<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>GERANUN.COM &#187; ห้องสาระ</title>
	<atom:link href="http://www.geranun.com/archives/category/big-brother-fan-club/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.geranun.com</link>
	<description>แฟนพันธ์แท้การ์ตูนญี่ปุ่นยุคคลาสสิค</description>
	<lastBuildDate>Sat, 04 Sep 2010 03:45:25 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เคยสงสัยว่าตัวเองจะเป็นไบโพลาร์..กันมั่งไหมครับ</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/976</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/976#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 15:37:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[Social network]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[Twitter]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[รู้จักตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางการดำเนินชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=976</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
ปัจจุบัน ปัญหาการเจ็บป่วยจากภาวะเครียดในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่พบได้บ่อย ซึ่งสามารถแสดงอาการได้ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ แต่ยังมีความผิดปกติทางด้านอารมณ์อีกชนิดหนึ่งที่พบได้ไม่ยากนัก โดยที่ผู้คนในสังคมจำนวนมากยังไม่รู้จักหรือคุ้นเคย แม้แต่คนที่ป่วยเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองป่วยและไม่ยอมรับ ก็คือ &#8220;โรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) หรือโรคอารมณ์สองขั้ว&#8221;
โรคไบโพลาร์เป็นโรคที่มีความผิดปกติของอารมณ์เป็นหลัก มีอาการแสดงออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มอาการซึมเศร้า (Depress) และกลุ่มอาการแมเนีย (Mania) คือ อารมญ์ดี หรืออารมณ์รุนแรงเกินเหตุ จึงเรียกโรคนี้ว่าโรคอารมณ์สองขั้ว (ขั้วลบ = ซึมเศร้า และขั้วบวก = แมเนีย)
โดยปกติคนเราในแต่ละวัน จะมีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ในระดับหนึ่งแล้วกลับมาเป็นปกติ ดำเนินชีวิต รับผิดชอบหน้าที่การงาน ครอบครัว สังคมได้ แต่คนที่มีอารมณ์ผิดปกติ คือเกิดอารมณ์ลบ หรือ อารมณ์บวกแล้ว ค้างอยู่นานเป็นสัปดาห์เป็นเดือน ไม่สามารถกลับเข้าสู่อารมณ์ปกติได้ จนกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่สามารถรับผิดชอบหน้าที่การงาน ครอบครัว หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้
กลุ่มอารมณ์ซึมเศร้า ในโลกไบโพลาร์ จะมีลักษณะเดียวกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คือ อาการเบื่อหน่าย ท้อแท้ มองทุกอย่างในแง่ลบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/976" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/976&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F976"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F976&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="เคยสงสัยว่าตัวเองจะเป็นไบโพลาร์..กันมั่งไหมครับ | geranun.com" alt=" เคยสงสัยว่าตัวเองจะเป็นไบโพลาร์..กันมั่งไหมครับ | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p><img class="alignleft size-medium wp-image-977" style="border: 0pt none; margin: 0px 5px;" title="two-face" src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2010/08/two-face-294x400.jpg" alt="two face 294x400 เคยสงสัยว่าตัวเองจะเป็นไบโพลาร์..กันมั่งไหมครับ | geranun.com" width="294" height="400" />ปัจจุบัน ปัญหาการเจ็บป่วยจากภาวะเครียดในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่พบได้บ่อย ซึ่งสามารถแสดงอาการได้ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ <strong>แต่ยังมีความผิดปกติทางด้านอารมณ์อีกชนิดหนึ่งที่พบได้ไม่ยากนัก โดยที่ผู้คนในสังคมจำนวนมากยังไม่รู้จักหรือคุ้นเคย แม้แต่คนที่ป่วยเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองป่วยและไม่ยอมรับ ก็คือ &#8220;โรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) หรือโรคอารมณ์สองขั้ว&#8221;</strong></p>
<p><strong>โรคไบโพลาร์เป็นโรคที่มีความผิดปกติของอารมณ์เป็นหลัก มีอาการแสดงออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มอาการซึมเศร้า (Depress) และกลุ่มอาการแมเนีย (Mania) คือ อารมญ์ดี หรืออารมณ์รุนแรงเกินเหตุ จึงเรียกโรคนี้ว่าโรคอารมณ์สองขั้ว (ขั้วลบ = ซึมเศร้า และขั้วบวก = แมเนีย)</strong></p>
<p>โดยปกติคนเราในแต่ละวัน จะมีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ในระดับหนึ่งแล้วกลับมาเป็นปกติ ดำเนินชีวิต รับผิดชอบหน้าที่การงาน ครอบครัว สังคมได้ แต่คนที่มีอารมณ์ผิดปกติ คือเกิดอารมณ์ลบ หรือ อารมณ์บวกแล้ว ค้างอยู่นานเป็นสัปดาห์เป็นเดือน ไม่สามารถกลับเข้าสู่อารมณ์ปกติได้ จนกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่สามารถรับผิดชอบหน้าที่การงาน ครอบครัว หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้</p>
<p><strong>กลุ่มอารมณ์ซึมเศร้า ในโลกไบโพลาร์ จะมีลักษณะเดียวกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า</strong> คือ อาการเบื่อหน่าย ท้อแท้ มองทุกอย่างในแง่ลบ ความสนใจ หรือเพลิดเพลินใจในสิ่งต่าง ๆ ลดลงอย่างมาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ไม่มีกำลังใจ ความจำไม่ดี และสมาธิลดลง นอนไม่หลับ หรือนอนมากกว่าปกติ รู้สึกผิด รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี เป็นภาระ รู้สึกไร้ค่า บางรายคิดอยากตาย ซึ่งมีไม่น้อยที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย</p>
<p><strong>สำหรับกลุ่มอาการแมเนีย จะมีลักษณะตรงกันข้ามกับอาการซึมเศร้า คือ มีอารมณ์ครึกครื้น แสดงออกอย่างเต็มที่ พูดมาก พูดเร็ว พูดไม่ยอมหยุด ความคิด พรั่งพรู มีโครงการมากมายเป็นร้อยเป็นพันล้าน รู้สึกว่าตนเองเก่ง มีความสามารถมาก มีความสำคัญมาก ความมั่นใจในตนเองสูง เรี่ยวแรงเพิ่ม นอนน้อยกว่าปกติ</strong> <img class="alignleft size-thumbnail wp-image-978" style="margin: 0px 5px; border: 0pt none;" title="eggs" src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2010/08/eggs-200x200.jpg" alt="eggs 200x200 เคยสงสัยว่าตัวเองจะเป็นไบโพลาร์..กันมั่งไหมครับ | geranun.com" width="200" height="200" />บางรายนอนเพียงวันละ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยไม่มีอาการอ่อนเพลีย สมาธิไม่ดี วอกแวก สนใจไปทุกสิ่งทุกอย่าง หุนหันพลันแล่น การตัดสินใจไม่เหมาะสม เช่น ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย ซื้อของแพงมากมายเกินความจำเป็น ซื้อที่ละเยอะ ๆ แจกคน เล่นการพนันก่อหนี้สินมากมาย ทำเรื่องเสี่ยงอันตรายผิดกฎหมาย ชอบเที่ยวกลางคืน ความต้องการทางเพศสูง มีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม บางคนหงุดหงิดก้าวร้าวได้ง่ายถ้าถูกขัดใจ คนที่มีอาการแมเนีย จะไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ คิดว่าช่วงนี้ตนเองอารมณ์ดี สบายใจ รู้สึกขยันอยากทำงาน มักปฏิเสธการรักษา</p>
<p>คนที่ป่วยเป็นโรคนี้ มักจะมีอาการเป็นรอบ ๆ รอบละประมาณ 3-4 เดือน บางรอบอาจจะเป็นแมเนีย บางรอบอาจจะมีอาการซึมเศร้า ในแต่ละรอบอาการอาจคืนสู่ภาวะปกติได้เองโดยไม่ต้องรักษา และในช่วงมีอาการ มีความเสี่ยงหลายด้าน เช่น ช่วงอารมณ์ซึมเศร้า อาจรุนแรงถึงขั้นฆ่าตัวตายได้ ช่วงอารมณ์แมเนีย อาจก่อหนี้สินมากมายจากการพนัน หรือการลงเอยที่ผิดพลาด อาจทำร้ายผู้อื่น เกิดโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน เช่น โรคเอดส์ เป็นต้น ใช้ยาเสพติด อุบัติเหตุจากขับรถเร็ว ทำเรื่องผิดกฎหมาย</p>
<p><em>การจะบอกได้ว่าเป็นโรคนี้ หรือไม่ต้องใช้เกณฑ์การวินิจฉัยจากแพทย์</em> แต่โดยทั่วไป เราควรนึกถึงโรคนี้ และไปปรึกษาแพทย์ เมื่อมีการขึ้นลงของอารมณ์มากกว่าคนทั่วไป หรือมากกว่าปกติของคนคนนั้น เป็นเวลาติดต่อกันมากกว่า 1 สัปดาห์ มีความผิดปกติของการนอนร่วมด้วย และความผิดปกตินั้นกระทบต่อหน้าที่การงาน ความรับผิดชอบและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษา ช่วงรอบที่มีอาการจะเกิดบ่อยขึ้นรุนแรงขึ้น และรักษาได้ยากขึ้น</p>
<p><strong>โรคไบโพลาร์เกิดได้อย่างไร</strong></p>
<p>จากการวิจัยจำนวนมาก <strong>สรุปได้ว่า โรคไบโพลาร์ เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสมอง มีสารนำประสาทที่ไม่สมดุล</strong> และมีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมค่อนข้างมาก เช่น คนในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้จะมีโอกาสเป็นมากกว่าคนทั่วไป โรคนี้พบได้ประมาณร้อยละ 1 ของประชากรทั่วไป ช่วงอายุที่มักพบว่ามีอาการครั้งแรก คือ ช่วง 18-24 ปี และการเจ็บป่วยครั้งแรกมักสัมพันธ์กับเหตุการณ์ตึงเครียดในชีวิตเป็นตัว กระตุ้น เช่น คนในครอบครัวหรือคนที่รักเสียชีวิต ผิดหวังจากความรัก การเรียน การงาน เป็นต้น</p>
<p><strong>การดูแลรักษาคนไข้ไบโพลาร์</strong></p>
<p>ปัจจุบันมียาอยู่หลายชนิด ที่มีประสิทธิภาพในการรักษา ยากลุ่มนี้ไม่ใช่ยากล่อมประสาทหรือยานอนหลับ ไม่ทำให้ติดยาเมื่อใช้ในระยะยาว แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ จึงจะเห็นผล ซึ่งโดยทั่วไป เมื่อเริ่มรักษา แพทย์มักสามารถควบคุมอาการของผู้ป่วยได้ในเวลาประมาณ 1 เดือน และผู้ป่วยมักมีอาการเป็นปกติในเวลาประมาณ 2 เดือน หลังจากนั้นแพทย์จะให้ยาควบคุมอาการต่อไปอีกประมาณ 6-12 เดือน แล้วค่อยพิจารณาหยุดยา</p>
<p>โรคไบโพลาร์เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายสนิทได้ คือหายกลับไปทำงานเป็นคนเดิมได้ แต่อาจไม่หายขาด วันดีคืนดีอาจกลับมามีอาการอีก ในรายที่มีอาการป่วยมาหลายครั้ง หรือค่อนข้างถี่ แต่ละครั้งอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการกลับมาอีก</p>
<p>ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการกลับมาใม่ ที่พบบ่อยคือภาวะเครียดมาก การอดนอน และการขาดยา ดังนั้น ผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวให้เหมาะสม คือ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพทั่วไป เช่น ออกกำลังกาย มีกิจกรรมคลายเครียด หลีกเลี่ยงสุรายาเสพติด กินยาตามแพทย์สั่ง</p>
<p>ใน ส่วนของญาติก็จำเป็นต้องช่วยเหลือดูแล อาทิ เช่น ทำความเข้าใจว่าพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ป่วยเป็นความผิดปกติ เป็นความเจ็บป่วย ไม่ใช่นิสัยไม่ดี ช่วยดูแลให้ผู้ป่วยกินยาตามแพทย์สั่ง สังเกตอารมณ์ของผู้ป่วย เรียนรู้อาการเริ่มแรกของโรค และรีบพาไปพบแพทย์ก่อนมีอาการมากเมื่อผู้ป่วยหายจากอาการผิดปกติแล้ว ช่วยให้กำลังใจในการกลับไปเรียนหรือทำงาน เพื่อใช้ชีงิตให้เป็นปกติ</p>
<p><em>ข้อมูลโดย&#8230;นายแพทย์ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย<br />
โรงพยาบาลมนารมย์ (Health Magazine)</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/976/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถ้าคุณไม่ดูแลภาพลักษณ์ของคุณใน Google มันจะดูแลคุณแทน</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/951</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/951#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Aug 2010 11:42:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[G member]]></category>
		<category><![CDATA[G zone]]></category>
		<category><![CDATA[Social network]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[Twitter]]></category>
		<category><![CDATA[รู้จักตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=951</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
เป็นบทความดีดีที่อยากให้อ่านครับ สำหรับคนที่สนุกสนานบนโลกออนไลน์ โลกโซเชียลเนตเวิร์ค ควรจะรู้จักและตระหนักดาบสองคม และข้อมูลหลายๆเรื่องที่คุณควรจะรู้จักดูแลตัวเองครับ
10 
ถ้าอ่านแล้วบางเรื่องไม่สามารถทำได้ กระซิบบอกเราครับ มีบริการดูแลให้คุณในกรณีที่จำเป็นครับ

Google ต ั
วเองก่
อนแน่
นอนกว่
า
80% ของนายจ ้
าง ลู
กค ้
า กลุ่
มเป้ าหมาย หรื
อใครก็
ตามที 
อยากรู ้
จักคุ
ณให ้
มากขึ
น มั
กเลื
อกใช้
วิ
ธี
ที
ง่
ายและเร็วที 
สุ
ดคื
อการค ้
นหาภู
มิ
หลังของคุ
ณใน Search Engine อย่
าง Google Yahoo และ Bing
ดังนั
น จึ
งจำาเป็ นมากๆ ที 
คุ
ณควรรู ้
จักการจ ั
ดการภาพพจน์
ออนไลน์ หรื
อ Online
Reputation Management (ORM)ให ้
ตัวคุ
ณเอง เพื
อให ้
มันใจว่
าถ ้
ามี
ใครค ้
นหาเรื 
องราวของคุ
ณใน
อิ
นเตอร์
เน็ต พวกเขาจะได ้
รับรู ้
ในสิ
งที
คุ
ณเป็ นและเห็นคุ
ณในแง่
มุ
มที
คุ
ณต ้
องการ
อย่
าปล่
อยให ้
อดี
ตอันอี
เหละเขละขละ แสดงตัวของมันออกมาหลอกหลอนลู
กค ้
าคนต่
อไปของ
คุ
ณในอิ
นเตอร์
เน็ต ขยะเกี
ยวกั
บตัวคุ
ณสมควรเอามันไปทิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/951" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/951&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F951"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F951&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="ถ้าคุณไม่ดูแลภาพลักษณ์ของคุณใน Google มันจะดูแลคุณแทน | geranun.com" alt=" ถ้าคุณไม่ดูแลภาพลักษณ์ของคุณใน Google มันจะดูแลคุณแทน | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p>เป็นบทความดีดีที่อยากให้อ่านครับ สำหรับคนที่สนุกสนานบนโลกออนไลน์ โลกโซเชียลเนตเวิร์ค ควรจะรู้จักและตระหนักดาบสองคม และข้อมูลหลายๆเรื่องที่คุณควรจะรู้จักดูแลตัวเองครับ</p>
<p><a rel="nofollow" target="_blank" style="margin: 12px auto 6px auto; font-family: Helvetica,Arial,Sans-serif; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 14px; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal; -x-system-font: none; display: block; text-decoration: underline;" title="View 10 on Scribd" href="http://www.scribd.com/doc/35346770/10">10</a> <object id="doc_383998002659107" style="outline: none;" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="100%" height="500" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="name" value="doc_383998002659107" /><param name="data" value="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" /><param name="wmode" value="opaque" /><param name="bgcolor" value="#ffffff" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="FlashVars" value="document_id=35346770&amp;access_key=key-1eszkv7qcu6zb38dq3el&amp;page=1&amp;viewMode=list" /><param name="src" value="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="flashvars" value="document_id=35346770&amp;access_key=key-1eszkv7qcu6zb38dq3el&amp;page=1&amp;viewMode=list" /><embed id="doc_383998002659107" style="outline: none;" type="application/x-shockwave-flash" width="100%" height="500" src="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" flashvars="document_id=35346770&amp;access_key=key-1eszkv7qcu6zb38dq3el&amp;page=1&amp;viewMode=list" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" bgcolor="#ffffff" wmode="opaque" data="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" name="doc_383998002659107"></embed></object></p>
<p>ถ้าอ่านแล้วบางเรื่องไม่สามารถทำได้ กระซิบบอกเราครับ มีบริการดูแลให้คุณในกรณีที่จำเป็นครับ</p>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 0px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">
<div class="ff0" style="left: 6.24em; font-size: 13.69em; word-spacing: -0.02em; top: 8.5em;">Google ต<span class="ib" style="width: 0.11em;"> </span>ั</div>
<div class="ff0" style="left: 9.96em; font-size: 13.69em; top: 8.5em; letter-spacing: 0.01em;">วเองก่</div>
<div class="ff0" style="left: 12.23em; font-size: 13.69em; top: 8.5em;">อนแน่</div>
<div class="ff0" style="left: 14.4em; font-size: 13.69em; top: 8.5em;">นอนกว่</div>
<div class="ff0" style="left: 17.07em; font-size: 13.69em; top: 8.5em;">า</div>
<div class="ff2" style="left: 10.46em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.01em; top: 13.4em;">80% ของนายจ<span class="ib" style="width: 0.13em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 15.7em; font-size: 11.42em; top: 13.4em;">าง ลู</div>
<div class="ff2" style="left: 17.29em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.11em; top: 13.4em;">กค ้</div>
<div class="ff2" style="left: 18.29em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.03em; top: 13.4em; letter-spacing: 0.02em;">า กลุ่</div>
<div class="ff2" style="left: 19.96em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.03em; top: 13.4em;">มเป้<span class="ib" style="width: 0.15em;"> </span>าหมาย หรื</div>
<div class="ff2" style="left: 24.76em; font-size: 11.42em; top: 13.4em;">อใครก็</div>
<div class="ff2" style="left: 26.98em; font-size: 11.42em; top: 13.4em; letter-spacing: 0.01em;">ตามที<span class="ib" style="width: 0.08em;"> </span></div>
<div class="ff2" style="left: 28.99em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.06em; top: 13.4em;">อยากรู ้</div>
<div class="ff2" style="left: 31.22em; font-size: 11.42em; top: 13.4em;">จั<span style="left: -0.06em; margin-right: -0.06em;">ก</span>คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 32.69em; font-size: 11.42em; top: 13.4em;">ณให<span class="ib" style="width: 0.13em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 34.31em; font-size: 11.42em; top: 13.4em; letter-spacing: 0.03em;">มากขึ</div>
<div class="ff2" style="left: 36.21em; font-size: 11.42em; top: 13.4em;">น มั</div>
<div class="ff2" style="left: 37.48em; font-size: 11.42em; top: 13.4em; letter-spacing: 0.01em;">กเลื</div>
<div class="ff2" style="left: 38.76em; font-size: 11.42em; top: 13.4em;">อกใช<span style="left: 0.14em; bottom: 0.03em; margin-right: 0.14em;">้</span></div>
<div class="ff2" style="left: 40.63em; font-size: 11.42em; top: 13.4em; letter-spacing: 0.05em;">วิ</div>
<div class="ff2" style="left: 41.03em; font-size: 11.42em; top: 13.4em; letter-spacing: 0.03em;">ธี</div>
<div class="ff2" style="left: 7.48em; font-size: 11.42em; top: 14.41em; letter-spacing: 0.06em;">ที</div>
<div class="ff2" style="left: 8.07em; font-size: 11.42em; top: 14.41em; letter-spacing: 0.01em;">ง่</div>
<div class="ff2" style="left: 8.48em; font-size: 11.42em; top: 14.41em; letter-spacing: 0.01em;">ายและเร็วที<span class="ib" style="width: 0.09em;"> </span></div>
<div class="ff2" style="left: 12.37em; font-size: 11.42em; top: 14.41em; letter-spacing: 0.02em;">สุ</div>
<div class="ff2" style="left: 12.87em; font-size: 11.42em; top: 14.41em; letter-spacing: 0.01em;">ดคื</div>
<div class="ff2" style="left: 13.9em; font-size: 11.42em; top: 14.41em;">อการค<span class="ib" style="width: 0.14em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 16.15em; font-size: 11.42em; top: 14.41em;">นหาภู</div>
<div class="ff2" style="left: 18.13em; font-size: 11.42em; top: 14.41em; letter-spacing: 0.04em;">มิ</div>
<div class="ff2" style="left: 18.63em; font-size: 11.42em; top: 14.41em;">หลั<span style="left: -0.06em; margin-right: -0.06em;">ง</span>ของคุ</div>
<div class="ff2" style="left: 22.03em; font-size: 11.42em; top: 14.41em;">ณใน<span class="ff0" style="left: 0.25em; word-spacing: -0.12em; margin-right: 0.26em;"> Search Engine</span> อย่</div>
<div class="ff2" style="left: 31.03em; font-size: 11.42em; top: 14.41em;">าง<span class="ff0" style="left: 0.27em; word-spacing: -0.08em; margin-right: 0.27em;"> Google<span class="ib" style="width: 0.5em;"> </span>Yahoo และ Bing</span></div>
<div class="ff2" style="left: 10.46em; font-size: 11.42em; top: 15.41em; letter-spacing: -0.01em;">ดั<span style="left: -0.05em; margin-right: -0.05em; letter-spacing: 0em;">ง</span>นั</div>
<div class="ff2" style="left: 11.89em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.08em; top: 15.41em; letter-spacing: 0.04em;">น จึ</div>
<div class="ff2" style="left: 13.12em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.13em; top: 15.41em; letter-spacing: 0.01em;">งจำาเป็<span class="ib" style="width: 0.16em;"> </span>นมากๆ ที<span class="ib" style="width: 0.09em;"> </span></div>
<div class="ff2" style="left: 18.36em; font-size: 11.42em; top: 15.41em; letter-spacing: 0.01em;">คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 18.87em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.06em; top: 15.41em;">ณควรรู ้</div>
<div class="ff2" style="left: 21.21em; font-size: 11.42em; top: 15.41em; letter-spacing: -0.01em;">จั<span style="left: -0.05em; margin-right: -0.05em; letter-spacing: 0em;">ก<span class="ff0">การจ<span class="ib" style="width: 0.1em;"> </span>ั</span></span></div>
<div class="ff0" style="left: 24.13em; font-size: 11.41em; top: 15.42em; letter-spacing: 0.01em;">ดการภาพพจน์</div>
