่ 2593 (皇紀2593年)
ส่วนวันเกิดของโนบิตะก็คือวันที่ 7 สิงหาคม 2507 ครับ

เกร็ดเพิ่มเติมอีกนิด ซิซูกะเกิดวันที่ 15 พค. ส่วนไจแอนท์เกิดวันที่ 15 มิย. ครับ
หลังจากนั้น(ไว้มีโอกาสจะมาเล่าเพิ่มเติมอีกครับ)ก็น่าจะเป็นข้อมูลที่ทราบๆกันดีถึงตำนานอันยิ่งยงของโดราเอมอน ทั้งในญี่ปุ่น และความดังเมืองไทยขนาดที่ได้เอาไปลงใน สนพ.พิมพ์ นับเป็นยุคเฟื่องฟูของการ์ตูนสุดๆยุคนึงในเมืองไทยยุคหนึ่งทีเดียวครับ


การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสิ่งประดิษฐ์ถูกนำเสนออกมาเรื่อยๆ และหลายครั้งเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจากเดิมจนจำสิ่งที่เคยเกิดขึ้นไม่ได้ และคนรุ่นใหม่นึกภาพไม่ออกเลยเช่น ยุคของฟิลม์ที่โกดักและฟูจิเป็นผู้ครองตลาดอย่างยาวนาน เปลี่ยนแปลงจนไม่เหลือเค้าของยุคฟิลม์ถ่ายรูปเฟื่อง เหลือการใช้งานในขอบเขตที่จำกัด ยุคของเพจเจอร์ที่มาไล่ๆกับมือถือ แต่ปัจจุบันไม่เหลือเสี้ยวของความทรงจำสำหรับเด็กรุ่นใหม่
แม้กระทั่งตัวมือถือเองก็เกิดนวัตกรรมใหม่อีกระลอก การออกแบบใหม่ๆเขี่ยรูปแบบเก่าๆของมือถือยุคเดิมตกกระป๋องไปทีละน้อย อย่างเช่น iphone สั่นสะเทือนแนวทางการใช้โทรศัพท์ และไลฟสไตล์ของผู้ใช้ ตัว BlackBerry ก็สร้างพฤติกรรมและค่านิยมใหม่ให้ผู้บริโภคสำเร็จ รวมถึงคลื่นอีกระลอกจากการออกแบบแพลทฟอร์ม Android ของ Google ที่สามารถดึงศักยภาพของกูเกิลที่เคยทำมารองรับการใช้งานได้อย่างน่าสนใจ และเป็นที่จับตาของนักพัฒนา เพราะเปิดช่องทางการใช้งานและศักยภาพที่ไม่เคยทำให้มาก่อนอีกระดับให้กับมือถือให้สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกับคอมพิวเตอร์เครื่องเล็กที่แสนสะดวก (ที่จริงปัจจุบันมือถือก็ใกล้เคียงเข้าไปทุกที)
ยิ่งนวัตกรรมเหล่าทำให้ผู้บริโภคสนุก และมีทางเลือกมากขึ้นเท่าไหร่ การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการรับสารแบบเดิมๆก็จะเปลี่ยนไปมากขึ้นสำหรับคนรุ่นใหม่ และเป็นการบ้านที่นักการตลาดต้องขบคิดให้ทันท่วงที ว่าทำอะไรที่ตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้อย่างคุ้มค่าต่อการลงทุนครับ





