<div class="ff0" style="left: 29.57em; font-size: 11.41em; word-spacing: -0.14em; top: 15.42em; letter-spacing: 0.01em;">ออนไลน์ หรื</div>
<div class="ff0" style="left: 33.99em; font-size: 11.41em; top: 15.42em;">อ Online</div>
<div class="ff0" style="left: 7.48em; font-size: 11.41em; top: 16.43em;">Reputation Management (ORM)<span class="ff2" style="left: 0.27em; word-spacing: -0.12em; margin-right: 0.27em;">ให ้</span></div>
<div class="ff2" style="left: 21.95em; font-size: 11.42em; top: 16.42em; letter-spacing: 0.01em;">ตั<span style="left: -0.07em; margin-right: -0.07em; letter-spacing: 0em;">ว</span>คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 23.38em; font-size: 11.42em; word-spacing: 0.04em; top: 16.42em; letter-spacing: 0.01em;">ณเอง เพื</div>
<div class="ff2" style="left: 26.38em; font-size: 11.42em; top: 16.42em;">อให<span class="ib" style="width: 0.13em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 27.8em; font-size: 11.42em; top: 16.42em;">มั<span style="left: -0.06em; margin-right: -0.16em; letter-spacing: 0.1em;">น</span>ใจว่</div>
<div class="ff2" style="left: 30.04em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.11em; top: 16.42em;">าถ ้</div>
<div class="ff2" style="left: 30.92em; font-size: 11.42em; top: 16.42em; letter-spacing: 0.01em;">ามี</div>
<div class="ff2" style="left: 31.82em; font-size: 11.42em; top: 16.42em;">ใครค<span class="ib" style="width: 0.13em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 33.57em; font-size: 11.42em; top: 16.42em;">นหาเรื<span class="ib" style="width: 0.09em;"> </span></div>
<div class="ff2" style="left: 35.66em; font-size: 11.42em; top: 16.42em;">องราวของคุ</div>
<div class="ff2" style="left: 39.66em; font-size: 11.42em; top: 16.42em;">ณใน</div>
<div class="ff2" style="left: 7.48em; font-size: 11.42em; top: 17.42em; letter-spacing: 0.05em;">อิ</div>
<div class="ff2" style="left: 7.98em; font-size: 11.42em; top: 17.42em;">นเตอร์</div>
<div class="ff2" style="left: 10.12em; font-size: 11.42em; word-spacing: 0.02em; top: 17.42em;">เน็ต พวกเขาจะได<span class="ib" style="width: 0.14em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 16.11em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.05em; top: 17.42em; letter-spacing: -0.01em;">รับรู ้</div>
<div class="ff2" style="left: 17.35em; font-size: 11.42em; top: 17.42em;">ในส<span style="left: 0.05em; bottom: 0.03em; margin-right: -0.05em; letter-spacing: 0.1em;">ิ</span></div>
<div class="ff2" style="left: 18.72em; font-size: 11.42em; top: 17.42em; letter-spacing: 0.04em;">งที</div>
<div class="ff2" style="left: 19.72em; font-size: 11.42em; top: 17.42em; letter-spacing: 0.01em;">คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 20.23em; font-size: 11.42em; top: 17.42em;">ณเป็<span class="ib" style="width: 0.16em;"> </span>นและเห็นคุ</div>
<div class="ff2" style="left: 25.47em; font-size: 11.42em; top: 17.42em;">ณในแง่</div>
<div class="ff2" style="left: 27.94em; font-size: 11.42em; top: 17.42em; letter-spacing: 0.02em;">มุ</div>
<div class="ff2" style="left: 28.44em; font-size: 11.42em; top: 17.42em; letter-spacing: 0.04em;">มที</div>
<div class="ff2" style="left: 29.54em; font-size: 11.42em; top: 17.42em; letter-spacing: 0.01em;">คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 30.05em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.12em; top: 17.42em;">ณต ้</div>
<div class="ff2" style="left: 31.27em; font-size: 11.42em; top: 17.42em;">องการ</div>
<div class="ff2" style="left: 10.46em; font-size: 11.42em; top: 18.42em; letter-spacing: 0.01em;">อย่</div>
<div class="ff2" style="left: 11.44em; font-size: 11.42em; top: 18.42em;">าปล่</div>
<div class="ff2" style="left: 12.87em; font-size: 11.42em; top: 18.42em;">อยให<span class="ib" style="width: 0.13em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 14.77em; font-size: 11.42em; top: 18.42em; letter-spacing: 0.01em;">อดี</div>
<div class="ff2" style="left: 15.78em; font-size: 11.42em; top: 18.42em; letter-spacing: 0.01em;">ตอั<span style="left: -0.07em; margin-right: -0.07em; letter-spacing: 0em;">น</span>อี</div>
<div class="ff2" style="left: 17.79em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.01em; top: 18.42em;">เหละเขละขละ แสดงตั<span style="left: -0.06em; margin-right: -0.06em;">ว</span>ของมั<span style="left: -0.06em; margin-right: -0.06em;">น</span>ออกมาหลอกหลอนลู</div>
<div class="ff2" style="left: 35.07em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.13em; top: 18.42em;">กค ้</div>
<div class="ff2" style="left: 36.09em; font-size: 11.42em; top: 18.42em;">าคนต่</div>
<div class="ff2" style="left: 38.01em; font-size: 11.42em; top: 18.42em;">อไปของ</div>
<div class="ff2" style="left: 7.48em; font-size: 11.42em; top: 19.43em; letter-spacing: 0.01em;">คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 7.99em; font-size: 11.42em; top: 19.43em; letter-spacing: 0.01em;">ณในอิ</div>
<div class="ff2" style="left: 10.07em; font-size: 11.42em; top: 19.43em;">นเตอร์</div>
<div class="ff2" style="left: 12.21em; font-size: 11.42em; word-spacing: 0.06em; top: 19.43em; letter-spacing: 0.01em;">เน็ต ขยะเกี</div>
<div class="ff2" style="left: 15.89em; font-size: 11.42em; top: 19.43em;">ยวกั</div>
<div class="ff2" style="left: 17.27em; font-size: 11.42em; top: 19.43em;">บตั<span style="left: -0.06em; margin-right: -0.07em;">ว</span>คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 19.22em; font-size: 11.42em; top: 19.43em;">ณสมควรเอามั<span style="left: -0.06em; margin-right: -0.07em;">น</span>ไปทิ<span class="ib" style="width: 0.09em;"> </span></div>
<div class="ff2" style="left: 25.91em; font-size: 11.42em; top: 19.43em; letter-spacing: 0.01em;">งหรื</div>
<div class="ff2" style="left: 27.23em; font-size: 11.42em; word-spacing: 0.05em; top: 19.43em; letter-spacing: 0.01em;">อไม่ คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 29.43em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.12em; top: 19.43em;">ณต ้</div>
<div class="ff2" style="left: 30.64em; font-size: 11.42em; top: 19.43em;">องทำาความสะอาดภาพพจน์</div>
<div class="ff2" style="left: 39.7em; font-size: 11.42em; top: 19.43em;">ของ</div>
<div class="ff2" style="left: 7.48em; font-size: 11.42em; top: 20.43em; letter-spacing: 0.01em;">คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 7.99em; font-size: 11.42em; top: 20.43em;">ณใหม่</div>
<div class="ff2" style="left: 10.12em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.12em; top: 20.43em;">ไห ้</div>
<div class="ff2" style="left: 11.1em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.12em; top: 20.43em;">ให ้</div>
<div class="ff2" style="left: 12.02em; font-size: 11.42em; top: 20.43em; letter-spacing: -0.02em;">เป็<span class="ib" style="width: 0.16em;"> </span>นอย่</div>
<div class="ff2" style="left: 14.3em; font-size: 11.42em; top: 20.43em; letter-spacing: 0.03em;">างที</div>
<div class="ff2" style="left: 15.71em; font-size: 11.42em; top: 20.43em; letter-spacing: 0.01em;">คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 16.22em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.15em; top: 20.43em; letter-spacing: -0.01em;">ณเป็ น</div>
<div class="ff2" style="left: 10.46em; font-size: 11.42em; top: 21.44em; letter-spacing: 0.05em;">เริ</div>
<div class="ff2" style="left: 11.1em; font-size: 11.42em; top: 21.44em;">มจากการเช<span style="bottom: 0.03em; margin-right: 0.05em;">็</span>คตั<span style="left: -0.06em; margin-right: -0.07em;">ว</span>คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 16.94em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.02em; top: 21.44em;">ณเองใน Search Engine เป็<span class="ib" style="width: 0.16em;"> </span>นประจำา เช<span style="left: 0.03em; bottom: 0.03em; margin-right: 0.03em;">่</span></div>
<div class="ff2" style="left: 29.9em; font-size: 11.42em; top: 21.44em;">นตรวจสอบข<span class="ib" style="width: 0.14em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 34.16em; font-size: 11.42em; top: 21.44em; letter-spacing: 0.01em;">อมู</div>
<div class="ff2" style="left: 35.15em; font-size: 11.42em; top: 21.44em; letter-spacing: 0.01em;">ลตั<span style="left: -0.07em; margin-right: -0.07em; letter-spacing: 0em;">ว</span>คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 37.1em; font-size: 11.42em; top: 21.44em;">ณเองใน</div>
<div class="ff2" style="left: 7.48em; font-size: 11.42em; word-spacing: 0.01em; top: 22.44em;">Google ทุ</div>
<div class="ff2" style="left: 10.87em; font-size: 11.42em; top: 22.44em;">กส<span style="left: 0.01em; bottom: 0.03em; margin-right: 0.01em;">ั</span></div>
<div class="ff2" style="left: 11.87em; font-size: 11.42em; top: 22.44em; letter-spacing: 0.01em;">ปดาห์ เพื</div>
<div class="ff2" style="left: 14.98em; font-size: 11.42em; top: 22.44em; letter-spacing: 0.01em;">อดู</div>
<div class="ff2" style="left: 15.99em; font-size: 11.42em; top: 22.44em; letter-spacing: 0.01em;">ว่</div>
<div class="ff2" style="left: 16.39em; font-size: 11.42em; top: 22.44em;">าผลการค<span class="ib" style="width: 0.14em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 19.6em; font-size: 11.42em; top: 22.44em; letter-spacing: 0.01em;">นหามี</div>
<div class="ff2" style="left: 21.56em; font-size: 11.42em; top: 22.44em; letter-spacing: 0.14em;">ข้</div>
<div class="ff2" style="left: 22.06em; font-size: 11.42em; top: 22.44em; letter-spacing: 0.01em;">อมู</div>
<div class="ff2" style="left: 23.06em; font-size: 11.42em; top: 22.44em;">ลใดบ<span class="ib" style="width: 0.14em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 24.98em; font-size: 11.42em; top: 22.44em; letter-spacing: 0.03em;">างที</div>
<div class="ff2" style="left: 26.37em; font-size: 11.42em; word-spacing: 0.1em; top: 22.44em; letter-spacing: 0.01em;">ควรดำารงอยู่ และข<span class="ib" style="width: 0.13em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 32.44em; font-size: 11.42em; top: 22.44em; letter-spacing: 0.01em;">อมู</div>
<div class="ff2" style="left: 33.44em; font-size: 11.42em; top: 22.44em;">ลใดบ<span class="ib" style="width: 0.14em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 35.35em; font-size: 11.42em; top: 22.44em; letter-spacing: 0.03em;">างที</div>
<div class="ff2" style="left: 36.75em; font-size: 11.42em; top: 22.44em; letter-spacing: 0.14em;">ต้</div>
<div class="ff2" style="left: 37.26em; font-size: 11.42em; top: 22.44em;">องถู</div>
<div class="ff2" style="left: 38.65em; font-size: 11.42em; top: 22.44em;">กกำาจัด</div>
<div class="ff2" style="left: 10.46em; font-size: 11.42em; top: 23.44em; letter-spacing: 0.01em;">คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 10.98em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.12em; top: 23.44em;">ณต ้</div>
<div class="ff2" style="left: 12.19em; font-size: 11.42em; top: 23.44em; letter-spacing: 0.01em;">องเลิ</div>
<div class="ff2" style="left: 13.89em; font-size: 11.42em; top: 23.44em; letter-spacing: 0.02em;">กคิ</div>
<div class="ff2" style="left: 14.89em; font-size: 11.42em; top: 23.44em; letter-spacing: 0.01em;">ดแบบเดิ</div>
<div class="ff2" style="left: 17.72em; font-size: 11.42em; top: 23.44em; letter-spacing: 0.01em;">มว่</div>
<div class="ff2" style="left: 18.62em; font-size: 11.42em; top: 23.44em; letter-spacing: 0.26em;">า<span class="ff3" style="word-spacing: -0.25em; margin-right: 0.01em; letter-spacing: -0.01em;"> “ น าย ฉัน ไ ม<span class="ib" style="width: 0.02em;"> </span>่</span></div>
<div class="ff3" style="left: 22.95em; font-size: 11.42em; top: 23.44em;">เล่</div>
<div class="ff3" style="left: 23.73em; font-size: 11.42em; top: 23.44em; letter-spacing: 0.02em;">นทวิ</div>
<div class="ff3" style="left: 25.24em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.02em; top: 23.44em;">ตเตอร์ เขาไม่</div>
<div class="ff3" style="left: 29.75em; font-size: 11.42em; top: 23.44em; letter-spacing: 0.01em;">เห็นหรอกว่</div>
<div class="ff3" style="left: 33.4em; font-size: 11.42em; top: 23.44em; letter-spacing: -0.01em;">าฉันด่</div>
<div class="ff3" style="left: 35.33em; font-size: 11.42em; top: 23.44em;">าเขา”<span class="ff2" style="left: 0.27em; margin-right: 0.27em;">เพราะใน</span></div>
<div class="ff2" style="left: 7.48em; font-size: 11.42em; top: 24.45em; letter-spacing: -0.01em;">ความเป็<span class="ib" style="width: 0.16em;"> </span>นจริ</div>
<div class="ff2" style="left: 11.41em; font-size: 11.42em; word-spacing: 0.04em; top: 24.45em;">งแค่ Google ช<span style="left: 0.04em; bottom: 0.03em; margin-right: -0.05em; letter-spacing: 0.1em;">ื</span></div>
<div class="ff2" style="left: 16.4em; font-size: 11.42em; top: 24.45em; letter-spacing: 0.01em;">อคุ</div>
<div class="ff2" style="left: 17.41em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.27em; top: 24.45em; letter-spacing: 0.14em;">ณ ข้</div>
<div class="ff2" style="left: 18.88em; font-size: 11.42em; top: 24.45em;">อความด่</div>
<div class="ff2" style="left: 21.7em; font-size: 11.42em; top: 24.45em;">านายของคุ</div>
<div class="ff2" style="left: 25.41em; font-size: 11.42em; top: 24.45em; letter-spacing: 0.01em;">ณก็อาจปรากฏขึ</div>
<div class="ff2" style="left: 30.77em; font-size: 11.42em; top: 24.45em;">นมาฉี<span class="ib" style="width: 0.09em;"> </span>กอนาคตคุ</div>
<div class="ff2" style="left: 36.13em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.13em; top: 24.45em; letter-spacing: 0.01em;">ณได<span class="ib" style="width: 0.12em;"> </span>้ โดยที<span class="ib" style="width: 0.08em;"> </span></div>
<div class="ff2" style="left: 40.03em; font-size: 11.42em; top: 24.45em;">นาย</div>
<div class="ff2" style="left: 7.48em; font-size: 11.42em; top: 25.45em; letter-spacing: 0.01em;">คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 7.99em; font-size: 11.42em; top: 25.45em;">ณไม่</div>
<div class="ff2" style="left: 9.62em; font-size: 11.42em; top: 25.45em; letter-spacing: 0.14em;">ต้</div>
<div class="ff2" style="left: 10.13em; font-size: 11.42em; top: 25.45em;">องเข<span class="ib" style="width: 0.14em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 11.81em; font-size: 11.42em; top: 25.45em; letter-spacing: 0.02em;">าไปยุ่</div>
<div class="ff2" style="left: 13.64em; font-size: 11.42em; top: 25.45em; letter-spacing: 0.03em;">งเกี</div>
<div class="ff2" style="left: 14.82em; font-size: 11.42em; top: 25.45em;">ยวอะไรในทวิ</div>
<div class="ff2" style="left: 19.22em; font-size: 11.42em; top: 25.45em; letter-spacing: 0.01em;">ตเตอร์</div>
<div class="ff2" style="left: 21.37em; font-size: 11.42em; top: 25.45em;">เลย</div>
<div class="ff2" style="left: 10.46em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.12em; top: 26.46em;">แม ้</div>
<div class="ff2" style="left: 11.45em; font-size: 11.42em; top: 26.46em; letter-spacing: 0.01em;">แต่</div>
<div class="ff2" style="left: 12.46em; font-size: 11.42em; top: 26.46em; letter-spacing: 0.01em;">เว็บมาสเตอร์</div>
<div class="ff2" style="left: 16.7em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.01em; top: 26.46em;">ของ<span class="ff0" style="left: 0.25em; word-spacing: -0.24em; margin-right: 0.26em;">G oo gleblo g</span> เองยั<span style="left: -0.06em; margin-right: -0.06em;">ง</span>ให<span class="ib" style="width: 0.13em;"> </span>้</div>
<div class="ff2" style="left: 26.33em; font-size: 11.42em; top: 26.46em; letter-spacing: 0.01em;">คำาแนะนำาสุ</div>
<div class="ff2" style="left: 30.02em; font-size: 11.42em; top: 26.46em; letter-spacing: 0.01em;">ดเรี</div>
<div class="ff2" style="left: 31.17em; font-size: 11.42em; top: 26.46em;">ยบง่</div>
<div class="ff2" style="left: 32.58em; font-size: 11.42em; top: 26.46em;">ายว่</div>
<div class="ff2" style="left: 33.87em; font-size: 11.42em; word-spacing: -0.08em; top: 26.46em; letter-spacing: 0.05em;">า วิ</div>
<div class="ff2" style="left: 34.94em; font-size: 11.42em; top: 26.46em; letter-spacing: 0.03em;">ธี</div>
<div class="ff2" style="left: 35.39em; font-size: 11.42em; top: 26.46em; letter-spacing: 0.06em;">ที</div>
<div class="ff2" style="left: 35.98em; font-size: 11.42em; top: 26.46em; letter-spacing: 0.03em;">ดี</div>
<div class="ff2" style="left: 36.49em; font-size: 11.42em; top: 26.46em; letter-spacing: 0.06em;">ที</div>
<div class="ff2" style="left: 37.09em; font-size: 11.42em; top: 26.46em; letter-spacing: 0.02em;">สุ</div>
<div class="ff2" style="left: 37.59em; font-size: 11.42em; top: 26.46em;">ดและง่</div>
<div class="ff2" style="left: 39.89em; font-size: 11.42em; top: 26.46em;">าย</div>
<div class="ff2" style="left: 7.48em; font-size: 11.42em; top: 27.46em; letter-spacing: 0.06em;">ที</div>
<div class="ff2" style="left: 8.07em; font-size: 11.42em; top: 27.46em; letter-spacing: 0.02em;">สุ</div>
<div class="ff2" style="left: 8.57em; font-size: 11.42em; top: 27.46em; letter-spacing: 0.04em;">ดที</div>
<div class="ff2" style="left: 9.68em; font-size: 11.42em; top: 27.46em; letter-spacing: 0.01em;">คุ</div>
<div class="ff2" style="left: 10.19em; font-size: 11.42em; top: 27.46em;">ณจะรั<span style="left: -0.06em; margin-right: -0.06em;">ก</span>ษาภาพพจน์</div>
<div class="ff2" style="left: 16.66em; font-size: 11.42em; top: 27.46em; letter-spacing: 0.06em;">ที</div>
<div class="ff2" style="left: 17.26em; font-size: 11.42em; top: 27.46em; letter-spacing: 0.03em;">ดี</div>
<div class="ff2" style="left: 17.77em; font-size: 11.42em; top: 27.46em;">ออนไลน์</div>
<div class="ff2" style="left: 20.71em; font-size: 11.42em; top: 27.46em; letter-spacing: 0.03em;">คื</div>
<div class="ff2" style="left: 21.22em; font-size: 11.42em; top: 27.46em; letter-spacing: 0.26em;">อ<span class="ff0" style="margin-right: -0.03em; letter-spacing: 0.03em;">“คิ</span></div>
<div class="ff0" style="left: 22.96em; font-size: 11.41em; top: 27.48em; letter-spacing: 0.01em;">ดสองคร<span class="ib" style="width: 0.1em;"> </span>ั</div>
<div class="ff0" style="left: 26.05em; font-size: 11.41em; top: 27.48em; letter-spacing: 0.01em;">งก่</div>
<div class="ff0" style="left: 27.07em; font-size: 11.41em; top: 27.48em; letter-spacing: 0.02em;">อนที<span class="ib" style="width: 0.09em;"> </span></div>
<div class="ff0" style="left: 28.76em; font-size: 11.41em; top: 27.48em;">จะใส<span style="left: 0.02em; bottom: 0.03em; margin-right: 0.02em;">่</span></div>
<div class="ff0" style="left: 30.6em; font-size: 11.41em; top: 27.48em; letter-spacing: 0.06em;">ข้</div>
<div class="ff0" style="left: 31.19em; font-size: 11.41em; top: 27.48em;">อมู</div>
<div class="ff0" style="left: 32.27em; font-size: 11.41em; top: 27.48em;">ลเช<span style="left: 0.06em; bottom: 0.03em; margin-right: 0.06em;">ิ</span></div>
<div class="ff0" style="left: 33.7em; font-size: 11.41em; word-spacing: 0.01em; top: 27.48em;">งลบใดๆ ใน</div>
<div class="ff0" style="left: 7.48em; font-size: 11.41em; top: 28.49em; letter-spacing: 0.06em;">อิ</div>
<div class="ff0" style="left: 8.01em; font-size: 11.41em; top: 28.49em; letter-spacing: 0.01em;">นเตอร์</div>
<div class="ff0" style="left: 10.38em; font-size: 11.41em; top: 28.49em; letter-spacing: 0.01em;">เน็ต”</div>
</div>
<p>ที่มาจากหนังสือ&#8221;ดังสักนิดชีวิตรุ่ง&#8221; ครับ</p>
<p><fb:comments xid="1210971886" numposts="15" width="510"></fb:comments></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/951/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขอแนะนำอย่างแรง พิพิธภัณฑ์ธงสยาม</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/825</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/825#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Jun 2010 04:14:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[ของดีมีอยู่]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[Memory]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=825</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
&#8230;ความจงรักภักดีต่อชาตินั้น
คือความสำนึก ตระหนักในคุณของแผ่นดินอันเป็นที่เกิด ที่อาศัย
ซึ่งทำให้บุคคลเกิดความภูมิใจในชาติกำเนิด และมุ่งมั่นที่จะธำรงรักษาประเทศชาติ
ไว้ให้เป็นอิสระมั่นคงตลอดไป &#8230;&#8221;
 พระบรมราโชวาท
ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์
ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ 

เกิดเป็นคนไทยควรรู้จักที่มาของธงชาติไทยไว้บ้างนะครับจะได้เล่าความเป็น ความเปลี่ยนแปลง และเรื่องราวของธงชาติเราให้กับคนที่ไม่ทราบได้ ขอแนะนำอย่างแรงครับ ที่ๆคุณจะได้รู้จักความเป็นมาของธงชาติไทย ตั้งแต่การใช้ธงครั้งแรก ประวัติธงชาติไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ แผ่นดินของพระเจ้าอยู่หัวของเรา

ผมก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ธงสยามนี้ขึ้นมาด้วยเงินทุนส่วนตัวซึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิด
ผมไม่ใช่คนรวยหรือมีมรดกตกทอด ส่วนหนึ่งจึงต้องกู้มาเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ
แต่เพื่อให้พวกเราคนไทยทุกคน ได้มีโอกาสเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับธงชาติของเราเอง
ทำให้ผมมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะลงมือสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ และจะตั้งใจทำอย่างดีที่สุด
เมื่อเรารู้เรื่อง และเข้าใจประวัติความเป็นมาในผืนธงชาติของชาติตนเอง เราก็จะรัก&#8230;
รัก&#8230;และหวงแหนในความเป็นชาติ เมื่อมองผ่านธงชาติที่โบกพัดปลิวไสว
นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็น&#8230;
อยากเห็น&#8230;คนไทยรักชาติจริงๆ และลงมือทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อชาติของเรา
มากกว่าเพียงแค่คำพูดว่า&#8230;รักชาติ&#8230;ซึ่งมันง่ายที่ใครๆ ก็พูดได้
พฤฒิพล ประชุมผล
(ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธงสยาม)



]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/825" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/825&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F825"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F825&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="ขอแนะนำอย่างแรง พิพิธภัณฑ์ธงสยาม  | geranun.com" alt=" ขอแนะนำอย่างแรง พิพิธภัณฑ์ธงสยาม  | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p style="text-align: center;">&#8230;ความจงรักภักดีต่อชาตินั้น<br />
คือความสำนึก ตระหนักในคุณของแผ่นดินอันเป็นที่เกิด ที่อาศัย<br />
ซึ่งทำให้บุคคลเกิดความภูมิใจในชาติกำเนิด และมุ่งมั่นที่จะธำรงรักษาประเทศชาติ<br />
ไว้ให้เป็นอิสระมั่นคงตลอดไป &#8230;&#8221;<br />
<strong> พระบรมราโชวาท<br />
ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์<br />
ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ </strong></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">เกิดเป็นคนไทยควรรู้จักที่มาของธงชาติไทยไว้บ้างนะครับจะได้เล่าความเป็น ความเปลี่ยนแปลง และเรื่องราวของธงชาติเราให้กับคนที่ไม่ทราบได้ ขอแนะนำอย่างแรงครับ ที่ๆคุณจะได้รู้จักความเป็นมาของธงชาติไทย ตั้งแต่การใช้ธงครั้งแรก ประวัติธงชาติไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ แผ่นดินของพระเจ้าอยู่หัวของเรา</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-826" title="siamflag_rama6" src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2010/06/siamflag_rama6.jpg" alt="siamflag rama6 ขอแนะนำอย่างแรง พิพิธภัณฑ์ธงสยาม  | geranun.com" width="400" height="558" /></p>
<p>ผมก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ธงสยามนี้ขึ้นมาด้วยเงินทุนส่วนตัวซึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิด<br />
ผมไม่ใช่คนรวยหรือมีมรดกตกทอด ส่วนหนึ่งจึงต้องกู้มาเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ<br />
แต่เพื่อให้พวกเราคนไทยทุกคน ได้มีโอกาสเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับธงชาติของเราเอง<br />
ทำให้ผมมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะลงมือสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ และจะตั้งใจทำอย่างดีที่สุด<br />
เมื่อเรารู้เรื่อง และเข้าใจประวัติความเป็นมาในผืนธงชาติของชาติตนเอง เราก็จะรัก&#8230;<br />
รัก&#8230;และหวงแหนในความเป็นชาติ เมื่อมองผ่านธงชาติที่โบกพัดปลิวไสว<br />
นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็น&#8230;<br />
อยากเห็น&#8230;คนไทยรักชาติจริงๆ และลงมือทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อชาติของเรา<br />
มากกว่าเพียงแค่คำพูดว่า&#8230;รักชาติ&#8230;ซึ่งมันง่ายที่ใครๆ ก็พูดได้</p>
<p style="text-align: center;"><a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.siamflag.org/">พฤฒิพล ประชุมผล<br />
(ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธงสยาม)</a><br />
<img class="aligncenter size-full wp-image-827" style="border: 0px initial initial;" title="introduction_museum" src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2010/06/introduction_museum.jpg" alt="introduction museum ขอแนะนำอย่างแรง พิพิธภัณฑ์ธงสยาม  | geranun.com" width="450" height="443" /></p>
<p><center><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/aRa2xil_0cc&amp;border=1&amp;color1=0x3a3a3a&amp;color2=0x999999&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/aRa2xil_0cc&amp;border=1&amp;color1=0x3a3a3a&amp;color2=0x999999&amp;hl=en_US&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></center></p>
<p><img src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2010/06/siamflag_on_ground_mixed.jpg" alt="siamflag on ground mixed ขอแนะนำอย่างแรง พิพิธภัณฑ์ธงสยาม  | geranun.com" title="siamflag_on_ground_mixed" width="500" height="552" class="aligncenter size-full wp-image-830" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/825/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เหตุมหัศจรรย์ ภาพยนตร์การ์ตูนสีเรื่องแรกในประเทศไทย</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/792</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/792#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 May 2010 08:55:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[การ์ตูน]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง คลิป เพลง และหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[แฟนพันธุ์แท้]]></category>
		<category><![CDATA[animation]]></category>
		<category><![CDATA[Manga]]></category>
		<category><![CDATA[Memory]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[แฟนพันธุ์แท้แห่งปี 2008]]></category>
		<category><![CDATA[แฟนพันธ์แท้การ์ตูนคลาสสิค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=792</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
เนื่องจากวันนี้ วันที่ 27 พค. 2553 เป็นวันมรณกรรมของ อาจารย์ปยุต เงากระจ่าง
ผมขอแสดงความไว้อาลัย และแสดงความเสียใจในการสูญเสียบุคลากรที่มีอิทธิพลสร้างสรรค์การ์ตูนไทย
ในรุ่นผมได้ตื่นตาตื่นใจกับการ์ตูนภาพยนตร์ไทยเรื่องสุดสาคร ในสมัยนั้นตื่นตาอลังการมากๆครับ
เนื้อหาภาพยนตร์ปัจจุบันคนที่พลาดดูในยุคนั้นน่าจะพอหาได้ในยูทูปบ้าง จะเห็นว่าสำหรับในยุคนั้นเป็นการ์ตูนอนิเมที่ไม่ธรรมดาเลยครับ


หมายเหตุ มีเรื่องเกี่ยวกับข้อมูลของท่านบางเรื่องเป็นที่ถกเถียงในทวิตเตอร์ว่าภาพยนตร์เรื่องเหตุมหัศจรรย์เป็นอนิเมชั่นเรื่องแรกของเอเชียด้วยหรือไม่ ผมเข้าใจว่าอาจจะเป็นความคลาดเคลื่อนและเข้าใจผิดกันในอนาคตถ้าไม่เขียนถึงไว้สักหน่อยให้ชัดๆ จึงขออนุญาตเรียบเรียงข้อมูลเท่าทราบให้ไว้ดังนี้ โดยส่วนตัวผมเห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอนิเมชั่นเรื่องแรก ของเอเชีย แต่ถ้าหากนับว่าเป็น color animation film ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นสีเรื่องแรกที่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์จริงๆ น่าจะนับได้ ตามลำดับเงื่อนเวลาที่แสดงให้เห็นตามนี้ครับ

ตามข้อมูลอ้างอิงที่มีหลักฐานปัจจุบัน หรืออนิเมชั่นชิ้นแรกของโลก และของเอเชีย (เนื่องจากค้นพบในเอเชีย) World’s Oldest Animation ที่ค้นพบโดยชาวอิตาเลียน พบในประเทศอิหร่านครับ เป็นภาพแกะกระโดดเล็มใบไม้ บนภาชนะที่ถ้าหมุนแล้วจะเห็นตามภาพบน

ข้อมูลอ้างอิง http://www.cais-soas.com/News/2008/March2008/04-03.htm
คราวนี้มานับเฉพาะอนิเมชั่นฟิลม์ และอนิเมชั่นฟิลม์สี 
1.animation film อนิเมชั่นเรื่องแรกของโลก

สร้างเสร็จในวันที่ 17 สค.ปี 1908 Émile Cohl จากฝรั่งเศสทำอนิเมชั่นเงียบเรื่องแรกของฝรั่งเศสเรื่อง Fantasmagorie และทาง IMdb ให้เครดิตว่าเป็นอนิเมชั่นเรื่องแรก
2.animation film อนิเมชั่นเรื่องแรกของเอเชีย สร้างเสร็จในปี 1917 ชื่อเรื่อง Imokawa [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/792" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/792&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F792"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F792&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="เหตุมหัศจรรย์ ภาพยนตร์การ์ตูนสีเรื่องแรกในประเทศไทย | geranun.com" alt=" เหตุมหัศจรรย์ ภาพยนตร์การ์ตูนสีเรื่องแรกในประเทศไทย | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p>เนื่องจากวันนี้ วันที่ 27 พค. 2553 เป็นวันมรณกรรมของ อาจารย์ปยุต เงากระจ่าง<br />
ผมขอแสดงความไว้อาลัย และแสดงความเสียใจในการสูญเสียบุคลากรที่มีอิทธิพลสร้างสรรค์การ์ตูนไทย<br />
ในรุ่นผมได้ตื่นตาตื่นใจกับการ์ตูนภาพยนตร์ไทยเรื่องสุดสาคร ในสมัยนั้นตื่นตาอลังการมากๆครับ</p>
<p>เนื้อหาภาพยนตร์ปัจจุบันคนที่พลาดดูในยุคนั้นน่าจะพอหาได้ในยูทูปบ้าง จะเห็นว่าสำหรับในยุคนั้นเป็นการ์ตูนอนิเมที่ไม่ธรรมดาเลยครับ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/HPKXmIfJgSQ&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/HPKXmIfJgSQ&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/TrKa2XFUKHo&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/TrKa2XFUKHo&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>หมายเหตุ มีเรื่องเกี่ยวกับข้อมูลของท่านบางเรื่องเป็นที่ถกเถียงในทวิตเตอร์ว่าภาพยนตร์เรื่องเหตุมหัศจรรย์เป็นอนิเมชั่นเรื่องแรกของเอเชียด้วยหรือไม่ ผมเข้าใจว่าอาจจะเป็นความคลาดเคลื่อนและเข้าใจผิดกันในอนาคตถ้าไม่เขียนถึงไว้สักหน่อยให้ชัดๆ จึงขออนุญาตเรียบเรียงข้อมูลเท่าทราบให้ไว้ดังนี้ โดยส่วนตัวผมเห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอนิเมชั่นเรื่องแรก ของเอเชีย แต่ถ้าหากนับว่าเป็น color animation film ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นสีเรื่องแรกที่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์จริงๆ น่าจะนับได้ ตามลำดับเงื่อนเวลาที่แสดงให้เห็นตามนี้ครับ</p>
<p><img class="alignnone" style="border: 0pt none; margin: 0px 5px;" title="World’s Oldest Animation" src="http://www.geranun.com/4pic/albums/userpics/boz.gif" alt="boz เหตุมหัศจรรย์ ภาพยนตร์การ์ตูนสีเรื่องแรกในประเทศไทย | geranun.com" width="317" height="238" /></p>
<p>ตามข้อมูลอ้างอิงที่มีหลักฐานปัจจุบัน หรืออนิเมชั่นชิ้นแรกของโลก และของเอเชีย (เนื่องจากค้นพบในเอเชีย) World’s Oldest Animation ที่ค้นพบโดยชาวอิตาเลียน พบในประเทศอิหร่านครับ เป็นภาพแกะกระโดดเล็มใบไม้ บนภาชนะที่ถ้าหมุนแล้วจะเห็นตามภาพบน</p>
<p><img class="alignnone" title="World’s Oldest Animation" src="http://www.geranun.com/4pic/albums/userpics/Burnt_City_Boz_details_300.jpg" alt="Burnt City Boz details 300 เหตุมหัศจรรย์ ภาพยนตร์การ์ตูนสีเรื่องแรกในประเทศไทย | geranun.com" width="300" height="76" /></p>
<p>ข้อมูลอ้างอิง http://www.cais-soas.com/News/2008/March2008/04-03.htm</p>
<p><strong>คราวนี้มานับเฉพาะอนิเมชั่นฟิลม์ และอนิเมชั่นฟิลม์สี </strong></p>
<p>1.animation film อนิเมชั่นเรื่องแรกของโลก</p>
<p><img class="size-full wp-image-793 alignnone" title="200px-Fantasmagorie_(Cohl)" src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2010/05/200px-Fantasmagorie_Cohl.gif" alt="200px Fantasmagorie Cohl เหตุมหัศจรรย์ ภาพยนตร์การ์ตูนสีเรื่องแรกในประเทศไทย | geranun.com" width="200" height="150" /></p>
<p>สร้างเสร็จในวันที่ 17 สค.ปี 1908 Émile Cohl จากฝรั่งเศสทำอนิเมชั่นเงียบเรื่องแรกของฝรั่งเศสเรื่อง Fantasmagorie และทาง IMdb ให้เครดิตว่าเป็นอนิเมชั่นเรื่องแรก</p>
<p>2.animation film อนิเมชั่นเรื่องแรกของเอเชีย สร้างเสร็จในปี 1917 ชื่อเรื่อง Imokawa Mukuzo Genkanban no Maki สร้างโดย Oten Shimokawa บางส่วนใช้วิธีเริ่มต้นวาดโดยใช้ชอล์กบนกระดานดำ และการพิมพ์ภาพพื้นดำบนกระดาษขาว แล้ววาดทับด้วยสีขาว (ความยาวไม่ทราบชัด ทราบแต่ว่าสั้นมากไม่เกิน 1 นาที)</p>
<p>(นอกจากนั้นมีการค้นพบว่ามีอนิเมชั่นสั้นๆอีก 1 ชิ้นในเกียวโต เป็นอนิเมสั้นๆขนาด 3 วิ ของ <span style="font-weight: normal;"><em>Katsudō Shashin (ที่น่าจะทำขึ้นในปี 1907 )<br />
</em></span></p>
<p>3.color animation film ภาพยนตร์การ์ตูนสีเรื่องแรกของไทย เรื่องเหตุมหัศจรรย์ ฉายในโรงหนังศาลาเฉลิมไทย ในวันที่ 13 เมษายน 1955 เป็นภาพยนตร์ขนาด ขนาด 16 มม. (ความยาว 12 นาที) เป็นภาพยนตร์การ์ตูนสีที่ได้ฉายในโรงหนังเรื่องแรกของไทยในวันที่ 13 เมษายน 1955 ในปี 1957  จึงได้รับการนำออกฉายสู่สาธารณชนอีกครั้ง ประกอบในรายการฉายภาพยนตร์เรื่อง  ทุรบุรุษทุย ของ ส.อาสนจินดา ณ โรงภาพยนตร์บรอดเวย์ พระนคร</p>
<p>4.color animation film ภาพยนตร์การ์ตูนสีเรื่องแรกของญี่ปุ่น เรื่องนางพญางูขาว The Tale of the White Serpent ออกฉายในเดือนตุลาคม 1958 ครับ เฉือนทำเสร็จก่อนอีกเรื่องหนึ่งคือ Magic Boy ที่ออกฉายในเดือน ธค. 1959</p>
<p>จากข้อมูลนี้ลองพิจารณาเทียบดูกันนะครับว่า เรื่องใดมาก่อนเรื่องใดดูครับ<br />
นอกจากนั้นยังนับอนิเมชั่นทางทีวีเรื่องแรก อนิเมชั่นสีทางทีวีเรื่องแรก แยกย่อยไปอีกได้<br />
พูดง่ายๆขึ้นอยู่กับว่าเราจะตั้งนับแบบใดเท่านั้นเอง</p>
<div id="_mcePaste" style="position: absolute; left: -10000px; top: 400px; width: 1px; height: 1px; overflow: hidden;">
<h3 class="UIIntentionalStory_Message"><span class="UIStory_Message"><span>17 สค.ปี 1908 Émile Cohl  จากฝรั่งเศสทำอนิเมชั่นเงียบเรื่องแรกของฝ</span><span class="word_break"> </span>รั่งเศสเรื่อง Fantasmagorie</span></h3>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/792/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ด(ไม่)ลับ เทคนิคพิมพ์เครื่องหมายสัญลักษณ์พิเศษ</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/744</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/744#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Mar 2010 05:42:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>G®anun</dc:creator>
				<category><![CDATA[ของดีมีอยู่]]></category>
		<category><![CDATA[มุมเบาๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=744</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
บ่อยครั้งที่ผมรู้สึกโง่ๆกับการพิมพ์เครื่องหมายสัญลักษณ์พิเศษที่อยากพิมพ์แล้วจำไม่ได้
ก็เลยตัดสินใจว่าจะไปหาข้อมูลมาเก็บไว้ให้ค้นง่ายๆ
สุดท้ายเมื่อได้มาก็เลยคิดว่าน่าจะเอามาเก็บไว้ในบลอคเผื่อแผ่กันบ้างครับ
เวลาที่ใครอยากใช้จะได้มาค้นได้
เราสามารถพิมพ์ตัวอักษรและเครื่องหมายสัญลักษณ์ต่างๆ ได้โดยใช้ ปุ่ม Alt ควบคู่ไปกับการกดปุ่ม numeric key ครับ
ตัวอย่างเครื่องหมายสัญลักษณ์พิเศษที่ผมใช่บ่อยๆ เช่น
- ™(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0153)
- ®(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0174)
- ©(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0169)
- ÷(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0247)
- ×(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0215)
- € (กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0215)
- ¾(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0128)
- ๏ (กดปุ่ม Alt ตามด้วย 139)
- 
สัญลักษณ์เหล่านี้ ไม่มีบนแป้นพิมพ์ของเราครับ
นอกจากทั้งหมดที่ผมชอบใช้แล้ว ก็สามารถไปดูทั้งหมดได้ที่นี่ครับ
http://tools.oratory.com/altcodes.html
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/744" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/744&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F744"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F744&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="เคล็ด(ไม่)ลับ เทคนิคพิมพ์เครื่องหมายสัญลักษณ์พิเศษ | geranun.com" alt=" เคล็ด(ไม่)ลับ เทคนิคพิมพ์เครื่องหมายสัญลักษณ์พิเศษ | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p>บ่อยครั้งที่ผมรู้สึกโง่ๆกับการพิมพ์เครื่องหมายสัญลักษณ์พิเศษที่อยากพิมพ์แล้วจำไม่ได้<br />
ก็เลยตัดสินใจว่าจะไปหาข้อมูลมาเก็บไว้ให้ค้นง่ายๆ</p>
<p>สุดท้ายเมื่อได้มาก็เลยคิดว่าน่าจะเอามาเก็บไว้ในบลอคเผื่อแผ่กันบ้างครับ<br />
เวลาที่ใครอยากใช้จะได้มาค้นได้</p>
<p>เราสามารถพิมพ์ตัวอักษรและเครื่องหมายสัญลักษณ์ต่างๆ ได้โดยใช้ ปุ่ม Alt ควบคู่ไปกับการกดปุ่ม numeric key ครับ</p>
<p>ตัวอย่างเครื่องหมายสัญลักษณ์พิเศษที่ผมใช่บ่อยๆ เช่น<br />
- ™(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0153)<br />
- ®(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0174)<br />
- ©(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0169)<br />
- ÷(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0247)<br />
- ×(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0215)<br />
- € (กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0215)<br />
- ¾(กดปุ่ม Alt ตามด้วย 0128)<br />
- ๏ (กดปุ่ม Alt ตามด้วย 139)<br />
- </p>
<p>สัญลักษณ์เหล่านี้ ไม่มีบนแป้นพิมพ์ของเราครับ<br />
นอกจากทั้งหมดที่ผมชอบใช้แล้ว ก็สามารถไปดูทั้งหมดได้ที่นี่ครับ</p>
<p>http://tools.oratory.com/altcodes.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/744/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รายการ SME ตีแตก เมื่อคนอยากทำธุรกิจมือใหม่กับโลกการตลาดข้นๆมาเจอกัน</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/702</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/702#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Feb 2010 16:23:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[G zone]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[SME ตีแตก]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สุดยอดนักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[เกม]]></category>
		<category><![CDATA[เกมการตลาด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=702</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
ช่วงนี้ รายการเกี่ยวกับการตลาดที่น่าดูในวันศุกร์ อย่าง SME ตีแตก น่าจะจุดกระแสให้ชาวบ้าน คิดถึงเรื่องการมีกิจการของตนเองได้น่าสนใจดีนะครับ หลายๆคนที่ริจะมีกิจการของตัวเอง ก็เกิดประกายในใจ ที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ๆ และเมื่อไรที่คิดว่าจะทำธุรกิจ อาจจะเดินเข้าไปหา ธ.กสิกร ด้วยอิทธิพลที่ตัวเองคุ้นเคย จากการดูรายการนี้จนคุ้นตาได้สูงในอนาคต
ในส่วนตัวหลังจากได้ชมรายการ ผมเห็นว่า &#8220;จุดอ่อน&#8221; ของรายการ คือ ส่วนใหญ่คนที่เสนอตัวเข้ามานำเสนอนั้น มักจะเป็น SME มือใหม่ที่อาจไม่ได้มาจากสายการตลาดโดยตรง เพียงแต่ตัวเองมีจุดแข็งบางจุดที่เป็นตัวชู มีความกล้า มีความมั่นใจสูง
ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการทำธุรกิจ การนำเสนอของ SME เหล่านี้ จึงมีโอกาสน้อยมากที่จะเห็นช่องว่างทางการตลาดอย่างครอบคลุม หรือปิดช่องโหว่ของตัวเองให้ธุรกิจตนเองเกิดความเข้มแข็งได้จนสามารถรุกไปข้างหน้าได้อย่างจริงจังหนักแน่นและมีจังหวะจะโคนที่รัดกุมในสายตาของนักการตลาดได้ง่ายๆ
..

 &#8220;หนึ่งสมองสองมือ และความตั้งใจ บางครั้งก็ไม่พอมือเสมอไปสำหรับกรรมการ เพราะยังไม่ตอบสิ่งที่กรรมการเห็นว่าสำคัญ แต่ก็เป็นเหตุผลที่คนดูน่าจะรับได้ เพราะนั่นหมายถึงว่าคนนำเสนอยังโจทย์ไม่แตก&#8221;
..

การขาดประสบการณ์ธุรกิจในด้านการตลาด พูดง่ายๆระหว่างมวยวัด กับมวยอาชีพ คนปกติที่หันมาจับทำธุรกิจนั้นจึงยากที่จะอ่านทะลุเกมที่ตัวเองเล่นแบบอ่านขาด
เกมโชว์ SME ตีแตกช่วยกระทุ้งข้อนี้ ว่าธุรกิจของจริงมันสาหัสกว่าสนามบนเวทีมากมาย ถ้ายังตอบโจทย์ไม่ตรง มันก็ไม่แตก ดังนั้นเวทีนี้ใครกล้าใครมั่นใจก็ขึ้นไปดวลกับวิสัยทัศน์ของกรรมการดูให้คนดูลุ้นและชม แน่นอนว่า 2 เทปที่ผ่านมาเรียกได้ว่ามีช่องให้กรรมสับเป็นโจ๊กทั้งคู่ ด้วยเหตุผลอย่างที่บอก

แต่ขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้บอกว่าธุรกิจของเขาไปไม่ได้ และไม่มีโอกาสเติบโต เพียงแต่ตอนนี้ เขายังตีโจทย์ไม่แตกเท่านั้น

ที่จริงพูดง่ายๆว่ามันแตกไม่แตก ก็ตั้งแต่จุดเริ่มของเป้าหมายที่เขาคิด หรือตั้งเป้าให้กรรมการดูนั่นแหละครับ ถ้ามองข้ามข้อนี้มันก็ไม่แตกตั้งแต่ต้น
กรรมการเอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/702" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/702&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F702"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F702&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="รายการ SME ตีแตก เมื่อคนอยากทำธุรกิจมือใหม่กับโลกการตลาดข้นๆมาเจอกัน | geranun.com" alt=" รายการ SME ตีแตก เมื่อคนอยากทำธุรกิจมือใหม่กับโลกการตลาดข้นๆมาเจอกัน | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<div><img class="size-medium wp-image-703 alignleft" style="margin: 0px 10px;" title="SME ตีแตก" src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2010/02/snap00012-400x327.jpg" alt="snap00012 400x327 รายการ SME ตีแตก เมื่อคนอยากทำธุรกิจมือใหม่กับโลกการตลาดข้นๆมาเจอกัน | geranun.com" width="320" height="262" />ช่วงนี้ รายการเกี่ยวกับการตลาดที่น่าดูในวันศุกร์ อย่าง SME ตีแตก น่าจะจุดกระแสให้ชาวบ้าน คิดถึงเรื่องการมีกิจการของตนเองได้น่าสนใจดีนะครับ หลายๆคนที่ริจะมีกิจการของตัวเอง ก็เกิดประกายในใจ ที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ๆ และเมื่อไรที่คิดว่าจะทำธุรกิจ อาจจะเดินเข้าไปหา ธ.กสิกร ด้วยอิทธิพลที่ตัวเองคุ้นเคย จากการดูรายการนี้จนคุ้นตาได้สูงในอนาคต</div>
<hr />ในส่วนตัวหลังจากได้ชมรายการ ผมเห็นว่า &#8220;จุดอ่อน&#8221; ของรายการ คือ ส่วนใหญ่คนที่เสนอตัวเข้ามานำเสนอนั้น มักจะเป็น SME มือใหม่ที่อาจไม่ได้มาจากสายการตลาดโดยตรง เพียงแต่ตัวเองมีจุดแข็งบางจุดที่เป็นตัวชู มีความกล้า มีความมั่นใจสูง</p>
<div><strong>ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการทำธุรกิจ การนำเสนอของ SME เหล่านี้ จึงมีโอกาสน้อยมากที่จะเห็นช่องว่างทางการตลาดอย่างครอบคลุม หรือปิดช่องโหว่ของตัวเองให้ธุรกิจตนเองเกิดความเข้มแข็งได้จนสามารถรุกไปข้างหน้าได้อย่างจริงจังหนักแน่นและมีจังหวะจะโคนที่รัดกุมในสายตาของนักการตลาดได้ง่ายๆ</strong></div>
<div><strong>..<br />
</strong></div>
<div><strong> &#8220;หนึ่งสมองสองมือ และความตั้งใจ บางครั้งก็ไม่พอมือเสมอไปสำหรับกรรมการ เพราะยังไม่ตอบสิ่งที่กรรมการเห็นว่าสำคัญ แต่ก็เป็นเหตุผลที่คนดูน่าจะรับได้ เพราะนั่นหมายถึงว่าคนนำเสนอยังโจทย์ไม่แตก&#8221;</strong></div>
<div><strong>..<br />
</strong></div>
<div>การขาดประสบการณ์ธุรกิจในด้านการตลาด พูดง่ายๆระหว่างมวยวัด กับมวยอาชีพ คนปกติที่หันมาจับทำธุรกิจนั้นจึงยากที่จะอ่านทะลุเกมที่ตัวเองเล่นแบบอ่านขาด</div>
<div>เกมโชว์ SME ตีแตกช่วยกระทุ้งข้อนี้ ว่าธุรกิจของจริงมันสาหัสกว่าสนามบนเวทีมากมาย ถ้ายังตอบโจทย์ไม่ตรง มันก็ไม่แตก ดังนั้นเวทีนี้ใครกล้าใครมั่นใจก็ขึ้นไปดวลกับวิสัยทัศน์ของกรรมการดูให้คนดูลุ้นและชม แน่นอนว่า 2 เทปที่ผ่านมาเรียกได้ว่ามีช่องให้กรรมสับเป็นโจ๊กทั้งคู่ ด้วยเหตุผลอย่างที่บอก</div>
<div></div>
<div>แต่ขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้บอกว่าธุรกิจของเขาไปไม่ได้ และไม่มีโอกาสเติบโต เพียงแต่ตอนนี้ เขายังตีโจทย์ไม่แตกเท่านั้น</div>
<div></div>
<div>ที่จริงพูดง่ายๆว่ามันแตกไม่แตก ก็ตั้งแต่จุดเริ่มของเป้าหมายที่เขาคิด หรือตั้งเป้าให้กรรมการดูนั่นแหละครับ ถ้ามองข้ามข้อนี้มันก็ไม่แตกตั้งแต่ต้น</div>
<div>กรรมการเอง แค่ทำหน้าที่ไปเคาะให้มันเห็นศักยภาพความเป็นไปได้ตามเป้าและเหตุผลประกอบที่เขาคิด</div>
<div id="_mcePaste"><img class="alignright size-medium wp-image-704" style="margin-top: 0px; margin-bottom: 0px; margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="SME ตีแตก 02" src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2010/02/snap0002-400x327.jpg" alt="snap0002 400x327 รายการ SME ตีแตก เมื่อคนอยากทำธุรกิจมือใหม่กับโลกการตลาดข้นๆมาเจอกัน | geranun.com" width="320" height="262" /></p>
<hr />จุดแข็งยืนพื้นของรายการนี้ อยู่ที่วิธีการนำเสนอ ที่จุดประกายความคิดริเริ่มธุรกิจของตนเอง การเล่าเรื่องของทีมงาน และพิธีกรมืออาชีพที่รู้จักจังหวะดึงอารมณ์ ยื้อความตื่นเต้นอย่างคุณปัญญา ดังจะเห็นได้ว่าเวลาจะตัดสินว่าแตกไม่แตก คุณปัญญาจะยั้งไม่ให้กรรมการรีบเฉลยผลลัพธ์ แต่ยื้อจังหวะให้ลุ้นทอดเวลาที่รอคอยผล ด้วยหัวใจระทึกสำหรับผู้ชมและคนที่รอคอย ด้วยลีลาอย่างจัดจ้านในจังหวะจะโคน</div>
<hr />ที่จริงแล้ว จุดที่ในอนาคตจะเป็นจุดแข็งได้อีกในแง่ของการติดตามชมก็คือ</p>
<div id="_mcePaste">วิธีวิพากษ์และสรุปของกรรมการแต่ละท่าน ว่าจะชี้ประเด็นขนาดเคาะกระโหลกคนดูและ SME ผู้เสนอตัว แบบกระชากมุมมอง เปิดจุดที่มองข้ามของธุรกิจและเป็นกุญแจของความสำเร็จผัวะผาด และด้วยลีลาแบบไหนที่ ถึงใจคนดูขนาดร้องอูย..โอวว หรือเฮ้ยมองข้ามไปได้ยังไง ถึงกับบอกกับตัวเองในขณะดูได้ว่า โอวว..อย่างนี้สินะที่เรียกว่า &#8220;ตีแตก&#8221; ยิ่งชี้โจทย์ที่เขาควรตีแตกให้เป็นวิทยาทานผู้ดู และผู้นำเสนอได้แจ่มชัดยิ่งดีมีสาระประโยชน์</div>
<hr />ซึ่งถ้าแบะออกมาได้ขนาดนี้ คนติดแน่ๆ รวมทั้งคนที่มาเป็นกรรมการ</p>
<p>ก็จะได้รับการยอมรับนับถือจากคนดู ในความคม และอ่านทะลุ และเป็นกรรมการที่เชี่ยวชาญด้านการตลาดตัวจริง จนคนดูต้องยอมรับ แต่ก็คงไม่ง่ายเหมือนกันเพราะคนที่อ่านขาดในการตลาด กับความสามารถในการพูดนำเสนอเป็นคนละเรื่องกัน</p>
<div id="_mcePaste">ที่อยากให้พูดมากขึ้น คือ กรรมการที่เป็นตัวแทนของธนาคารกสิกร อย่างคุณทวี ธีระสุนทรวงศ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกร</div>
<div id="_mcePaste">จุดแข็งในเรื่องประสบการณ์ที่ได้เห็นธุรกิจ SME มากมายผ่านตาทั้งเกิดและดับ ซึ่งเป็นความรู้และประสบการณ์ข้นๆ</div>
<div id="_mcePaste">แทบจะบอกได้ว่า ในแง่พื้นฐานของกิจการ SME แค่เห็นตัวแปรที่มีในมือก็บอกแววได้ว่ารุ่งหรือรอด</div>
<div>ดังนั้นถ้าสามารถขยายประสบการณ์ที่มีเอามาเล่าให้คนดูได้ฟังมากกว่านี้จะเป็นประโยชน์มาก</div>
<hr />
<div id="_mcePaste"><img class="size-medium wp-image-705 alignleft" style="margin-top: 0px; margin-bottom: 0px; margin-left: 10px; margin-right: 10px;" title="SME ตีแตก" src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2010/02/snap0018-400x327.jpg" alt="snap0018 400x327 รายการ SME ตีแตก เมื่อคนอยากทำธุรกิจมือใหม่กับโลกการตลาดข้นๆมาเจอกัน | geranun.com" width="364" height="298" />ส่วนกรรมการที่มีเสน่ห์ที่สุดตอนนี้ ยังเป็น อ.ธันยวัชร์</div>
<div>การยิงคำถามแบบไม่เกรงใจตรงประเด็นลึกที่สำคัญๆเป็นหัวใจสำคัญ</div>
<div>และที่สำคัญลีลาที่จะสรุปว่าแตกไม่แตก ผมว่าท่า อ.แกได้ที่แล้ว คือมันชวนให้ลุ้น และจำแกได้ถนัดถนี่</div>
<div id="_mcePaste">ความเคี่ยวของกรรมการ 2 ท่านนี้ จำเป็นต้องมีตัวแปรที่เป็นตัวช่วยสำหรับ SME มือใหม่บ้าง ไม่งั้นมันจะโหดและข้น จนกระทั่งลุ้นไม่ออกได้ กรรมการคนที่ 3 จึงเป็นตัวยืดหยุ่นที่สำคัญ</div>
<hr />
<div id="_mcePaste">เหนื่อยสุดในบทบาทกรรมการอาทิตย์นี้ คงเป็นคุณ หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ แกเป็นตัวแทน SME รุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จได้คนหนึ่งนะ รวมทั้งในแง่ประเด็นไอทีแล้ว กระแสตอนนี้จ๊าดสุดในแวดวง สำหรับวิเคราะห์  Ilikedate.com และ Dr.Date แล้ว คุณหนุ่มเหมาะมาก ผมชอบลีลายิงคำถามคุณหนุ่ยนะ รุกและเกาะเรื่อง ยียวนแต่เข้าประเด็น</div>
<div>มีจุดที่คุณหนุ่ยโดนวิพากษ์จากบางคนบ้างในวันศุกร์ที่ผ่านมา เชื่อว่าน่าจะเพราะคุณหนุ่ยคิดเผื่อไปถึงความสนุกของเกมด้วย<br />
และน่าจะมองออกว่า กรรมการทั้งสามคนรวมทั้งตัวคุณหนุ่ยเองน่าจะไม่ให้แตก แต่เกมคงกร่อยไปหน่อยถ้ามันไม่มีลุ้น</div>
<div>จึงยืดหยุ่นให้คะแนนช่วยขึ้นอีกนิดให้ได้ลุ้นกันมั่ง</div>
<hr />
<div id="_mcePaste">แต่ตัวแปรข้อนี้ อาจเป็นดาบสองคมได้เหมือนกัน เพราะคนดูสามารถมองเห็นได้ต่างมุมระหว่างการยืนในจุดยืนการตัดสินด้วยความเห็นของตัวเองอย่างชัดเจนไปเลยตามเนื้อผ้า กับความยืดหยุ่นเล็กๆที่ทำให้เกมลุ้น สำคัญขึ้นอยู่กับเหตุผลของกรรมการที่จะทำให้คนดูยอมรับได้ ซึ่งไม่ว่าใครมาเป็นกรรมการคนที่ 3 ก็คงอารมณ์ไม่ต่างกับคุณหนุ่ยเท่าไหร่</p>
<div id="_mcePaste"><img class="alignright" style="margin: 0px 10px;" src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2010/02/snap0015-200x200.jpg" alt="snap0015 200x200 รายการ SME ตีแตก เมื่อคนอยากทำธุรกิจมือใหม่กับโลกการตลาดข้นๆมาเจอกัน | geranun.com" width="200" height="200" title="รายการ SME ตีแตก เมื่อคนอยากทำธุรกิจมือใหม่กับโลกการตลาดข้นๆมาเจอกัน | geranun.com" /></div>
</div>
<div>คำถามก็คือว่าจะยืดหยุ่นให้สนุกขึ้น หรือตัดบทจบม้วนตั้งแต่กรรมการคนทีสอง<br />
และคำถามแย้งก็คือ กรรมการที่ตอบคนที่ 2 จำเป็นจะต้องยืดหยุ่นไหม ที่จะลงดาบหรือไม่ลงดาบ</div>
<div>เพื่อให้ไปลุ้นที่กรรมการคนที่ส าม</div>
<div>และถ้าลงดาบตั้งแต่กรรมการคนที่สองจะทำให้คนดูรู้สึกว่าเกมนี้โคตรโหดหรือเปล่า</div>
<hr />
<div>ก็ไม่มีคำตอบไหนที่ถูกต้องหรอกครับ</div>
<div>ตามจริง คำถามพวกนี้ไม่จำเป็นต้องมีคนตอบ</div>
<div>เพราะเหตุผลสุดท้ายย่อมเป็นสิทธิ์ของผู้เป็นกรรมการเอง ว่าจะเลือกอย่างไร</div>
<div>การตัดสินไม่ว่าจะเป็นไปทางไหน ตัวกรรมการที่สรุป ย่อมพร้อมจะรับผลสะท้อนของการตัดสินนั้น อย่างเต็มสองอก</div>
<div></div>
<div><img class="alignnone size-full wp-image-707" title="sme ตีแตก" src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2010/02/snap0009.jpg" alt="snap0009 รายการ SME ตีแตก เมื่อคนอยากทำธุรกิจมือใหม่กับโลกการตลาดข้นๆมาเจอกัน | geranun.com" width="445" height="364" /></div>
<div></div>
<div>อย่างไรก็ตาม รายการ SME ตีแตก ก็เป็นรายการการตลาดที่ดูง่าย น่าสนใจ</div>
<div>ก่อเกิดคำถามและชักชวนให้คนดูขบคิดถึงเหตุผลความสำเร็จของแนวคิดธุรกิจ</div>
<div>ที่จะต้องทำการบ้านและอ่านโจทย์ให้ออก</div>
<div>รายการแบบนี้ในบ้านเรามีน้อย และถ้าเอามาจับมาคุย มาถกมาวิเคราะห์</div>
<div>แลกเปลี่ยนทัศนะด้วยประสบการณ์ของแต่ละคนที่ชอบเรื่องการตลาด</div>
<div>ยิ่งถ้าเอามาคุยได้ขนาดตีแตก ยิ่งแจ่ม เพราะยกเคสมาถกได้ถึงน้ำถึงเนื้อ</div>
<div>ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้อยากเขียนถึงครับ เป็น case study ยิ่งดี</div>
<div>เดี๋ยวจะมาต่อตอนวิเคราะห์เจาะสนุกๆ เพลินๆประสาคนชอบเรื่องนี้ครับ</div>
<hr />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/702/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม (คำต่อคำ)</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/570</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/570#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Oct 2009 17:37:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>G®anun</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะก่อนตาย]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเขาศาลา]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[การปฏิบัติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=570</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
เครดิตแกะคำต่อคำ คุณ autumn whispers จากพันทิป เอาเผยแพร่ต่อครับ
คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม
ถอดแบบคำต่อคำ
วู้ดดี้  :  มีหลายคนพูดว่าวู้ดดี้ไม่เหมาะสมที่จะสัมภาษณ์พระ  ท่านมองว่าอย่างไรครับ
ท่าน ว.วชิรเมธี  :  ก็คงต้องย้อนกลับไปถามว่าคุณเอาอะไรมาวัดว่าคนอย่างวู้ดดี้ไม่เหมาะที่จะ คุยกับพระ   พระอาจารย์มองในเวลานี้ไม่มีใครเหมาะเท่าวู้ดดี้เลยนะ  ถ้าวู้ดดี้ไม่มาสัมภาษณ์พระ   เกิดมาคุยไม่สมบูรณ์แบบ
วู้ดดี้ : ก้าวร้าว พูดตรง ถามตรง มีความรุนแรงบ้างในวาจา  ไม่เหมาะสมกับพระ
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์คิดว่าพระไม่ได้หมายความว่าต้องเรียบร้อยแบบผ้าพับไว้   เราไปดูที่เนื้อหาสาระได้มั้ย   หลายครั้งที่พระอาจารย์เปิดไปเจอวู้ดดี้สัมภาษณ์   บางทีบางตอนดีกว่าพระบางรูปเทศน์   เพราะฉะนั้นถ้าเราก้าวข้ามรูปลักษณ์ภายนอก   เจาะไปที่เนื้อหาสาระก็ไม่มีปัญหาที่วู้ดดี้จะคุยกับพระไม่ได้
วู้ดดี้ : งั้นในวันนี้ผมสามารถที่จะถามพระอาจารย์ได้ทุกเรื่อง
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็แล้วแต่จะถาม   แต่พระอาจารย์จะตอบทุกเรื่องหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
วู้ดดี้ : พระอาจารย์บวชตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นเณรอายุ 12
ท่าน ว.วชิรเมธี  : 13
วู้ ดดี้ : แล้วเป็นพระมาตลอดชีวิต   ทุกวันนี้ที่ผ่านมาท่านจะเทศน์เรื่องของแฟน  เรื่องของชีวิต  การมีกิ๊ก  การไม่มีกิ๊ก   แต่ท่านไม่ได้คุ้นเคยกับทางโลกเลย   ท่านสามารถที่จะเข้าใจโลกและเทศน์กลับไปสู่โลกได้อย่างไรในเมื่อท่านอยู่กับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/570" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/570&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F570"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F570&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม (คำต่อคำ)  | geranun.com" alt=" คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม (คำต่อคำ)  | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p>เครดิตแกะคำต่อคำ คุณ <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8400019/A8400019.html" target="_blank">autumn whispers</a> จากพันทิป เอาเผยแพร่ต่อครับ</p>
<p><strong>คำสอนท่าน ว.วชิรเมธี จากรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ฉบับเต็ม<br />
ถอดแบบคำต่อคำ</strong></p>
<p>วู้ดดี้  :  มีหลายคนพูดว่าวู้ดดี้ไม่เหมาะสมที่จะสัมภาษณ์พระ  ท่านมองว่าอย่างไรครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  :  ก็คงต้องย้อนกลับไปถามว่าคุณเอาอะไรมาวัดว่าคนอย่างวู้ดดี้ไม่เหมาะที่จะ คุยกับพระ   พระอาจารย์มองในเวลานี้ไม่มีใครเหมาะเท่าวู้ดดี้เลยนะ  ถ้าวู้ดดี้ไม่มาสัมภาษณ์พระ   เกิดมาคุยไม่สมบูรณ์แบบ</p>
<p>วู้ดดี้ : ก้าวร้าว พูดตรง ถามตรง มีความรุนแรงบ้างในวาจา  ไม่เหมาะสมกับพระ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์คิดว่าพระไม่ได้หมายความว่าต้องเรียบร้อยแบบผ้าพับไว้   เราไปดูที่เนื้อหาสาระได้มั้ย   หลายครั้งที่พระอาจารย์เปิดไปเจอวู้ดดี้สัมภาษณ์   บางทีบางตอนดีกว่าพระบางรูปเทศน์   เพราะฉะนั้นถ้าเราก้าวข้ามรูปลักษณ์ภายนอก   เจาะไปที่เนื้อหาสาระก็ไม่มีปัญหาที่วู้ดดี้จะคุยกับพระไม่ได้</p>
<p>วู้ดดี้ : งั้นในวันนี้ผมสามารถที่จะถามพระอาจารย์ได้ทุกเรื่อง<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็แล้วแต่จะถาม   แต่พระอาจารย์จะตอบทุกเรื่องหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง</p>
<p>วู้ดดี้ : พระอาจารย์บวชตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นเณรอายุ 12<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : 13<br />
วู้ ดดี้ : แล้วเป็นพระมาตลอดชีวิต   ทุกวันนี้ที่ผ่านมาท่านจะเทศน์เรื่องของแฟน  เรื่องของชีวิต  การมีกิ๊ก  การไม่มีกิ๊ก   แต่ท่านไม่ได้คุ้นเคยกับทางโลกเลย   ท่านสามารถที่จะเข้าใจโลกและเทศน์กลับไปสู่โลกได้อย่างไรในเมื่อท่านอยู่กับ วัดตลอดเวลา</p>
<p>ท่าน ว.วชิรเมธี  : เอางี้  วู้ดดี้เคยเห็นคนที่ติดยาเสพติดมั้ย<br />
วู้ดดี้ : เคยเห็นครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าคนติดยาเสพติดมันอันตรายมาก  คุณไม่เคยลองสักนิดนึง<br />
วู้ดดี้ : ก็เห็นผลมัน  เห็นว่าเขาไม่ไปโรงเรียน  สุดท้ายเขาต้องเข้าโรงพยาบาลและตาย<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็นั่นไง   พระอาจารย์ก็ไม่จำเป็นต้องไปลองมีกิ๊ก  พระอาจารย์ก็เห็นผลของมันเหมือนกัน  พระอาจารย์ก็อนุมานเอาได้</p>
<p>วู้ดดี้ : แต่พระอาจารย์อยู่ในวัด  พระอาจารย์ไม่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับเขา<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์อยู่ในวัด  แต่ไม่ได้หมายความว่าพระอาจารย์ถูกปิดหูปิดตา   ตรงกันข้ามอยู่ในวัดบางทีรู้ดีกว่าชาวโลกด้วยซ้ำไป   เพราะชาวโลกเปรียบเสมือนนักมวยที่อยู่บนเวที   คุณชกสะเปะสะปะ  คุณถูกต่อย  คุณถูกน็อก  คุณมึนไปหมด  คนอยู่ข้างเวทีเห็นชัดที่สุดว่าคุณชกยังไง   พระไม่จำเป็นต้องไปตะลุมบอนกับกิเลสเหมือนคุณหรอก   แต่พระอยู่ข้างเวที  พระรู้ว่ากิเลสมันร้ายแค่ไหน</p>
<hr />
วู้ดดี้ : งั้นมีกิ๊กผิดมั้ยครับถ้าเต็มใจทั้งคู่<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เต็มใจทั้งคู่  กิ๊กไม่ใช่ชู้  แต่ถ้าแฟนรู้ต้องเลิกใช่มั้ย  นี่นิยามของกิ๊ก</p>
<p>วู้ดดี้ : แต่ถ้าแฟนไม่รู้และทั้งคู่เต็มใจที่จะเป็นกิ๊กกัน<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติในระบบความสัมพันธ์แบบนี้ทำไมคุณต้องเลิก  คุณก็คบกันต่อไปสิ</p>
<p>วู้ดดี้ : ก็คงรู้สึกผิดไงฮะ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็นั่นแหละ  ถ้ามันรู้สึกผิดก็แสดงว่ามันชอบธรรมมั้ยล่ะ<br />
วู้ดดี้ : ไม่<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็มันไม่ชอบธรรม   คำตอบมันอยู่ในตัวอยู่แล้วว่ามันไม่ดี</p>
<p>วู้ ดดี้ : งั้นสำหรับผู้ชายบางคนมีภรรยาสองสามคน  แล้วภรรยาอยู่บ้านหลังเดียวกัน  กินนอนด้วยกันได้  โอเคไม่มีปัญหา  เมียคนที่หนึ่งคนที่สองคนที่สามยอมรับซึ่งกันและกัน   อย่างนี้ครอบครัวนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการทำบาป<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : กิ๊กหมายถึงความสัมพันธ์ที่ละเมิดจริยธรรมทางเพศ   แต่ที่คุณโยมวู้ดดี้เล่ามาน่ะ   เขารู้เห็นเป็นใจกันทั้งหมดใช่มั้ย  ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดใช่มั้ย<br />
วู้ดดี้ : ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แต่เขาบริหารจัดการได้มั้ยล่ะ<br />
วู้ดดี้ : ได้ครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แล้วภรรยาทั้งสามคนเขายอมรับได้มั้ยล่ะ<br />
วู้ดดี้ : ยอมรับหมดครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็ถ้ารับได้หมดก็ไม่เป็นปัญหา</p>
<p>วู้ ดดี้ : ท่าน ว.  ตั้งแต่โตขึ้นมาผมสังเกตว่าคนมักจะชวนผมเข้าวัด  ไปทำบุญกันเถอะ  ไปนั่งสมาธิในวัด  ไปไหว้พระแล้วคุณจะมีความสุข   แต่ผมเห็นหลายคนเขาไปเพราะเขามีความทุกข์เรื่องเพื่อน  เรื่องงาน  เรื่องแฟน   ชีวิตเป็นทุกข์เลยต้องเข้าไปในวัด   แต่ผมเอง  ผมมีความรู้สึกว่าผมไม่มีตรงนั้น   ผมไม่ได้มีความต้องการที่จะไปไหว้พระ  ไม่มีความต้องการที่จะไปเข้าวัด   ถามว่าแล้วสุดท้ายวู้ดดี้จะต้องเข้าวัดทำไมล่ะครับพระอาจารย์<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : จริงๆ วัดก็ไม่เคยเรียกร้องให้ใครมาเข้านะ  พระอาจารย์ก็ไม่เคยเห็นพระพุทธเจ้าบอกว่ามาเข้าวัดกันเถอะ   พระพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมะแล้วพระองค์ก็เดินไป   ใครอยากฟังธรรมก็มาฟังเท่านั้นเอง   ก็มีแต่เราคนไทยนี่แหละที่บอกว่าเข้าวัดๆๆ</p>
<hr />
วู้ดดี้ : ต้องไปไหว้วัดนี้อยู่บนภูเขา  วัดนี้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด  ต้องบินไปถึงเชียงใหม่  ต้องมาเชียงราย  ต้องลงมาภาคใต้   ต้องวัดนี้ โห&#8230;สุดยอดมาก  อยู่ใต้น้ำ   พระธาตุนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก   คนก็ต้องบินไป  แล้วบางทีเราก็คล้อยตามไปด้วย   อ๋อเหรอ  ถ้าไหว้พระวัดนี้ที่องศาแบบนี้  ไหว้ทิศอย่างนี้แล้วกราบอย่างนี้  คุณจะมีบุญมากกว่าทุกคนในประเทศชาตินี้   จริงหรือเปล่า<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์ฟังดูมันยิ่งไม่ใช่ไหว้พระตามแนวพุทธเลยนะ  เพราะว่าไหว้พระตามแนวพุทธมันไหว้ที่ใจ  ฉุดเข้าวัดนี่ประเสริฐมั้ยล่ะ<br />
วู้ดดี้ : ครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เพราะฉะนั้นโชคดีขนาดไหนที่มีคนชวนคุณเข้าวัดมาตลอดเวลา   คนที่โชคร้ายก็คือ  ไป&#8230;คืนนี้ไปผับมั้ย  คืนนี้ไปอาร์ซีเอมั้ย</p>
<p>วู้ดดี้ : แต่ถ้าไปแล้วไม่ดื่มเหล้าล่ะพระอาจารย์   ไปแล้วมันเต้นแล้วมีความสุข   ผมก็มีความสุข  มันร้องเพลงไปด้วย  แล้วมันได้ปลดปล่อย  นั่นมันคือความสุข  มันไม่ใช่ความทุกข์ไม่ใช่เหรอพระอาจารย์<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์อยากจะบอกว่านั่นเป็นความทุกข์ที่รอเวลาอยู่<br />
วู้ดดี้ : ยังไงครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ผลไม้ทุกผลมีโอกาสที่จะหล่นมั้ย<br />
วู้ดดี้ : มีครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : คนทุกคนก็เหมือนผลไม้   ขณะที่มันมีความสุขก็มีความทุกข์แฝงอยู่ในนั้นตลอดเวลา   แต่ถ้าคนที่ไม่เคยเข้าวัดไม่เคยเรียนธรรมะเลยนะ   วันนี้คุณจะสุข  พรุ่งนี้คุณจะทุกข์  ชีวิตคุณจะสุขๆ ทุกข์ๆ กระเด็นกระดอน</p>
<p>วู้ดดี้ : เพราะมีอบายมุขล้อมรอบเหรอ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : คุณมีโอกาสที่จะทุกข์ได้ตลอดเวลา   วันนี้ทุกข์ยังไม่มาถึงแต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มา  ทุกข์ไม่ได้เกิดจากข้างนอก  ทุกข์เกิดจากในนี้   เมื่อเรามีความเห็นผิด คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว  ทุกข์อยู่ตรงนั้น  นรกก็อยู่ตรงนั้น</p>
<hr />
ตอนนี้ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่ท่านพูดสักเท่า ไหร่นัก   ทำไมคนเรามีความสุขแล้วต้องมีทุกข์รออยู่   คิดแบบนั้นก็ไม่ต้องมีกันพอดีสิครับ   ผมชักจะหวั่นไหวแล้วล่ะครับว่าวันนี้ผมจะได้อะไรกลับไปหรือเปล่า</p>
<p>เมื่อ วู้ดดี้เดินเข้ามาที่ศูนย์วิปัสสนาอาศรมอิสรชน จ.เชียงราย ผมแปลกใจเลยล่ะครับ   เพราะจะมีป้ายติดตามต้นไม้เต็มไปหมด   ท่าน ว.วชิรเมธีบอกผมว่า  เหล่านี้คือต้นไม้พูดได้</p>
<p>วู้ดดี้ : พึงชนะคนชั่วด้วยความดี  มีให้อ่านทุกต้น<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : มี  คุณโยมเดินไป  คุณโยมจะเห็นทุกหนทุกแห่ง   อาตมามีความรู้สึกว่าเวลาเดินมาถ้าพระอาจารย์ไม่อยู่   ต้นไม้เทศน์แทนก็ได้<br />
วู้ดดี้ : ผมกลัวมากว่าที่แห่งนี้ห้ามฆ่าสัตว์   แต่มดมันเยอะมาก   ถ้าผมเหยียบมดตายผมจะตกนรกมั้ยครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เจตนาจะเหยียบมีมั้ยล่ะ<br />
วู้ดดี้ : ไม่มี<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็ไม่บาปก็แค่นั้นเอง  วัดกันที่เจตนา   กรรมไม่มี บาปไม่มีแก่ผู้ไม่เจตนาแค่นั้นเอง<br />
วู้ดดี้ : ขับรถบนไฮเวย์เหยียบ 180 เพราะจะรีบไปหาภรรยาที่กำลังคลอดลูก   แต่ดันไปชนคนแก่ตาย   ไม่มีเจตนา  บาปมั้ยครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็เป็นแค่กิริยาไม่ถือเป็นกรรม   แต่อย่าทำบ่อยๆ<br />
วู้ดดี้ : โอเค  อันนั้นผมแค่ยกตัวอย่างมันไม่เกี่ยวกับผมนะครับพระอาจารย์<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : เจริญพร</p>
<hr />
รายการของผมจะเสนอประเด็นหนึ่งอยู่บ่อยๆ ล่ะครับ   ผมก็เลยอยากจะรู้ว่าท่าน ว. คิดยังไง<br />
วู้ดดี้ : พระอาจารย์เคยดูหมอดูมั้ยครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่จำเป็น  พระอาจารย์คิดว่าคนที่รู้จักตัวเองไม่มีใครไปหาหมอดู<br />
วู้ดดี้ : พระอาจารย์เชื่อเรื่องหมอดูมั้ยครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่เชื่อ   พระอาจารย์เชื่อกฎแห่งกรรม  กฎแห่งการกระทำ  กฎที่บอกว่าชีวิตของเราจะเป็นอะไร ยังไง ขึ้นอยู่กับเรา   ดีชั่วอยู่ที่ตัวเรา  สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว</p>
<p>วู้ดดี้ : แต่บางทีที่หมอดูแม่นมาก พระอาจารย์  จนบางทีทำให้เราหวั่นไหว  โอ้โห&#8230;มันเป๊ะว่ะ  เราจะเอาชนะตรงนี้ได้ยังไง<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : มันก็แล้วแต่เรานะ   ถ้าคุณเลือกที่จะเชื่อ  หมอดูก็จะมีอิทธิพลกับคุณ   ถ้าคุณเลือกที่จะไม่เชื่อ  หมอดูก็จะไม่มีอิทธิพลกับคุณ   เพราะฉะนั้นมันไม่เป็นปัญหา   มันอยู่ที่เรานะ   แต่พระอาจารย์พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าพระอาจารย์รังเกียจหมอดู   หมอดูก็เป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง   อาจจะเรียกว่าเป็นสถิติศาสตร์เพราะว่ากว่าที่จะประมวลองค์ความรู้  ประมวลเหตุการณ์ต่างๆ แล้วมาฟันธงให้ใครมันมีที่มาที่ไป   พระอาจารย์ก็เคยเรียนวิชานี้   แต่พระอาจารย์ไม่ได้ใช้เท่านั้นเอง</p>
<p>         ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าหมอดูทายแม่นหรือไม่แม่นนะ   ปัญหามันอยู่ที่หมอดูไปทายให้คนที่เต็มใจให้ทายหรือเปล่า   ถ้าเขาเต็มใจให้ทาย  คุณทายไปเหอะ  แต่ถ้าเขาไม่อยากให้คุณดูแล้วคุณดัดจริตไปดูให้เขา  คุณละเมิดสิทธิมนุษยชนนะรู้มั้ย </p>
<hr />
วู้ดดี้ : นี่พระอาจารย์ไม่ได้แขวะใครใช่มั้ยครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่ได้แขวะเลย   พระอาจารย์ไม่ได้พูดถึงใครเลยในประโยคนี้  เป็นประโยคที่ไม่มีประธานไม่มีกรรมมีแต่กิริยาล้วนๆ<br />
วู้ดดี้ : 5555555555</p>
<p>วู้ ดดี้ : การห้อยพระเลยดีกว่าฮะ   เขาสามารถที่จะทำให้ตัวเขาเองพ้นจากอุบัติเหตุทางรถยนต์  ทางอากาศ  ทางน้ำได้หมด  ต้องหลวงพ่อนี่  หลวงพ่อนั่น  คือเต็มไปหมดเลย  อันนี้มันจริงมั้ย<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็ถ้ามันจริงอย่างนั้น  กฎแห่งกรรมพระพุทธเจ้าก็เป็นหมันน่ะสิ   แสดงว่าการห้อยพระไปง้างกฎแห่งกรรม  มันมีกฎอีกกฎหนึ่งที่เหนือกฎแห่งกรรมนะเนี่ย  คือการห้อยพระแล้วมันไม่เป็นอะไรเลย   ถ้ามันจริง  ประเทศไทยผลิตพระยี่ห้อนี้ส่งออกนอก  แล้วส่งคนไทยไปสงครามโลกเลยนะ   เราจะเป็นมหาอำนาจโลก  เพราะอะไรทำอะไรเราไม่ได้เลย   ไม่ต้องไปวิจัยวิจารณ์อะไรแล้ว  เอาพระรุ่นนี้ไป  รับรองนะ</p>
<p>วู้ดดี้ : มันบาปมั้ยสำหรับคนทำธุรกิจตรงนี้  คือพิมพ์พระเยอะๆ แล้วก็ต้นทุนอาจจะซัก 5 บาทแต่อัพราคาเป็นค่าเช่ารูปละ 1,500  แล้วก็ได้กำไรเป็นล้าน   สุดท้ายเขาช่วยคนไทยจริงมั้ยฮะ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : บาปไม่บาปมันวัดกันที่เจตนา  คุณห้อยพระ  คุณปั๊มพระให้คนบูชา  คุณอยู่กับพระนะ  แต่บางทีคุณอาจจะไม่ได้อยู่กับพุทธ   ถามว่ามันทำแล้วดีหรือไม่ดีให้วัดที่เจตนา   ถ้าเขามีเจตนาว่าอยากให้พระที่เขาปั๊มออกมาเยอะๆ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้รู้  ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน  เป็นสัญลักษณ์ของความมีศีลมีธรรมนี้ไม่บาป<br />
         แต่ถ้าเขาคิดแต่ว่าที่ฉันปั๊มออกมารุ่นนี้แล้วฉันจะรวยเป็นร้อยล้านเป็นพัน ล้าน   เขากำลังทำธุรกิจพุทธพาณิชย์ 100% น่าเป็นอย่างนี้ไม่ได้บุญ</p>
<p>วู้ ดดี้ : มาพูดถึงเรื่องนี้ดีกว่าครับพระอาจารย์  เรื่องของกรรม  ช่วงนี้จะมีคนพูดถึงเยอะมาก  แปลกนะทำไมมันกลายเป็น trend เมื่อปีที่ผ่านมา  แก้กรรม  จนกระทั่งศาสนาพุทธเองหลายๆ วัดผมก็ยังเห็น   อ้าว&#8230;มาที่วัดนี้แล้วเราจะมาแก้กรรมได้   ชาติที่แล้วคุณมีกรรม   ชาตินี้คุณจะต้องแก้แล้วชาติหน้าคุณจะได้ดีขึ้น  ถามนะครับว่าตกลงมันจริงมั้ย  การแก้กรรมด้วยการตัดกรรม<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : คนไทยนี่ชอบแก้กรรม  ก็ทำเหมือนว่าเรากำลังถูกมัดเอาไว้ก็เลยต้องมาแก้  หรือบางทีก็ต้องทำพิธีตัดกรรม   ก็เหมือนกันว่ากรรมมันเป็นผ้าผืนหนึ่งหรือยังไง เป็นเชือกเส้นหนึ่งหรือยังไง   กรรมก็คือตัวความคิดของเรานั่นเอง   ฉะนั้นมันง่ายนิดเดียวนะถ้าจะตัดกรรมก็เปลี่ยนความคิด</p>
<p>วู้ดดี้ : แล้วมันมีกรรมจริงมั้ยครับ โลกใบนี้  มันมีเวรมันมีกรรมมั้ย  ถามจริงๆว่ามันมีชาติที่แล้ว  ชาตินี้  ชาติหน้า  มันมีจริงมั้ย<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : คือตามหลักพุทธมันมี<br />
วู้ดดี้ : แต่มันพิสูจน์ไม่ได้น่ะพระอาจารย์<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แล้วมันจะเสียหายตรงไหนถ้ามันพิสูจน์ไม่ได้<br />
วู้ ดดี้ : วู้ดดี้มีความรู้สึกว่าเวลาคนเราตาย  มันก็แค่กลายเป็นผงธุลี  แล้วมันก็ลงไปฝังในดินหรือเป็นขี้เถ้า   มันจะไปชาติหน้าได้จริงเหรอ  มันมีจริงเหรอ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : มี หลายสิ่งหลายอย่างที่เราเอาเข้าห้องแล๊ปไม่ได้นะ   มันก็มีจริงๆ  ฉะนั้นเราอย่าไปคิดว่าความจริงมันต้องเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้เท่านั้น   อย่างความรักก็ดี  ความโลภก็ดี  ความโกรธก็ดี  ความหลงก็ดี  อิจฉาตาร้อนก็ดี  เอาเข้าห้องแล็ปได้มั้ย<br />
วู้ดดี้ : ไม่ได้<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แล้วมันมีมั้ย  ความรักมีมั้ย  ความโลภน่ะมีมั้ย  กามารมณ์น่ะมีมั้ย<br />
วู้ดดี้ : เยอะ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เอาไปพิสูจน์ได้มั้ยของพวกนี้<br />
วู้ดดี้ : ไม่ได้<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : นั่นสิ  แต่มันมี  เพราะฉะนั้นชาติหน้าเราก็ไม่ต้องไปคิดว่าพิสูจน์ยังไง  พิสูจน์ไม่ได้แล้วมันจะมียังไง</p>
<p>วู้ดดี้ : อาจารย์ไม่เคยเห็นใช่มั้ยฮะ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ของพวกนี้เขาไม่เห็นด้วยตา  ต้องเห็นด้วยปัญญาสิ  ใช่มั้ยล่ะ  เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้คุณจะสงสัยก็ได้ไม่ได้ทำให้พุทธศาสนาสูงขึ้นหรือ ต่ำลง   สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่โลกหน้ามีหรือไม่มีนะ   มันอยู่ที่ว่าโลกนี้มันมีแล้วคุณใช้ชีวิตในโลกนี้ยังไง </p>
<hr />
เป็นครั้งแรกน่ะครับที่แขกรับเชิญทำให้ผมอึ้ง   เพราะหลายเรื่องที่ผมถามคำถามยากๆ  ท่านก็ตอบออกมาได้ง่ายๆ เสียเหลือเกิน  แต่ผมก็ยังไม่ได้เห็นด้วยกับท่านทั้งหมดนะครับ   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชาตินี้ชาติหน้าและอีกหลายเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้   ผมอดคิดไม่ได้นะครับว่ายังไงธรรมะก็ยังเป็นเรื่องที่ห่างไกลจะตัวผมอยู่ดี</p>
<p>ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมสงสัย   พุทธศาสนิกชนก็ต้องทำใจหน่อยนะครับ   เพราะคำถามที่ผมจะถามนี้อาจทำผมกำลังจะท้าทายท่าน<br />
วู้ ดดี้ : ขอพูดถึงพุทธพาณิชย์หน่อยดีกว่า   ท่านเคยได้ยินมั้ยฮะ  ถ้าบางคนจะบอกว่าพระเดี๋ยวนี้จะเริ่มค้าขายกันมากขึ้น  ออกตามทีวี  ออกตามรายการต่างๆ ขายหนังสืออะไรมากมาย   ท่านเองก็เป็นหนึ่งในนั้น<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : มันจะเป็นพุทธพาณิชย์หรือไม่   มันไปวัดที่เจตนาสิ   ถ้าพระอาจารย์เขียนหนังสือขาย  มีเงินมีทองร่ำรวยมหาศาลแล้วก็ทำตัวเป็นหลวงเสี่ย  พระอาจารย์กำลังทำพุทธพาณิชย์   แต่การเทศน์แต่ละครั้งฟังได้แค่คนเดียวเหมือนวู้ดดี้มาคุยกับพระอาจารย์ที่ เชียงราย   ถ้าเราถอดบทสนทนานี้พิมพ์เป็นหนังสืออ่านกันทั่วโลกทั้งภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ  ภาษาอะไรก็ได้  คนเปิดหูเปิดตาและเรียนรู้ธรรมะ   พระอาจารย์ไม่ได้คิดถึงเงินที่จะได้  คิดถึงแต่ประโยชน์ที่จะได้แก่ชาวโลก   อย่างนี้เรียกว่าพาณิชย์ได้มั้ย   ไม่ได้  เพราะฉะนั้นจะเป็นพุทธพาณิชย์ก็ต่อเมื่อเรามุ่งไปที่กำไรคือเม็ดเงิน  แต่ถ้าเรามุ่งไปที่กำไรคือสติปัญญา  คือความเฉลียวฉลาด  คือความรู้  คือความหายโง่งมงาย  ไม่มีทางเป็นพุทธพาณิชย์</p>
<p>วู้ดดี้ : แล้วส่วนใหญ่กำไรที่ได้จากการตีพิมพ์อะไรต่างๆ  หรือว่ากับหลายๆ อย่างที่เราทำ   ท่านเอาเงินนั้นไปบริจาคต่อยังไง   หรือว่าเอาไปใช้ลงทุนต่อยังไง<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์ใช้เป็นทุนการศึกษาทั้งหมด  ไม่เชื่อไปดูได้เลย  พระอาจารย์สร้างโรงเรียนให้สามเณรที่วัดบ้านเกิดของพระอาจารย์   มีนักเรียนที่รับทุนจากพระอาจารย์ตั้งแต่ต้นจนถึงทุกวันนี้นะ   ทั้งพระทั้งเด็กทั้งเยาวชนเป็นพันคน</p>
<p>วู้ดดี้ : อย่างนึงที่ค้างคาใจก็คือเรื่องของเรต   เอางี้ดีกว่ามีคนบอกว่าพระเดี๋ยวนี้ออกตามรายการต่างๆหรือว่าจะนิมนต์ไปไหน ต่อไหน   ไปสถานที่บางสถานที่ที่พิเศษจะต้องมีเรต  เป็นแสนบ้าง  เป็นล้านบ้าง   วันนี้ผมมาเองยังถามทีมงานเลยว่าคุยกับท่าน ว.วชิรเมธีกี่บาท  จริงมั้ยฮะว่ามันเป็นล้านๆ เลยหรือมันยังไง<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : พระอาจารย์คิดว่าคนคิดอย่างนี้ต่ำนะ   ไม่ใช่ว่าเรตมันต่ำ  คือพระอาจารย์คิดว่า  เขาคิดว่าพระเป็นดารา</p>
<p>วู้ดดี้ : ท่านมีสังกัดมั้ยครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่มี   วันก่อนมีคนโทรศัพท์มาหาพระอาจารย์  ขอโทษนะครับต้องขออนุญาตสังกัดพระอาจารย์มั้ย   พระอาจารย์บอกว่า  โยม&#8230;อาตมาเป็นพระนะ  ไม่ได้เซ็นสัญญากะค่ายไหนเลยนะ   ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์  เพราะฉะนั้นจะมีใครสูงไปกว่าอาตมา   อยากนิมนต์อาตมา  อาตมาเป็นต้นสังกัดของตัวเอง   เวลานิมนต์อย่ามาถามเรต  ถามอย่างนี้ถือว่าดูถูกกันมากเลย   แต่อาตมาต้องทำความเข้าใจเพราะคนมักจะถาม   เพราะฉะนั้นนิมนต์มาเลยนะ  ถ้าพระอาจารย์  1. ว่าง   2. เห็นว่ามีประโยชน์   ได้เจอกันแน่นอน </p>
<hr />
วู้ดดี้ : มีงานไหนที่ไปแล้วงงมั้ยฮะ  แบบว่าเอ๋อเลย มีมั้ยครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ครั้งหนึ่งพระอาจารย์ไปบรรยายงานแห่งหนึ่งที่โรงแรม  ถัดจากพระอาจารย์เขากำลังจะเดินแบบกัน   แล้วเขาก็ขี้เกียจตั้งธรรมาสน์ต่างหากก็ให้เทศน์บนแคทวอร์ค<br />
วู้ดดี้ : 555555555 จริงรึเปล่าฮะ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : จริง&#8230;รู้สึกว่าวันนี้มาผิดฝาผิดตัว  นางแบบทั้งนั้น<br />
วู้ดดี้ : แล้วท่านก็มายืนกลางแคทวอร์คเหรอครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่สถานที่นะ  ถ้าใจคุณพร้อมที่ไหนก็ได้  ไม่เป็นปัญหา</p>
<p>วู้ดดี้ : วัดอยู่ที่ใจใช่มั้ย<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถูกต้อง   ถ้าคุณเป็นคนดีแล้ว  นั่นแหละคุณบรรลุวัตถุประสงค์ของการมีวัด  วัดอยู่ในใจคุณแล้ว<br />
วู้ดดี้ : ชีวิตผมทุกวันนี้ต้องเข้าวัดก่อน ชัวร์<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : อาการอย่างนี้มันต้องเข้าแหละ<br />
วู้ดดี้ : ท่านชมใช่มั้ยครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ชม มั่นใจว่าชม</p>
<p>วู้ ดดี้ : วู้ดดี้มี twitter ไว้ล่าสุดเพื่อที่จะมีการโต้ตอบ real time กับคุณผู้ชมทางบ้าน   วู้ดดี้ได้ฝากหัวข้อเอาไว้ว่าวู้ดดี้จะได้มีโอกาสเจอกับท่าน ว. ใครอยากจะฝากอะไรไว้บ้างมั้ย  ประเด็นหรือว่าคำถาม   ปรากฎว่ามีคนตอบมาเป็นหลักร้อย เยอะมาก   คำถามน่าสนใจมาก   วู้ดดี้ขอคัดออกมาซักคำถามสองคำถามแล้วกันนะครับ<br />
         มีอยู่คนหนึ่งถามมาว่า   เราไม่เคารพพระที่เราไม่ชอบหรือที่ประพฤติมิชอบแต่ยังเป็นพระ  บาปมั้ยครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็ไม่บาป  คนจะเคารพใครสักคนหนึ่งอย่างน้อยเขาต้องดีกว่าคุณใช่มั้ย  ก็ถ้าคุณตระหนักว่าเขาไม่ได้ดีกว่าคุณ  คุณไม่เคารพก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร   ฉะนั้นเป็นเรื่องปกติ   ถ้าไม่มีความดีให้เราเคารพ  ท่านก็ไม่ได้รับการเคารพ</p>
<p>วู้ดดี้ : แม้ว่าท่านจะห่มผ้าเหลืองก็ตามที<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : มันก็สมเหตุสมผลอยู่แล้ว  ใช่มั้ยล่ะ  ตรงกันข้ามถ้าเราไปเคารพในคนที่ไม่ควรเคารพสิ  อันนี้จึงบาป</p>
<hr />
วู้ดดี้ : ถ้าหากให้เอานักการเมือง  หรือแกนนำเหลืองแดงมาให้ท่านเทศน์  ท่านจะเทศนาอะไรครับให้เขายอมจับมือกัน<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : หนึ่ง&#8230;อยากจะฝากประโยคสั้นๆ ว่าอย่าเห็นแก่ตัวจนไม่เห็นหัวประเทศไทย   ประโยคที่สองพระอาจารย์จะบอกว่าต้องยอมถอยเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า   คือถอยนี้ไม่จำเป็นต้องถอยหลังนะ   พระอาจารย์คิดว่าเราสามารถถอยไปข้างหน้าได้  ถ้าถอยแล้วทำให้ประเทศชาติของเราราบรื่นแล้วก็เดินต่อไปได้   ก็ขอฝากสองเรื่อง</p>
<p>วู้ดดี้ : ทุกวันนี้คนไทยเกิดอาการจิตตก  จิตตกมาก  ผมเลยถามว่าคนเราถ้าจิตตกจะมีวิธีแก้ยังไง  ผมไปไหนเจอจิตตกๆ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : จิตตกก็ต้องยกจิตนะ  คนส่วนใหญ่จิตตกก็ปล่อยให้ตกใช่มั้ย<br />
วู้ดดี้ : ครับ  มันจะยกยังไงฮะ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ยกจิตหมายความว่า  ต้องออกจากสภาพแวดล้อมอย่างนั้น   คุณไปคุยกับคนๆ นี้แล้วมันคุยแต่การเมืองๆๆ จนคุณรู้สึกแย่ไปเลย  คุณก็เลิกคุยสิ  ไปคุยกับคนอื่น  อย่างน้อย 3 ปี 5 ปีใช่มั้ยที่ผ่านมา  วู้ดดี้ได้เรียนรู้มั้ย  ได้รู้เช่นเห็นชาตินักการเมืองไทยมั้ย  นี่คือสิ่งดีมากนะที่นักการเมืองสายพันธุ์นี้ได้มอบให้แก่เรา<br />
         เขากำลังทำทุกอย่างให้เห็นว่านักการเมืองสายพันธุ์นี้จะเลวได้ถึงที่สุด ขนาดนี้   พอเราเรียนรู้ถึงที่สุดแล้ว  เชื่อมั้ย  จากนี้ไป 100 ปีข้างหน้า   เมืองไทยจะไม่กลับมาตรงนี้อีก</p>
<p>วู้ดดี้ : เพราะว่าคนเรามีความรู้มากขึ้นถูกมั้ย  ในการที่จะดูออกว่าคนนี้เป็นคนเลว<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถูกต้อง  เพราะฉะนั้นถ้ามองโลกในแง่ดี   พระอาจารย์กลับรู้สึกว่าวันเวลาช่วงนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งใน ประวัติศาสตร์ไทย   เพราะเราได้เรียนรู้ครั้งใหญ่พร้อมกันทั้งประเทศ   ห้องเรียนประชาธิปไตยเปิดให้เราได้ไป take course พร้อมกัน</p>
<p>ท่าน ว. ได้พาผมเดินขึ้นมาถึงยอดเขาของอาศรมแห่งนี้แล้วผมก็ได้พบกับหลวงพ่อยิ้มที่งามที่สุดครับ</p>
<p>วู้ดดี้ : จริงๆ วู้ดดี้มาจากวุฒิธรใช่มั้ย   ทีนี้วุฒิชัยชื่อของท่านแปลว่าอะไร<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : วุฒิชัยใช่มั้ย  ก็แปลว่าเจริญด้วยชัยชนะ  วุฒิธรของคุณโยมคือทรงไว้ซึ่งชัยชนะ   เวลาไปเมืองนอกฝรั่งเขาไม่เรียกพระอาจารย์ว่าพระมหาวุฒิชัย  เขาออกเสียงไม่ได้   เขาเรียกว่ามาสเตอร์วู้ดดี้<br />
วู้ดดี้ : มาสเตอร์วู้ดดี้<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เจริญพร  ก็พระอาจารย์วู้ดดี้<br />
วู้ดดี้ : โห&#8230;ถ้าอย่างนั้น  ถ้าเกิดว่าผมไปบวชมั่ง  ก็จะมีสองวู้ดดี้สิ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : 2 ว.<br />
วู้ดดี้ : ก็มี ว.หนึ่ง  ว.สอง<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : เจริญพร<br />
วู้ดดี้ : ถ้าผมเป็นพระ  ผมโทรหาท่านก็ ว.หนึ่ง นี่ ว.สอง ได้มั้ยครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ได้<br />
วู้ดดี้ : 55555 น่าจะเป็นอะไรที่ดี </p>
<hr />
ขึ้นมาทั้งทีก็ต้องไหว้พระขอพร  และขออีกหลายอย่างที่ผมจะอยากขอ  ซึ่งผมเพิ่งรู้ตอนนี้แหละครับว่า</p>
<p>ท่าน ว.วชิรเมธี  : มาหาพระพุทธเจ้าอย่าขอ   แต่บอกว่าพระองค์จะเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของเรา<br />
วู้ดดี้ : อยากจะได้เงินเยอะๆ วันนี้ขอให้เงินไหลมาเทมา ไม่ใช่<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่มีทาง  พระพุทธเจ้าไม่ได้มีหน้าที่มาหาเงินให้ใคร   ท่านมีหน้าที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรา   พระธรรมทำหน้าที่เป็นแผนที่ให้เรา  พระสงฆ์ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้เรา   พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  ถ้านับถือให้ถูกต้อง  ต้องเป็นแบบนี้นะ</p>
<p>วู้ดดี้ : ขอให้พ่อแม่พ้นจากทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ หรือขอให้ครอบครัวมีความสุข  อันนี้ก็ไม่ใช่<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถ้าคุณขอให้โลกนี้จะมีคนผิดหวังมั้ย  พุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ  เป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ   คุณอยากได้อะไรดีๆ คุณทำเหตุให้ดีแล้วผลที่ดีจะตามมา  คุณมาขอท่านแต่คุณไม่ได้ทำอะไรให้พ่อให้แม่เลย  ท่านจะดีมั้ย</p>
<p>วู้ ดดี้ : วู้ดดี้ก็จะบอกว่าผมจะเริ่มจากการเป็นคนดี  ผมจะมีสติในการใช้ชีวิต  ผมจะดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงเพื่อที่จะได้มีสติในการช่วยเหลือชาวโลก<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถูกต้อง   เรามาหาพระองค์ท่านเพียงเพื่อขอให้พระองค์ท่านเป็นสักขีพยานให้เรา  การลงมือทำเป็นเรื่องของเราทั้งหมด   เคยได้ยินมั้ย  อัตตาหิ  อัตตาโน  นาโถ  ตนเป็นที่พึ่งของตน</p>
<p>วู้ดดี้ : แสดงว่าตั้งแต่เกิดมาผมเข้าใจผิดมาตลอดเลยว่าเวลาเจอพระคือขอๆๆๆๆ อย่างเดียว<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ไม่ใช่แล้ว  พุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ  เราเป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ  ไม่ใช่ให้มาหาแล้วก็ขอๆๆๆ<br />
วู้ดดี้ : แล้ววู้ดดี้ควรจะตั้งจิตแล้วก็อธิษฐานว่ายังไงครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ตั้งสัตยาธิษฐานว่าวันนี้ข้าพระพุทธเจ้ามาอยู่เบื้องพระพักตร์ของพระองค์ แล้ว พระองค์เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จด้วยความเพียรพยายามของพระองค์เองฉันใด ข้าพเจ้าจะขอเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จด้วยความเพียรพยายามของข้าพระ พุทธเจ้าฉันนั้นเหมือนกัน  นี่เป็นการขอที่ถูกต้องนะ  ขอให้ตัวเองได้ทำอย่างที่พระองค์ทำสำเร็จมาแล้ว  ไม่ใช่มาขอให้พระองค์มาทำให้เรา</p>
<p>อยู่บนโลกนี้มา 32 ปี  เพิ่งรู้วันนี้แหละครับว่าการที่คนเราจะทำอะไรได้หรือจะประสบความาสำเร็จ นั้น  คนเดียวที่เราจะต้องพึ่งคือตัวเราเอง </p>
<hr />
ท่าน ว. พาผมมาที่กุฏิส่วนตัวของท่านด้วยครับ  ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริงเพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม  ก็สมกับที่ใครๆ ยกย่องว่าท่านเป็นพระนักปราชญ์   ผมอยากรู้ว่าบุคคลต้นแบบหรือไอดอลของท่านนั้นคือใครครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : แน่นอนที่สุดเบอร์หนึ่ง  แล้วไม่มีเบอร์สองด้วยนะ  ต้องพระพุทธเจ้า  อันนี้ยกไว้เลยนะ  เป็นพระถ้าไม่ถือว่าพระพุทธเจ้าเป็นไอดอลก็คงไม่ใช่พระแล้วนะ<br />
         ทีนี้ในแง่คนทั่วไป  พระคือท่านพุทธทาสภิกขุ  เป็นแรงบันดาลใจให้พระอาจารย์ในแง่ของการเป็นพระที่กล้าที่จะคิดนอกกรอบ   และมีความกล้าหาญทางจริยธรรมที่จะเทศน์ที่จะสอน   ท่านยินดีที่จะพูดความจริงโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะต้องตาย<br />
         รูปที่สองพระพรหมคุณาภรณ์  ได้เปรียญธรรม 9 ประโยคตั้งแต่ยังเป็นสามเณร  มีความแม่นยำในทางพระธรรมวินัยสูงมาก   เป็นพระไทยรูปแรกที่ไม่ได้เรียนเมืองนอกแต่มีปัญญาพอที่จะไปสอนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด<br />
         สาม  หลวงพ่อชา สุภัทโท  เพราะพระอาจารย์อยากเจริญรอยตามหลวงพ่อชา สุภัทโท   อาศรมอิสรชนจึงเกิดขึ้น   มิฉะนั้นพระอาจารย์ไม่มาปลีกวิเวกอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545   เพราะพระอาจารย์ฝันที่จะเป็นอย่างท่าน<br />
         ต่อไปรูปที่สี่   ท่านดาไลลามะ  เป็นพระที่มีชีวิตชีวามาก  ความรู้ทางโลกดีมาก  ความรู้ทางธรรมดีมาก  แล้วเป็นพระที่นำพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ชาวตะวันตกยอมรับ   ท่านเป็นพระของวันนี้ที่ร่วมสุขร่วมทุกข์กับชาวโลกแล้วชาวโลกสัมผัสได้<br />
         แล้วก็รูปที่ห้า  พระเซ็นชาวเวียดนามชื่อท่านติช นัท ฮันห์   เป็นพระวิปัสสนาญาณสายเซ็นที่ได้รับการยอมรับสูง   หนึ่งในสองรูปของโลกนี้</p>
<p>วู้ ดดี้ : พระพุทธเจ้าบอกว่ากิเลสเป็นตัวทำให้เกิดทุกข์  แต่ถ้าวู้ดดี้เองไม่มีกิเลส  เช่น ไม่อยากทำรายการ  ไม่อยากมีรถยนต์เพื่อเดินทางมาหาท่าน  ไม่อยากขึ้นเครื่องบินมาหาท่าน   แล้วเราจะมีวันนี้ได้ยังไงครับท่านอาจารย์   มันต้องมีบ้างไม่ใช่เหรอ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : คนไทยมักจะเข้าใจผิดนะ  แท้ที่จริงถ้าคุณไม่มีความอยากอย่างนี้   คุณก็สามารถทำอะไรดีๆ และยิ่งกว่านี้ได้   ฉะนั้นความอยากจึงมีสองอย่าง  1. อยากเพราะถูกผลักดันโดยตัวกิเลส   2. อยากเพราะถูกผลักดันโดยตัวปัญญา   ทีนี้ถ้าปัญญามันผลักดันคุณ  มันจะให้คุณมีความรู้สึกอย่างหนึ่ง   เช่นอย่างพระอาจารย์อยากแสดงธรรม   ปัญญามันพาทำนะ  ปัญญามันจะบอกว่าทำเถอะ  เพราะว่าธรรมะช่วยเปิดหูเปิดตาให้คนพ้นทุกข์<br />
         ทีนี้ถ้าความอยากคือกิเลสมันพาทำนะ  ทำเถอะไปออกทีวีเถอะแล้วท่านจะดัง </p>
<hr />
วู้ดดี้ : ถ้าวู้ดดี้อยากจะเป็นนายก  วู้ดดี้จะ manage กิเลสยังไงฮะ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ก็ต้องถามดูว่า  คุณอยากจะเป็นนายกเพื่ออะไร<br />
วู้ดดี้ : เพื่อเปลี่ยนประเทศนี้ให้มันดีขึ้น<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : ถ้าอย่างนี้นะ  คุณไม่ได้ทำเพราะกิเลส  คุณทำเพราะปัญญาเป็นความอยากที่ถูกต้อง<br />
วู้ดดี้ : ถ้าผมอยากจะเป็นนายกเพราะผมอยากจะโกงกินประเทศนี้   อยากเอาเงินเก็บเข้ากระเป๋าตัวเองให้ครอบครัวเรารวย<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี  : อันนี้คุณทำเพราะตัณหา  แสดงว่าคุณเป็นนายกที่มีโอกาสจะเป็นทรราชย์สูงมาก</p>
<p>วู้ดดี้ : ถ้าผมอยากจะเป็นนายกเพราะว่ามีคนแบ๊คแล้วก็สั่งให้ผมต้องเป็นนายก<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : อันนี้คุณทำเพราะตัณหา  คุณเป็นตัวแทนของกิเลส   หัวหน้าพรรคของคุณคือกิเลสไม่ใช่ปัญญา   เพราะฉะนั้นวัดได้หรือยังว่าความอยากมันมีสองอย่าง   อยากทำอะไรดีๆ เพราะมีปัญญาเป็นความอยากที่ถูกต้อง   อยากทำอะไรดีๆ เพราะมีตัณหาเป็นความอยากที่ไม่ถูกต้อง   ฉะนั้นวันหนึ่งคุณโยมทำรายการนะ   แต่คุณโยมมีเงินมากแล้วมีชื่อเสียงมากพอแล้ว   คุณอยากจะให้แต่สาระประโยชน์แก่คนไทยล้วนๆ นี่แหละความอยากของคน  เป็นความอยากที่ถูกต้อง</p>
<p>วู้ดดี้ : ตอนนี้คนไทยทั้งประเทศมีความทุกข์เยอะ   บางทีหาทางไม่ได้ก็ฆ่าตัวตาย  วู้ดดี้ออยากจะให้คนที่ดูอยู่และมีความรู้สึกแบบนั้น  ได้มีโอกาสในการคิด   อยากจะให้พระอาจารย์ช่วยให้เขามีสติหน่อย<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : พระอาจารย์อยากให้เขาลุกขึ้นมา  เดินออกจากสภาพแวดล้อมอย่างนั้น  แค่คุณเดินออกไปพลังงานด้านลบก็จะหายไปจากตัวคุณแล้ว   ถ้าคุณมีแนวโน้มกำลังจะฆ่าตัวตาย  คุณพูดให้เพื่อนฟังนะ   โทรศัพท์ไปหาเพื่อน  เพื่อนจับสัญญาณได้  เพื่อนจะได้ช่วยคุณได้</p>
<p>วู้ดดี้ : ถ้าคนที่ไม่มีเพื่อนล่ะครับ  ไม่มีเพื่อนไม่มีครอบครัว  อยู่คนเดียวล่ะ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : คุณก็สร้างขึ้นมาใหม่ให้มันมีได้นี่   เปิดโทรทัศน์ก็ได้  ไปหาเทปธรรมะมาฟังก็ได้   เพื่อนมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง  ขึ้นอยู่แต่ว่าคุณเปิดหูเปิดตาเปิดใจหรือเปล่า   เคยได้ยินคำนี้มั้ย   โลกของวู้ดดี้ต้องไม่เคยได้ยินอะไรอย่างนี้แน่ๆ  “กัลยาณมิตร”   อีกคำหนึ่ง good friend  เพื่อนแท้   แต่คนไทยไม่ชอบหรือบางทีไม่ให้ความสำคัญกับกัลยาณมิตรนะ  บางทีเราไม่รู้จักด้วยซ้ำ   เรามีสิ่งหนึ่งมากเกินไปนั่นคือ ปาปมิตร  เพื่อนชั่ว  เพื่อนเลว  ชวนกันไปกิน  ชวนกันไปเที่ยว<br />
วู้ดดี้ : สนุกมาก<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : ชวนกันไปเล่น<br />
วู้ดดี้ : โห&#8230;มันมันส์<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : ชวนกันไปเมา<br />
วู้ดดี้ : สนุกเลย<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : ปาปมิตรทั้งหมด  เขาเรียกเพื่อนชั่ว  คบแล้วต่ำลงๆๆๆ บางทีหน้าตาดีแต่ใจต่ำ </p>
<hr />
คำถามสุดท้ายที่ผมจะถามท่าน ว.วชิรเมธี เป็นคำถามที่หลายคนบอกว่า  เราไม่ควรถามพระ  แต่ผมเชื่อว่าท่านมีคำตอบครับ</p>
<p>วู้ดดี้ : ท่านเป็นเพศชายแน่นอน  ท่านเข้ามาอยู่ในโลกของธรรมะ  ท่านสามารถระงับอารมณ์ทางเพศได้อย่างไร<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่เรา  จะไปให้ความสำคัญกับมันมากหรือน้อย  คนทุกคนมีนะ  อารมณ์ทุกอย่างที่มีในปุถุชนก็มีในพระทั้งหมด   แต่พระเราจะถูกสอนให้เรียนรู้ที่จะไม่ต่อยอดสิ่งเหล่านี้</p>
<p>วู้ดดี้ : แสดงว่าเวลาเกิดกำหนัดเราก็แค่ไม่ต่อยอด&#8230;จบ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : เราก็เดินหนี  แค่นั้นเอง  กามารมณ์เกิดจากความคิด<br />
วู้ดดี้ : งั้นเวลาสมมติว่าท่านท่องเน็ต  แล้วดันเผอิญไปคลิกผิดแล้วมีไซต์โป๊ขึ้นมา  เคยมีมั้ยฮะ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : มันแย่มากเพราะอาตมาไม่ไปท่องเว็บที่ไร้สาระแบบนั้นอยู่แล้ว  แต่ถ้ามันเข้ามาก็ไม่เป็นปัญหาถ้าเราไม่ต่อยอด   แต่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ชัดแล้วหลังตรัสรู้ว่ากามารมณ์ก็คือความคิด   ถ้าคุณไม่คิด  ความรู้สึกเชิงกามารมณ์ไม่เคยมีตัวตน</p>
<p>วู้ดดี้ : มนุษย์เราต้องมีเพศสัมพันธ์ใช่มั้ยฮะ  มันก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นความสุขทางโลก   ถ้าไม่มีเพศสัมพันธ์ก็ไม่มีเราทุกวันนี้   เราจะอธิบายได้ยังไง  เราจะแยกแยะได้ยังไง   ไม่งั้นโลกทั้งโลกใบนี้   ผู้ชายทุกคนก็ควรต้องเป็นพระสิครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : ไม่มีใครพูดอย่างนั้น  พระพุทธเจ้าก็ไม่พูดอย่างนั้น   เรามักจะคิดว่าความสุขที่เข้มข้นที่สุด  ถึงอกถึงใจที่สุดคือความสุขเชิงกามารมณ์ใช่มั้ย  หยิบจับสัมผัสได้  แต่คุณลืมไปว่าความสุขมันเป็นขั้นบันไดนะ  แต่มนุษย์ติดอยู่บันไดขั้นแรกคือสุขจากกามารมณ์แล้วก็คิดว่าถึงที่สุดแล้ว หลวงพ่อไม่เท่าฉันหรอกน่า<br />
         ไอ้พวกนี้มันอยู่ในมูตรในคูถแล้วมีความสุขที่สุด  แล้วมันไปสงสารคนอื่นที่ไม่มีความสุขเหมือนตัวเอง   คิดว่าความสุขจากกามารมณ์เป็นสุขที่วิเศษที่สุด  หลวงพ่อหลวงพี่ทั้งหลายไม่มีโอกาส  สู้เราไม่ได้</p>
<p>วู้ดดี้ : เราถึงจุดสุดยอดแต่พระไม่ถึง<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : ใช่  เราลืมไปว่าจุดสุดยอดไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องเกิดจากกามารมณ์เท่านั้น  มันอาจจะเป็น Spiritual Orgasm ก็ได้<br />
วู้ดดี้ : มันมี Orgasm หลายแบบ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : ใช่  ทำไมคุณไปคิดว่ามันมีแค่ไหนล่ะ</p>
<p>วู้ดดี้ : งั้นความสุขทางโลกของเราจริงๆ แล้วในหลักของพระพุทธศาสนามันไม่ใช่อย่างนั้นเลยใช่มั้ย<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : คือความสุขที่มนุษย์บอกว่าสุขที่ถึงที่สุดแล้วก็ทุกข์ถึงที่สุดก็เพราะความ สุขชนิดนี้   คือสุขเพราะกามารมณ์   พระอาจารย์อยากจะบอกว่ามันเป็นแค่ความสุขขั้นต่ำที่สุด  จุดสุดยอดในวงการพุทธศาสนาคือการเป็นพระอรหันต์   การบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณเหมือนที่พระพุทธเจ้าบรรลุ   พอเราไปถึงที่สุดทุกข์เราบรรลุมรรคผล   เราวิวัฒนาการถึงจุดสูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์  มีความสุขตลอดกาล   ยังมีขั้นที่สองนะ  ปัญญาสุข  สุขจากการแสวงหาปัญญา</p>
<p>วู้ดดี้ : แล้วขั้นต่อไปล่ะครับ<br />
ท่าน ว.วชิรเมธี : ขั้นที่สาม  สมาธิสุข  สุขจากการที่หลับตานั่งนิ่งๆ  ตามดูลมหายใจ  พอจิตสงบร่างกายก็สดชื่นเบิกบานหลั่งสารเอนโดฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออก มานะ   เท่านั้นแหละวู้ดดี้จะรู้สึกว่ามันชุ่มเย็นมันเบิกบานทั้งเนื้อทั้งตัว   พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ว่า   เวลาสารแห่งความสุขหลั่งออกมา  ไม่มีตรงไหนตั้งแต่หัวจรดเท้าที่รังสีแห่งความสุขแผ่ไปไม่ถึง  นี่เรียกว่าสมาธิสุข   วันหลังลองนั่งสมาธินานๆ ซักครั้งละครึ่งชั่วโมง   แล้ววู้ดดี้จะเห็นว่าสุขจากกามารมณ์ที่ตัวเองเคยผ่านพบมันเป็นแค่อะไรที่ เล็กที่สุด  ต่ำต้อยที่สุด   แล้วเธอจะหันไปมองความสุขชนิดนั้นเหมือนคนที่ถ่มน้ำลายทิ้งแล้วไม่เสียหาย เลย   แล้วคุณจะรู้ว่าคุณไปหลงอยู่ตรงนั้นเสียตั้งนาน  สุขที่สูงกว่านั้นยังมีอยู่ทำไมไม่มอง   บางครั้งมาดูถูกด้วยนะ<br />
         นี่แค่ขั้นที่สามเองนะ สมาธิสุขจนน้ำหูน้ำตาไหล  นี่ขั้นที่สาม   สุขที่สี่  สุขสุดท้ายที่ปลายทางชีวิตมนุษย์ทุกคนควรไปให้ถึง  นิพพานสุข  เป็นความสุขที่เราเป็นอิสระจากกิเลสอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>ตั้งแต่ผมเกิดมา  ผมไม่เคยเสียน้ำตาแต่มีความสุขมากขนาดนี้ครับ  อาจเป็นเพราะว่าผมได้คำตอบแล้วในที่สุด   สุดท้ายเรื่องที่ผมคิดว่าไกลตัวผมมากกลับกลายเป็นสิ่งที่ใกล้มากกว่าที่คุณ คิด   เพราะทั้งหมดคือเรื่องของใจและตัวเราเอง   และแล้วแขกรับเชิญที่ผมคิดว่าไม่ใช่มากที่สุดกลับกลายเป็นแขกที่ใช่ที่สุด สำหรับผม</p>
<hr />
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/tQSFP6qIuWk&#038;color1=0xb1b1b1&#038;color2=0xcfcfcf&#038;feature=player_embedded&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowScriptAccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/tQSFP6qIuWk&#038;color1=0xb1b1b1&#038;color2=0xcfcfcf&#038;feature=player_embedded&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="425" height="344"></embed></object></p>
<hr />
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/gSMy3kF91x8&#038;color1=0xb1b1b1&#038;color2=0xcfcfcf&#038;feature=player_embedded&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowScriptAccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/gSMy3kF91x8&#038;color1=0xb1b1b1&#038;color2=0xcfcfcf&#038;feature=player_embedded&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="425" height="344"></embed></object></p>
<hr />
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/XvBzsX9XJSo&#038;color1=0xb1b1b1&#038;color2=0xcfcfcf&#038;feature=player_embedded&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowScriptAccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/XvBzsX9XJSo&#038;color1=0xb1b1b1&#038;color2=0xcfcfcf&#038;feature=player_embedded&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="425" height="344"></embed></object></p>
<hr />
<object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/92MIxxAFwlU&#038;color1=0xb1b1b1&#038;color2=0xcfcfcf&#038;feature=player_embedded&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowScriptAccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/92MIxxAFwlU&#038;color1=0xb1b1b1&#038;color2=0xcfcfcf&#038;feature=player_embedded&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="425" height="344"></embed></object></p>
<hr />
เทปสัมภาษณ์ของคุณวู้ดดี้ชิ้นนี้ถือเป็นงานชิ้นที่ดีจริงๆครับ อยากให้ได้ฟัง เพื่อตอบคำถามพุทธแบบง่ายๆและมีปัญญาครับ สิ่งที่น่าติดตามคือหลังจากเทปนี้ คุณวู้ดดี้จะดำเนินรายการต่างไปจากเดิมไหม และการสัมภาษณ์นี้ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรไหมกับผู้สัมภาษณ์ก็เป็นเรื่องที่น่าติดตามมากๆครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/570/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระหว่างคำว่า คิดได้ไง กับ คิดโง่ๆ</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/443</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/443#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2009 16:30:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Geranun™</dc:creator>
				<category><![CDATA[คมความคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ลับสมอง]]></category>
		<category><![CDATA[หว้ากอเก็บมาเล่า]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[Reality]]></category>
		<category><![CDATA[ช่อง 9]]></category>
		<category><![CDATA[รายการเกมกลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุดยอดนักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[เกม]]></category>
		<category><![CDATA[เกมกลยุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[เกมกลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[เรียลลิตี้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=443</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
สมมุติว่าคุณขับรถเร็วด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไล่ตามรถไฟที่แล่นด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณจะมองเห็นรถไฟนั้นเคลื่อนเร็วกว่าคุณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สมมุติว่าคุณเร่งเครื่องรถให้เร็วขึ้นเป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่าความเร็วของรถไฟ คุณจะมองเห็นคนในรถไฟชัดเหมือนอยู่กับที่
ตามหลักสามัญสำนึกบอกว่า คุณสามารถหักลบความเร็วของวัตถุสองสิ่งออกจากกันได้
ความ เร็วที่สูงที่สุดในจักรวาล (เท่าที่มนุษย์พิสูจน์ได้) คือความเร็วของแสง คือ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที นั่นคือ เมื่อคุณกดปุ่มเปิดไฟฉาย เพียงหนึ่งวินาที แสงไฟนั้นก็ไปไกลถึง 300,000 กิโลเมตรแล้ว
เอาละ สมมุติว่าคุณสามารถประดิษฐ์ยานที่แล่นด้วยความเร็ว 299,980 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งช้ากว่าความเร็วของแสง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณจะพบว่า แสงนั้นยังคงเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วปกติของมัน คุณไม่มีทางตามมันทันได้
แต่&#8230; โอ! โน! อิมพอสสิเบิ้ล! เป็นไปไม่ได้! เอาอะไรมาพูด! นี่ฝืนหลักสามัญสำนึกเห็นๆ!
แน่ นอน มันฝืนหลักสามัญสำนึก แต่เป็นสิ่งที่ไอน์สไตน์ พิสูจน์มาแล้วด้วยหลัก สัมพัทธภาพพิเศษ ของเขา ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าความเข้าใจเรื่องฟิสิกส์ของมนุษย์อย่างหน้ามือเป็นหลัง มือ
คำอธิบายของปรากฏการณ์นี้คือ เมื่อคุณเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วขนาดนั้น เวลาของคุณก็จะหดสั้นลง เพราะความเร็วสัมพัทธ์กับเวลา และจักรวาลไม่ได้มีเพียงสามมิติอย่างที่เรา ‘มองเห็น’
ผ่านการพิสูจน์มานานหลายปี ประโยค “โอ! [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/443" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/443&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F443"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F443&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="ระหว่างคำว่า คิดได้ไง กับ คิดโง่ๆ | geranun.com" alt=" ระหว่างคำว่า คิดได้ไง กับ คิดโง่ๆ | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p>สมมุติว่าคุณขับรถเร็วด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไล่ตามรถไฟที่แล่นด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณจะมองเห็นรถไฟนั้นเคลื่อนเร็วกว่าคุณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง</p>
<p>สมมุติว่าคุณเร่งเครื่องรถให้เร็วขึ้นเป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่าความเร็วของรถไฟ คุณจะมองเห็นคนในรถไฟชัดเหมือนอยู่กับที่</p>
<p>ตามหลักสามัญสำนึกบอกว่า คุณสามารถหักลบความเร็วของวัตถุสองสิ่งออกจากกันได้</p>
<p>ความ เร็วที่สูงที่สุดในจักรวาล (เท่าที่มนุษย์พิสูจน์ได้) คือความเร็วของแสง คือ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที นั่นคือ เมื่อคุณกดปุ่มเปิดไฟฉาย เพียงหนึ่งวินาที แสงไฟนั้นก็ไปไกลถึง 300,000 กิโลเมตรแล้ว</p>
<p>เอาละ สมมุติว่าคุณสามารถประดิษฐ์ยานที่แล่นด้วยความเร็ว 299,980 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งช้ากว่าความเร็วของแสง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คุณจะพบว่า แสงนั้นยังคงเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วปกติของมัน คุณไม่มีทางตามมันทันได้</p>
<p>แต่&#8230; โอ! โน! อิมพอสสิเบิ้ล! เป็นไปไม่ได้! เอาอะไรมาพูด! นี่ฝืนหลักสามัญสำนึกเห็นๆ!</p>
<p>แน่ นอน มันฝืนหลักสามัญสำนึก แต่เป็นสิ่งที่ไอน์สไตน์ พิสูจน์มาแล้วด้วยหลัก สัมพัทธภาพพิเศษ ของเขา ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าความเข้าใจเรื่องฟิสิกส์ของมนุษย์อย่างหน้ามือเป็นหลัง มือ</p>
<p>คำอธิบายของปรากฏการณ์นี้คือ เมื่อคุณเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วขนาดนั้น เวลาของคุณก็จะหดสั้นลง เพราะความเร็วสัมพัทธ์กับเวลา และจักรวาลไม่ได้มีเพียงสามมิติอย่างที่เรา ‘มองเห็น’</p>
<p>ผ่านการพิสูจน์มานานหลายปี ประโยค “โอ! โน! อิมพอสสิเบิ้ล!” ก็ค่อยๆ จางหายไป และถูกทดแทนด้วยประโยค ‘คิดได้ไง’</p>
<p>ยู คลิด ปรมาจารย์ด้านคณิตศาสตร์แห่งกรีกพิสูจน์ให้ชาวโลกเห็นมาเมื่อสองพันกว่าปีมา แล้วว่า มุมภายในของสามเหลี่ยมรวมกันได้เท่ากับ 180 องศา และเส้นขนานสองเส้นไม่มีวันบรรจบกันอย่างเด็ดขาด มันกลายเป็นกฎทางเรขาคณิตและหลักสามัญสำนึกที่ใครๆ ก็เห็นชัดๆ</p>
<p>จนถึง ศตวรรษที่ 19 นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันนาม ไรแมนน์ ที่ศึกษามิติโค้งทางฟิสิกส์พบว่า มุมภายในของสามเหลี่ยมรวมกันได้มากกว่าหรือน้อยกว่า 180 องศาก็ได้ และเส้นขนานก็ตัดกันได้ หากสามเหลี่ยมและเส้นขนานนั้นวางบนระนาบโค้ง นั่นคือมุมภายในของสามเหลี่ยมรวมกันได้มากกว่า 180 องศาบนระนาบโค้งนูน และน้อยกว่า 180 องศาบนระนาบโค้งเว้า</p>
<p>เมื่อครั้งที่ กาลิเลโอ กลาลิเลอี บอกคนทั่วไปว่า ลูกเหล็กสองลูกที่มีมวลไม่เท่ากันจะตกถึงพื้นพร้อมกัน ทุกคนหัวเราะเยาะเขา บอกว่า ‘เป็นความคิดที่โง่เง่าอะไรเช่นนั้น’ เพราะมันฝืนหลักสามัญสำนึกอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>ทว่าไม่มีอะไรหลอกตาเราเท่ากับสามัญสำนึกของมนุษย์</p>
<p>สามัญ สำนึกของคนเราเกิดขึ้นเมื่อเราพบเห็นปรากฏการณ์ที่มองเห็นด้วยสายตาจนเกิด ความเคยชิน หรือเราค้นพบความรู้บางอย่างและพิสูจน์จนมันกลายเป็นกฎ เมื่อนั้นก็ไม่มีใครกล้าท้าทายกฎเหล่านั้น</p>
<p>ยิ่งยึดมั่นถือมั่นกับกฎเหล่านั้นเท่าไร ก็จะไม่กล้ามองมุมต่าง และไม่มีวันสลัดหลุดออกจากกรอบความคิดเดิมนั้น</p>
<p>มนุษย์ เกิดมาในโลกสามมิติ กว้าง x ยาว x สูง เราเคยชินกับสภาวะนี้จนเราไม่กล้าคิดอะไรที่แตกต่างออกไป เช่น เป็นไปได้ไหมที่เราอยู่ในโลกที่มีมิติมากกว่า 3 เพียงแต่เรามองไม่เห็นมิติอื่นที่เหนือกว่านั้น? เป็นไปได้ไหมที่สิ่งมีชีวิตบนโลกเราหายใจด้วยก๊าซชนิดอื่นที่ไม่ใช่ ออกซิเจน?</p>
<p>ในโลกของการสร้างสรรค์ ไม่ว่าในทางศิลปะหรือวิทยาศาสตร์ คุณจะไม่มีทางค้นพบสิ่งใหม่ๆ หากไม่กล้าละวาง กฎ กติกา และสามัญสำนึกลงเสียก่อน นวัตกรรมทั้งหลายในโลกล้วนเกิดจากการมองมุมต่างทั้งสิ้น</p>
<p>เสียง หัวเราะเยาะกับคำว่า “คิดโง่ๆ” และ “เป็นไปไม่ได้” ปิดกั้นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มามากต่อมากแล้ว ‘สามัญสำนึก’ ก็ฆ่าความคิดสร้างสรรค์มาทุกยุคทุกสมัย</p>
<p>แต่หากอยากก้าวไปสู่มรรคาใหม่ ก็ต้องรู้จักคิดต่าง และกล้าคิดต่าง</p>
<p>‘คิดได้ไง’ เกิดขึ้นได้เสมอเมื่อคุณกล้า ‘คิดโง่ๆ’</p>
<p>วินทร์ เลียววาริณ<br />
www.winbookclub.com<br />
4 สิงหาคม 2550</p>
<p>คมคำคนคม</p>
<p>Common sense is the collection of prejudices acquired by age eighteen.</p>
<p>สามัญสำนึกคือผลรวมของอคติแบบเด็กๆ</p>
<p>Albert Einstein<br />
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/443/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไฟไหม้กับการเอาตัวรอด</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/237</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/237#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 22:08:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[G zone]]></category>
		<category><![CDATA[ร่วมด้วยช่วยกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางการดำเนินชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=237</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
FACT เกี่ยวกับไฟไหม้ ที่ควรรู้ หลังกรณีไฟไหม้ที่ซานติก้าผับ

เพื่อนๆทราบหรือไม่? ครับ
ถ้าปล่อยให้ไฟลุกไหม้ในที่ราบ  4 นาที  ไฟจะแพร่กระจายได้ถึง 1,100% ของพื้นที่
เวลาที่เกิดไฟไหม้  มันจะมืดจนเรามองไม่เห็นอะไรเลย เพราะสายตาของเรา ไม่สามารถทะลุผ่านกลุ่มควันไปได้
ถ้าไฟไหม้บนตึก อัตราการขยายตัวของไฟจะเร็วถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงเลยทีเดียว
มาทำความรู้จักกับไฟกันก่อนดีกว่า
ว่าองค์ประกอบของการติดไฟ  มีอะไรบ้าง?
การที่ไฟจะติดได้ มีองค์ประกอบอยู่ 4 อย่าง  คือ
1. ออกซิเจน
ต้องมีมากกว่า 16 %    ลองนึกถึงการทดลองตอนเราเรียนชั้นประถม ที่จุดเทียนไขไว้แล้วคุณครูให้เอาแก้วมาครอบ เราจะพบว่าทิ้งไว้ซักพักเทียนก็จะดับ    การที่เทียนดับนั้นไม่ได้หมายความว่าก๊าซออกซิเจนในแก้วถูกใช้สันดาปไปหมด  แต่ที่มันดับก็เพราะว่าเหลือออกซิเจนอยู่ในแก้วไม่ถึง 16% นั่นเอง

2. เชื้อเพลิง
เชื้อเพลิงมีหลายสถานะ ทั้งที่เป็น ของแข็ง ของเหลวและก๊าซ   แต่เชื้อเพลิงทุกชนิดจะติดไฟที่สภาพเป็นไอ พูดมาถึงตรงนี้อาจจะมีคำถามว่า ว่าถ้างั้นกระดาษที่เป็นของแข็งแล้วอยู่ๆมันจะเป็นไอได้ยังไง
ยกตัวอย่างการทดลองตอนประถมอีกเหมือนกัน  ที่คุณครูให้เราใช้แว่นขยายรวมแสงจากดวงอาทิตย์ ไปบนกระดาษ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/237" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/237&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F237"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F237&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="ไฟไหม้กับการเอาตัวรอด | geranun.com" alt=" ไฟไหม้กับการเอาตัวรอด | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p><strong>FACT เกี่ยวกับไฟไหม้ ที่ควรรู้ หลังกรณีไฟไหม้ที่ซานติก้าผับ<br />
</strong></p>
<div class="wp-caption alignleft" style="width: 253px"><img title="วิธีผจญเพลิง" src="http://geranun.com/prakan/gallery/albums/userpics/normal_1749-2.jpg" alt="ไฟไหม้กับการเอาตัวรอด" width="243" height="184" /><p class="wp-caption-text">+ ข้อมูลที่ควรรู้ในการเอาตัวรอดจากเหตุไฟไหม้ +</p></div>
<p>เพื่อนๆทราบหรือไม่? ครับ</p>
<p>ถ้าปล่อยให้ไฟลุกไหม้ในที่ราบ  4 นาที  ไฟจะแพร่กระจายได้ถึง 1,100% ของพื้นที่</p>
<p>เวลาที่เกิดไฟไหม้  มันจะมืดจนเรามองไม่เห็นอะไรเลย เพราะสายตาของเรา ไม่สามารถทะลุผ่านกลุ่มควันไปได้</p>
<p>ถ้าไฟไหม้บนตึก อัตราการขยายตัวของไฟจะเร็วถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงเลยทีเดียว</p>
<p><strong>มาทำความรู้จักกับไฟกันก่อนดีกว่า<br />
ว่าองค์ประกอบของการติดไฟ  มีอะไรบ้าง?</strong></p>
<p>การที่ไฟจะติดได้ มีองค์ประกอบอยู่ 4 อย่าง  คือ</p>
<p><strong>1. ออกซิเจน</strong><br />
ต้องมีมากกว่า 16 %    ลองนึกถึงการทดลองตอนเราเรียนชั้นประถม ที่จุดเทียนไขไว้แล้วคุณครูให้เอาแก้วมาครอบ เราจะพบว่าทิ้งไว้ซักพักเทียนก็จะดับ    การที่เทียนดับนั้นไม่ได้หมายความว่าก๊าซออกซิเจนในแก้วถูกใช้สันดาปไปหมด  แต่ที่มันดับก็เพราะว่าเหลือออกซิเจนอยู่ในแก้วไม่ถึง 16% นั่นเอง<br />
<strong><br />
2. เชื้อเพลิง</strong><br />
เชื้อเพลิงมีหลายสถานะ ทั้งที่เป็น ของแข็ง ของเหลวและก๊าซ   แต่เชื้อเพลิงทุกชนิดจะติดไฟที่สภาพเป็นไอ พูดมาถึงตรงนี้อาจจะมีคำถามว่า ว่าถ้างั้นกระดาษที่เป็นของแข็งแล้วอยู่ๆมันจะเป็นไอได้ยังไง</p>
<p>ยกตัวอย่างการทดลองตอนประถมอีกเหมือนกัน  ที่คุณครูให้เราใช้แว่นขยายรวมแสงจากดวงอาทิตย์ ไปบนกระดาษ  ถ้าพอจำได้เราจะเห็นไอออกจากกระดาษก่อนแล้วไฟถึงจะติดบนกระดาษ  นั่นเป็นตัวอย่างที่ดีครับว่าเชื้อเพลิงทุกชนิดจะติดไฟที่สภาพเป็นไอ<br />
<strong><br />
3. ความร้อน</strong><br />
ความร้อนที่จะทำให้ติดไฟจะต้องสูงพอจึงจะทำให้เชื้อเพลิงติดไฟได้    ยกตัวอย่างถ้าเราเอาน้ำมันเบนซินไปวางไว้กลางแดด  วางยังไงมันก็ไม่ติดไฟหรอกครับ   เว้นแต่ว่าถ้าเราให้ความร้อนมันถึง 398 องศาเซลเซียสนั่นแหละมันถึงจะติดไฟ</p>
<p><strong>4. ปฎิกิริยาเคมีลูกโซ่</strong><br />
ปฏิกิริยานี้เองที่จะทำให้ไฟลุกไหม้ต่อไปได้เรื่อยๆ</p>
<p>จะต้องมีองค์ประกอบครบ 4 ข้อนี้ ครบถ้วน ไฟถึงจะติดได้</p>
<p><strong>ประเภทของไฟ</strong></p>
<p>NFTA ของสหรัฐ แบ่งไฟเป็น  ประเภท  คือ A B C D และ K ครับ</p>
<p>A  คือไฟที่ลุกไหม้พวกเสื้อผ้า  หญ้า กระดาษ  ยางรถยนต์<br />
B  คือไฟที่ลุกไหม้เชื้อเพลิง น้ำมัน ก๊าซ<br />
C ไฟจากไฟฟ้าช็อต (ห้ามใช้น้ำดับเป็นอันขาด  เดี๋ยวไฟดูดตายกันพอดี)<br />
D ไฟลุกไหม้โลหะที่ติดไฟได้  อันนี้ส่วนใหญ่จะเกิดกับอุตสาหกรรมมากกว่า<br />
K ไฟลุกไหม้พวกอาหาร</p>
<p><strong><img class="alignleft" title="รู้จักวิธีหนีไฟไหม้ให้รอด" src="http://geranun.com/prakan/gallery/albums/userpics/thumb_99558_002.jpg" alt="thumb 99558 002 ไฟไหม้กับการเอาตัวรอด | geranun.com" width="120" height="96" />แล้วเราจะรู้จักประเภทของไฟไปทำไม?</strong></p>
<p>การที่เรารู้จักประเภทของไฟ ไม่ได้เป็นเรื่องไร้ประโยชน์เลยครับ<br />
เพราะการที่เรารู้จักไฟ เราจะเข้าใจว่าเมื่อต้องผจญเพลิงขึ้นมาจริงๆ เราจะต้องทำอะไร</p>
<p><strong><br />
แล้วถ้าเกิดไฟไหม้ขึ้นมาล่ะจะทำยังไง?<br />
เมื่อไหร่ที่ควรจะหนี และเมื่อไหร่ที่เราจะต่อสู้กับไฟ?</strong></p>
<p>มีหลักการพื้นฐานนิดเดียวครับ</p>
<p><ins>เรามีเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้นในการดับไฟ</ins> (อย่าลืมว่าอัตราการลุกลามของไฟมันไวจริงๆ)<br />
ถ้าเราไม่สามารถดับไฟได้ภายใน 5 นาที ให้สันนิษฐานไว้ได้เลยว่าต่อไปจะเกิดเพลิงไหม้  ให้เราเตรียมตัวเผ่นได้เลย  อย่าพยายามฝืนต่อ เดี่ยวจะไม่มีเวลาหนี เพราะใน 10 นาทีนับตั้งแต่เกิดไฟไหม้  เพลิงจะทวีความรุนแรงถึง 10 เท่า ในทุกๆ 1 นาที</p>
<p>10 นาทีนี้ถ้าอยู่บนตึก อยู่ในอาคาร บางทียังไม่ทันทำอะไรได้ทันด้วยซ้ำ ถ้าไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร ไปทางไหน</p>
<p>เพราะฉะนั้นก็ตระหนักด้วยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน และมีเวลาพอที่จะโกยได้เร็วที่สุดเท่าไหร่<br />
เก็บข้าวของ หรืออะไรก็ตามก็จะได้รู้ว่ามีเวลาสั้นๆเท่านี้ แล้วรีบเผ่น อย่ามัวเสียดายของที่เหลือเด็ดขาด เพราะตัวเองจะเอาตัวเองไม่รอดครับ<br />
<span id="more-237"></span><br />
<img class="alignnone" title="ไฟที่ควรรู้จัก" src="http://geranun.com/prakan/gallery/albums/userpics/f3.gif" alt="f3 ไฟไหม้กับการเอาตัวรอด | geranun.com" width="347" height="336" /></p>
<p><strong>ไฟที่ควรรู้จัก</strong></p>
<p>ในบางกรณีที่มีไฟไหม้เกิดขึ้นในบริเวณหรือห้องที่ปิดมิด<br />
ไฟจะใช้ออกซิเจนในการเผาไหม้จนลดลง และไฟก็เลยดับ(ไม่เห็นเปลวไฟ)<br />
แต่ยังคงมีอุณหภูมิที่สูงเกินจุดติดไฟ เมื่อมีการพังประตูเข้าไป หรือทุบกระจก<br />
จะทำให้อากาศภายนอกที่มีออกซิเจนเพียงพอ ได้ไหลเข้าไปเป็นจำนวนมาก และเร็วมาก<br />
จึงทำให้ไฟลุกไหม้ขึ้นมาอีกครั้งนึง โดยจะเป็นเหมือนการระเบิดออกมาครับ<br />
เท่าที่จำได้เค้าจะเรียกแบบนี้ว่า Backdraft ครับ</p>
<p><strong>วิธีป้องกัน Backdraft</strong></p>
<p>หากต้องเข้าสู่ภายในบริเวณที่มีคนติดอยู่ &#8230; ไม่นิยมทำการทุกระจกหรือเปิดประตูแบบทันทีทันใด แต่จะใช้วิธีการ &#8220;แง้ม&#8221; เพื่อให้เกิดช่องเล็กๆ ก่อน หากเกิด Backdraft แล้วจะได้ไม่รุนแรง เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์การเกิดไฟพุ่งในกรณีนี้ได้ &#8230;</p>
<p>อ้อ &#8230; แล้วขณะที่ทำการ&#8221;แง้ม&#8221; ช่องที่ว่า ต้องทำตัวให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ เพราะเปลวไฟ มันจะไหม้ขึ้นด้านบนเสมอ &#8230;</p>
<p><strong>การหนีออกจากบริเวณที่มีแต่ควัน &#8230;</strong></p>
<p>ถ้าไฟไหม้ต้องคลานต่ำเพราะควันจะลอยสูง<br />
หรือถ้าเข้าที่อับให้เอาผ้าชุบน้ำปิดจมูกช่วยการหายใจ</p>
<p>ใครจะเชื่อว่า คนที่ประสบเหตุไฟไหม้ น้อยรายที่จะตายโดยไฟคลอก &#8230; แต่มักจะสูดควันพิษ จนถึงแก่ความตายก่อน แล้วจึงโดนไฟคลอก &#8230; ดังนั้น หากคุณอยู่ในบริเวณที่ไฟไหม้ แต่เปลวไฟยังลามไม่ถึง แต่เริ่มมีควันมาแล้ว &#8230; ให้ก้มตัวให้ต่ำที่สุด เท่าที่จะทำได้ &#8230; หรือคลานไปเลยได้ยิ่งดี &#8230; เนื่องจากคุณสมบัติของควันคือ &#8230; จะลอยขึ้นสู่ที่สูงครับ &#8230;</p>
<p>และอีกอย่าง &#8230; หากว่ามันมืดจนคุณมองไม่เห็น &#8230; จะหนียังไง &#8230; ก็เอาส่วนส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสกับผนังตลอดเวลา แล้วเดินเลาะไปเรื่อยๆ &#8230; นอกจากจะไม่ทำให้คุณเดินเป็นวงกลมแล้ว ยังช่วยให้คุณรู้ว่า ที่ที่คุณจะไป มันร้อนกว่า หรือเย็นกว่าเดิมจากการสัมผัสครับ</p>
<p>ถ้าหาทางออกไม่ได้ พยายามหาจุดตั้งหลักไว้ก่อน เป็นจุดที่เพลิงลามไปติดช้าสุดเท่าที่ทำได้<br />
หรือห้องน้ำด้านที่ผนังถ้าทุบก็จะออกได้ เข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูกันไฟลามเข้า เอาน้ำในห้องน้ำออกมาราดที่พื้น และให้นำเสื้อไปชุบน้ำมาปิดจมูกไว้เพื่อกันควัน เอาผ้าชุบน้ำไปปิดช่องทางด้านประตูเพื่อกันควันเล็ดรอดเข้ามา หลังจากนั้นตั้งสติ โทรศัพท์บอกพิกัดที่ตัวเองอยู่ให้ภายนอกทราบว่าอยู๋จุดไหน เพื่อที่เขาจะได้วางแผนช่วยเหลือได้ทัน วิธีนี้เป็นทางเลือกสุดท้ายเพราะถ้าช่วยไม่ทันก็อาจเสียชีวิตได้ แต่อย่างน้อยสามารถยืดเวลาที่มีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด และเพิ่มโอกาสรอดที่ จนท.ดับเพลิงจะมาช่วยทัน</p>
<p>กรณีที่เกิดเพลิงไหม้ในอาคาร โดยเฉพาะตามคอนโด อพาร์ทเมนท์<br />
มีปรากฎการณ์อีกอย่างของเพลิงไหม้ คือที่เรียกกันว่า <strong>Flashover</strong> ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก</p>
<p>ปรากฎการณ์นี้ จะเกิดขึ้นเมื่อควันไฟ ถูกกักเอาไว้ภายในพื้นที่จำกัด เช่น ในห้อง ที่ไม่มีการระบายอากาศ ควันจะลอยอยู่ติดเพดาน และสะสมหนาขึ้นเรื่อยๆ ถ้าต้นเพลิงยังไม่ดับ และเชื้อไฟยังไม่หมด ในกรณีเช่นนี้ ความร้อนจากเปลวไฟ ก็จะสะสมอยู่ที่ระดับเพดานเช่นกัน (ขึ้นไปตามอากาศร้อนจากไฟ) ถึงจุดจุดหนึ่ง ความร้อนจากไฟ สะสมจนสูงพอที่จะทำให้อนุภาคเขม่าในควันลุกติดไฟขึ้นได้ ก้อนควันทั้งก้อน จะลุกติดไฟขึ้นมาพร้อมกัน เปลวไฟจากกรณีนี้ จะตลบอยู่ในชั้นควัน และท่วมห้องทั้งห้องได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>นี่คือเหตุผลอีกข้อว่าทำไมถึงต้องคลานต่ำให้มากที่สุด และถ้าติดอยู่ในห้องต้องพยายามอุดช่องว่างประวิงเวลาให้ควันเข้ามาน้อยที่สุด</p>
<p>อีกปรากฎการณ์หนึ่งที่เรียกว่า <strong>BLEVE</strong> (Boiling Liquid Expanding Vapor Explosion) หรือการระเบิดของไอระเหยจากของเหลวที่กำลังเดือด</p>
<p>กรณีเช่นนี้ เกิดจากการที่ของเหลวที่ติดไฟได้ ถูกบรรจุอยู่ในภาชนะปิด ไม่มีออกซิเจน (เช่นถังแกสปิโตรเลียมเหลว LPG) ซึ่งถูกรมด้วยเปลวไฟด้านล่าง<br />
จนของเหลวข้างในเดือด เกิดเป็นไอระเหยอัดสะสมอยู่ในภาชนะ<br />
แรงดันของไอที่ระเหยขึ้นมานี้จะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่ง<br />
ที่ภาชนะนั้นทนไม่ได้ เกิดการรั่ว หรือฉีกขาดออก<br />
ไอของเหลวที่อยู่ภายใน พุ่งออกมาทางช่องที่ขาด พอสัมผัสกับออกซิเจน และความร้อนของเปลวไฟที่อยู่โดยรอบ ก็ติดไฟขึ้นมา และเปลวไฟพุ่งย้อนกลับเข้าไปในถัง ทำให้ไอของเหลวทั้งหมดในนั้นลุกติดไฟขึ้นพร้อมกันจนเป็นการระเบิด เมื่อระเบิด ของเหลวที่ยังระเหยไม่หมด ทะลักออกมาเจอกับไฟและออกซิเจนข้างนอก ก็ซ้ำเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง</p>
<p>BLEVE เป็นการระเบิดที่รุนแรงมากครับ.. ส่วนใหญ่ภาชนะบรรจุของเหลวติดไฟจึงต้องมีช่องระบาย เพื่อไม่ให้ก๊าซสะสมจนถึงระดับที่ภาชนะจะแตก<br />
เช่น ถังก๊าซหุงต้มตามบ้าน จะมีจุดอ่อนอยู่ที่วาล์วบนหัวถัง ซึ่งจะแตกออกก่อนที่ถังทั้งใบจะแตก</p>
<p>เพราะงั้น ถ้าเกิดเพลิงไหม้ แล้วเราเห็นว่ามีถังก๊าซอยู่ ก็ต้องฉีดน้ำเลี้ยงให้ถังเย็นไว้ก่อน แล้วรีบลุยน้ำเข้าไปยกมันออกมาซะ ยอมเสี่ยงแล้วรอด ดีกว่ารอความตายที่จะมาถึงครับ</p>
<p>ขอให้ตั้งสติไว้นะครับ คนเราดำรงชีพในความไม่ประมาท ดีที่สุด</p>
<p>หมายเหตุ. ที่มาของข้อมูลจากที่นี่นะครับ อ่านแล้วอยากเผยแพร่ต่อน่ะครับ ปีนี้ดูเหมือนไฟไหม้บ่อยจังครับ<br />
<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2007/08/X5728097/X5728097.html">http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2007/08/X5728097/X5728097.html</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/237/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จุดด้อย 10 ประการ ที่ทำให้คนไทยล้าหลัง!!! จาก วิกรม กรมดิษฐ์</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/234</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/234#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Jan 2009 19:25:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกรม กรมดิษฐ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=234</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
วันนี้ชวนมาอ่าน มาฟังคนไทยวิจารณ์คนไทย จาก คนดังที่มีแนวคิดตัวเองสุดโต่งคนหนึ่ง คือ คุณ วิกรม กรมดิษฐ์!!! ครับ
ประเด็นที่เขานำเสนอที่จริงมีหลายคนพูดถึงแล้วในหลายหัวข้อ สมัยก่อนผมทำงานกับคนญี่ปุ่น ราว 10 กว่าปี ก็เคยมี ดร.ท่านหนึ่ง ท่านคุยถึงเรื่องนี้ (ศ.ดร.ปรียา อิงคาภิรมย์) เวลาผ่านไป 10 ปี พอคุณวิกรมกลับมาพูดอีกรอบ (แถมมีประเด็นมากขึ้น) ก็เลยชวนให้อยากเอามาฝาก ที่จริงแล้วประเด็นเหล่านี้ รัฐน่าจะขยับตัวได้แล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องที่คนไม่กี่คนเห็น แต่น้อยคนที่กล้าพูดตรงๆ ครับ
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..
10 ประเด็นที่ทำให้คนไทยล้าหลัง&#8230;ในมุมมองของ วิกรม กรมดิษฐ์
วิกรม กรมดิษฐ์
ออกอากาศทางวิทยุ อสมท.
รายการซีอีโอวิชั่น
10-11 มกราคม 2550
[01]
คนไทยรู้จักตัวตนของเราเองต่ำมาก
กล่าว คือ รู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะมีสำนึกต่อสังคมส่วนรวมสูงมาก
ของเราจะไม่คำนึงถึงส่วนรวม แต่จะเป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา จนทำให้เกิดวัฒนธรรมสืบทอดกันมายาวนาน โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจทุกระดับชั้น จนมีคำพูดว่า ธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ทุกคนแสวงหาอำนาจเพื่อจะตักตวงเพราะความไม่รู้จักตัวตน ไม่รู้จักประเทศของตัวเองเช่นนี้แล้ว ทำให้ประเทศชาติของเราล้าหลังไปเรื่อย ๆ
[02]
การศึกษาของไทยยังไม่ทันสมัย
สอนให้คนเห็นแก่ตัวมากกว่า ขาดจิตสำนึกต่อสังคม แม้แต่ภาษาคนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้เราขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/234" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/234&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F234"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F234&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="จุดด้อย 10 ประการ ที่ทำให้คนไทยล้าหลัง!!! จาก วิกรม กรมดิษฐ์ | geranun.com" alt=" จุดด้อย 10 ประการ ที่ทำให้คนไทยล้าหลัง!!! จาก วิกรม กรมดิษฐ์ | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<div id="attachment_284" class="wp-caption alignleft" style="width: 410px"><img class="size-medium wp-image-284" title="Vikrom Kromdit" src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2009/01/portfolio02681-400x305.jpg" alt="เว็บของคนที่นำกระแสความคิดเห็น ไม่จำเป็นต้องโปรโมทเว็บ คนก็เข้า" width="400" height="305" /><p class="wp-caption-text">เว็บของคนที่นำกระแสความคิดเห็น ไม่จำเป็นต้องโปรโมทเว็บ คนก็เข้า</p></div>
<p>วันนี้ชวนมาอ่าน มาฟังคนไทยวิจารณ์คนไทย จาก คนดังที่มีแนวคิดตัวเองสุดโต่งคนหนึ่ง คือ คุณ วิกรม กรมดิษฐ์!!! ครับ</p>
<p>ประเด็นที่เขานำเสนอที่จริงมีหลายคนพูดถึงแล้วในหลายหัวข้อ สมัยก่อนผมทำงานกับคนญี่ปุ่น ราว 10 กว่าปี ก็เคยมี ดร.ท่านหนึ่ง ท่านคุยถึงเรื่องนี้ (ศ.ดร.ปรียา อิงคาภิรมย์) เวลาผ่านไป 10 ปี พอคุณวิกรมกลับมาพูดอีกรอบ (แถมมีประเด็นมากขึ้น) ก็เลยชวนให้อยากเอามาฝาก ที่จริงแล้วประเด็นเหล่านี้ รัฐน่าจะขยับตัวได้แล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องที่คนไม่กี่คนเห็น แต่น้อยคนที่กล้าพูดตรงๆ ครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p><strong>10 ประเด็นที่ทำให้คนไทยล้าหลัง&#8230;ในมุมมองของ วิกรม กรมดิษฐ์</strong></p>
<p><em>วิกรม กรมดิษฐ์<br />
ออกอากาศทางวิทยุ อสมท.<br />
รายการซีอีโอวิชั่น<br />
10-11 มกราคม 2550</em></p>
<p><strong>[01]</strong><br />
คนไทยรู้จักตัวตนของเราเองต่ำมาก<br />
กล่าว คือ <ins>รู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก</ins> โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะมีสำนึกต่อสังคมส่วนรวมสูงมาก</p>
<p>ของเราจะไม่คำนึงถึงส่วนรวม แต่จะเป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา จนทำให้เกิดวัฒนธรรมสืบทอดกันมายาวนาน โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจทุกระดับชั้น จนมีคำพูดว่า ธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ทุกคนแสวงหาอำนาจเพื่อจะตักตวงเพราะความไม่รู้จักตัวตน ไม่รู้จักประเทศของตัวเองเช่นนี้แล้ว ทำให้ประเทศชาติของเราล้าหลังไปเรื่อย ๆ</p>
<p><strong>[02]</strong><br />
การศึกษาของไทยยังไม่ทันสมัย<br />
สอนให้คนเห็นแก่ตัวมากกว่า <ins>ขาดจิตสำนึกต่อสังคม</ins> แม้แต่ภาษาคนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้เราขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง ๆ ประเทศอื่น ๆ รู้จักคนไทยน้อยมาก เพราะคนไทยไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง เราจึงตามหลังชาติอื่น เพราะคุณภาพการศึกษาของเราไม่ทันสมัย จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสที่ดีกว่า</p>
<p><strong>[03]</strong><br />
<ins>คนไทยมองอนาคตไม่เป็น</ins><br />
เท่าที่สังเกตเห็นว่าคนไทยกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคต แบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ <ins>น้อยนักที่จะวางแผนให้ตัวเองอย่างเป็นระบบ</ins> เป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายที่ชัดเจนในอนาคต สะสมความสำเร็จไปอย่างเป็นลำดับ หรือเป็นเพราะไม่กล้าฝัน หรือไม่มีความฝันก็ไม่แน่ใจ และชอบพึ่งสิ่งงมงาย โชคชะตา พอใจทำงานแบบตำข้าวสารกรอกหม้อ ทำให้ประสิทธิภาพของเราไม่ทันกับการแข่งขันระดับโลก</p>
<p><strong>[04]</strong><br />
คนไทยไม่ค่อยจะจริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่<br />
การรับปากของเรามักทำแบบผักชีโรยหน้า หรือเกรงใจ แต่ทำได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จากประสบการณ์ทำธุรกิจกับชาวต่างชาติจะพบว่า ประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น ญี่ปุ่น หรือยุโรป <ins>คนเขาจะให้ความสำคัญกับสัญญาข้อตกลงอย่างเคร่งครัด</ins> เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว ซึ่งไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้ ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตในการเชื่อถือด้านนี้ลงไปเรื่อย ๆ</p>
<p><strong>[05]</strong><br />
การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่<br />
ประเทศของเรากระจุกตัวความเจริญเฉพาะในเมืองใหญ่ ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกล จะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและชุมชน ในต่างประเทศ การสร้างนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ห่างไกล แต่มีองค์ประกอบอื่น ๆ สนับสนุนเขาก็ลงทุน การสร้างเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค จะเป็นประโยชน์ ทำให้เป็นการลดต้นทุนในการดำเนินการทางธุรกิจอย่างมาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม</p>
<p><strong>[06]</strong><br />
<ins>การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็ง</ins>และดำเนินอย่างไม่ต่อเนื่อง<br />
สังคมไทยชอบทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง อาจได้ยินกรณีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารก็ตาม จะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน ต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว ข้อนี้กระบวนการยุติธรรมจะต้องปรับปรุง</p>
<p><strong>[07]</strong><br />
สังคมไทยชอบอิจฉาตาร้อน ไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ และ<ins>ชอบเลี่ยงเป็นศรีธนญชัย</ins> เมื่อจนตรอก ในวงการเราจะพบกระแสของคนประเภทนี้ปะปนมากขึ้น<br />
จะเพราะเป็นเพราะสังคมเรายอมรับ หรือยกย่องคนที่มีอำนาจ มีเงิน แต่ไม่มีใครรู้ภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจ เอาตัวรอดหน้าตาเฉย คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่าผู้ก่อการร้ายเสียอีก เพราะทำความเสียหายต่อบ้านเมืองมากกว่า และจะเป็นประเภทดีแต่พูด มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ทำให้คนดีไม่กล้าจะเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว</p>
<p><strong>[08]</strong><br />
เอ็นจีโอบ้านเราค้านลูกเดียว<br />
ทำให้เราเสียโอกาสในการพัฒนา เพราะเอ็นจีโอบางกลุ่มที่อิงผลประโยชน์อยู่ ถ้าจะพูดกันแบบมีเหตุผล ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เอ็นจีโอดี ๆ ก็มี แต่บ้านเรามีน้อย กรณีน้ำท่วมเพราะไม่มีเขื่อนรองรับเพียงพอ พอเกิดน้ำท่วม พวกที่ค้านจะแสดงความรับผิดชอบด้วยหรือเปล่า บ่อยครั้งที่ประเทศเราเสียโอกาสอย่างมหาศาล เพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริง ๆ ไม่ได้พูดกัน</p>
<p><strong>[09]</strong><br />
คนไทยอาจจะไม่พร้อมในเวทีโลก<br />
เพราะไม่ถนัดภาษาอื่น ที่ไม่ใช่ภาษาตัวเอง<br />
ทำให้โลกภายนอกไม่รู้จักคนไทยเท่าที่ควร และการจัดการตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระดับโลก ของเรา<ins>ขาดทักษะและทีมเวิร์คที่ดี </ins>ทำให้เราสู้ประเทศเล็ก ๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้</p>
<p><strong>[10]</strong><br />
คนไทยเลี้ยงลูกไม่เป็น<br />
ปัจจุบันเด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกัน เป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะเราเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะกระตือรือร้นช่วยตนเอง ขวนขวาย แสวงหา ค้นหาตัวเอง และเขาจะสอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม</p>
<p>คุณวิกรมแสดงความเห็นว่า การอบรมเยาวชนมาจาก 3 ทาง<br />
-หนึ่งภายในครอบครัว<br />
- สองจากโรงเรียน<br />
- และสามจากสังคม หรือสื่อสารมวลชน</p>
<p>ในส่วนนี้พวกเราทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบ เพราะถ้าหากสื่อมวลชนทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง หรือเพื่ออำนาจต่อรองเท่านั้น และสังคมปราศจากสื่อที่จะทำหน้าที่นำเสนอสาระที่เป็นความจริง โดยไม่มอมเมาบิดเบือนแล้ว เมื่อนั้นสังคมจะวิบัติมากยิ่ง ๆขึ้นอีกต่อไป</p>
<p><em>วิกรม กรมดิษฐ์<br />
ออกอากาศทางวิทยุ อสมท.<br />
รายการซีอีโอวิชั่น<br />
10-11 มกราคม 2550</em></p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>ประเด็นหลักๆมีที่คุณวิกรมไม่ได้พูดถึง คือ คนไทย มักไม่ค่อยอยากจะยอมรับนัก เมื่อมีคนมาวิจารณ์ตนเอง ถึงแม้จะเป็นคนไทยด้วยกันเอง และบอกล่วงหน้าได้ว่า เมื่อหลายคนอ่านเสร็จแล้ว ก็จะมีคนบางคนคิดว่า</p>
<p>1. &#8220;ไม่เกี่ยวกะฉัน ใครมีหน้าที่ก็ทำไปแล้วกัน&#8221;<br />
(ประเด็นนี้จบเลยครับ อย่างน้อยให้รู้ไว้ แล้วสักวันถ้ามีโอกาสมาช่วยกันยังดีเสียกว่า ยังพอมีความหวังในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของชาติมั่ง)</p>
<p>2. &#8220;แล้วคนพูด เขาเป็นใคร วิเศษขนาดไหน ดีมาจากไหน มันก็แค่&#8230; ฯลฯ&#8221;<br />
(ประเด็นนี้พอคิดมุ่งโจมตี&#8221;ผู้พูด&#8221;ก่อนว่า ดีนักหรือที่มาวิจารณ์เรา  ก็จะเกิดอคติ แล้วก็เลือกที่จะไม่รับข้อมูลเลยก็มี หากจะลองพิจารณาเฉพาะประเด็น ผมเชื่อว่ามันก็มีประเด็นที่น่าสนใจทีเดียว)</p>
<p>3.&#8221;ที่บอกมาไม่ใช่ไทยเท่านั้น ชาติอื่นๆ ก็เป็น มันเป็นเรื่องธรรมชาติ&#8221;<br />
(บอกปัดไปเลยอีกแล้วผ่าน เลิกคิด ประเด็นที่พูดถึงก็จะถูกละเลย โดยไม่ได้มองถึงวิธีการที่จะมาช่วยกันปรับปรุงให้กับคนรุ่นต่อไปของชาติ)</p>
<p>4. &#8220;คิดแบบนี้ เท่ากับดูถูกชนชาติไทยของเราเอง คนไทยหรือเปล่า&#8221;<br />
(เปิดประเด็นแบบนี้ ทะเลาะกันไปเลย ไม่ต้องมาคิดเรื่องว่าประเด็นต่างๆนี้ จะต้องปล่อยผ่านไปอีกกี่ปี หรือจะรอให้มันยิ่งสายไป)</p>
<p>อย่างน้อยที่สุดก็ขอฝากประเด็นเหล่านี้ไว้สักวันจะได้มีโอกาสผลักดันให้เกิดอะไรดีดี<br />
ช่วงเวลานี้เราก็ดูแลเยาวชนในครอบครัว ในมือของเราให้อย่าเป็นใน 10 ข้อนี้ ก็จะถือว่าเป็นประโยชน์ครับ</p>
<p>ปัจจุบันเยาวชนเรากำลังขาดภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ และตกอยู่ในการครอบงำของสื่อรอบตัวได้ง่าย ขาดความคิดที่เป็นตัวของตัวเอง ถ้าปล่อยแบบนี้ ลูกเราก็เป็นได้แต่ขี้ข้าเขา เพราะไม่รู้จักคิดเอง ไม่เคยทำอะไรนอกกรอบ ไม่เคยทดลองผิดลองถูกและพัฒนาจากความผิดพลาด</p>
<p>เราจำเป็นต้องฝึกให้เขา แพ้เป็น เอาตัวรอดจากความผิดหวัง จากวัตถุนิยมได้ มีวินัย มีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต และมีจิตสำนึกของการดำเนินชีวิต</p>
<p>ฝากถึงกันครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/234/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Green Crude</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/215</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/215#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Dec 2008 20:29:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[G zone]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=215</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
Green Crude แหล่งพลังงานจากสาหร่ายสีเขียวกำลังมาแรง
ทั่วโลกต่างมุ่งหา แหล่งพลังงานทดแทน ชนิดใหม่ ที่ไม่ทำลายธรรมชาติ เนื่องจากพืชหลายตัวที่นำมาใช้ทำเอทานอล และไบโอดีเซล เดิมเป็นพืชเศรษฐกิจ ทำให้มีกระทบมาก
ปัจจุบันตัวพืชตั้งต้นในการผลิต กำลังไปจบลง ที่สาหร่าย เนื่องจากตัวเซลล์ของสาหร่าย เป็น แหล่งสะสมพลังงานชีวมวลมากมาย ทั้งแป้ง พอลิแซ็กคาไรด์ น้ำมัน
ซึ่งสามารถ นำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงได้ อาทิ ไบโอดีเซล เอทานอล ไฮโดรเจน อีกทั้งการเพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็วจึงไม่ต้องกังวลว่า จะขาดแคลนแหล่งเชื้อเพลิงในอนาคต
ส่วนในประเทศไทย ล่าสุด ทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ออกมาประกาศความเป็นไปได้ ในการนำสาหร่าย มาผลิตเป็นก๊าซไฮโดรเจน เอทานอล โดยเลือกสาหร่ายกว่า 1,000 ชนิด ใน 2 กลุ่ม คือ สาหร่ายกลุ่มสีน้ำเงินแกมเขียว และกลุ่มสีเขียว ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืดที่พบได้ในประเทศไทย
เบื้องต้นพบว่า สาหร่ายกลุ่มนอสโตคาเลส (Nostocales) ตัวเซลล์มีการสะสมของแป้ง และพอลิแซ็กคาไรด์สูง ซึ่งมีความเป็นไปได้ในการนำมาผลิต เป็นเอทานอล และไฮโดรเจน
สาหร่ายกลายเป็นทางเลือกที่ต้องจับตามอง เพราะไม่เพียงเติบโตเร็ว ดูแลง่าย ปราศจากมลพิษ และยังสามารถเพาะเลี้ยงได้ดีในพื้นที่ ที่มีแสงแดดมาก เพราะเป็นพืชน้ำที่อาศัยการสังเคราะห์แสง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/215" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/215&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F215"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F215&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="Green Crude | geranun.com" alt=" Green Crude | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p><strong>Green Crude แหล่งพลังงานจากสาหร่ายสีเขียวกำลังมาแรง</strong></p>
<p><img class="alignleft" title="green crude" src="http://geranun.com/4pic/albums/userpics/thumb_green_2.jpg" alt="thumb green 2 Green Crude | geranun.com" hspace="10" vspace="10" width="149" height="105" />ทั่วโลกต่างมุ่งหา แหล่งพลังงานทดแทน ชนิดใหม่ ที่ไม่ทำลายธรรมชาติ เนื่องจากพืชหลายตัวที่นำมาใช้ทำเอทานอล และไบโอดีเซล เดิมเป็นพืชเศรษฐกิจ ทำให้มีกระทบมาก</p>
<p>ปัจจุบันตัวพืชตั้งต้นในการผลิต กำลังไปจบลง ที่สาหร่าย เนื่องจากตัวเซลล์ของสาหร่าย เป็น แหล่งสะสมพลังงานชีวมวลมากมาย ทั้งแป้ง พอลิแซ็กคาไรด์ น้ำมัน</p>
<p>ซึ่งสามารถ นำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงได้ อาทิ ไบโอดีเซล เอทานอล ไฮโดรเจน อีกทั้งการเพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็วจึงไม่ต้องกังวลว่า จะขาดแคลนแหล่งเชื้อเพลิงในอนาคต</p>
<p>ส่วนในประเทศไทย ล่าสุด ทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ออกมาประกาศความเป็นไปได้ ในการนำสาหร่าย มาผลิตเป็นก๊าซไฮโดรเจน เอทานอล โดยเลือกสาหร่ายกว่า 1,000 ชนิด ใน 2 กลุ่ม คือ สาหร่ายกลุ่มสีน้ำเงินแกมเขียว และกลุ่มสีเขียว ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืดที่พบได้ในประเทศไทย</p>
<p>เบื้องต้นพบว่า สาหร่ายกลุ่มนอสโตคาเลส (Nostocales) ตัวเซลล์มีการสะสมของแป้ง และพอลิแซ็กคาไรด์สูง ซึ่งมีความเป็นไปได้ในการนำมาผลิต เป็นเอทานอล และไฮโดรเจน</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img title="การเพาะเลี้ยงเชิงทดลอง" src="http://geranun.com/4pic/albums/userpics/normal_20081214-022723_algae-fuel.jpg" alt="การเพาะเลี้ยงทำได้ง่าย ให้อยู่ในภาชนะใส สามารถสังเคราะห์แสงได้" width="400" height="235" /><p class="wp-caption-text">การเพาะเลี้ยงทำได้ง่าย ให้อยู่ในภาชนะใส สามารถสังเคราะห์แสงได้</p></div>
<p>สาหร่ายกลายเป็นทางเลือกที่ต้องจับตามอง เพราะไม่เพียงเติบโตเร็ว ดูแลง่าย ปราศจากมลพิษ และยังสามารถเพาะเลี้ยงได้ดีในพื้นที่ ที่มีแสงแดดมาก เพราะเป็นพืชน้ำที่อาศัยการสังเคราะห์แสง ในการเจริญเติบโต โดยการดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ เป็นอาหาร และคายก๊าซออกซิเจนออกมา</p>
<p>จากการทดลองพบว่าในระยะเวลาที่เท่าๆกัน และในพื้นที่ที่เท่ากันกับ ไร่ข้าวโพด หรือไร่อ้อย จะสามารถเพาะเลี้ยงสาหร่าย มาใช้ผลิตได้ 5-10 เท่า ในขณะที่ต้นทุนการผลิตไม่มีปัจจัยแฝง</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><a rel="nofollow" target="_blank" href="http://geranun.com/4pic/albums/userpics/20081214-022652_solution_main.jpg"><img title="การเพาะเลี้ยงใน ตปท. ทำเป็นโรงเรือนใส" src="http://geranun.com/4pic/albums/userpics/normal_20081214-022652_solution_main.jpg" alt="การผลิตสาหร่ายเพื่อใช้งานคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว และคงไม่มีใครนึกถึงว่าจะเจอทางออกของการใช้แหล่งพลังงานที่เร็ว และง่ายได้ขนาดนี้" width="400" height="430" /></a><p class="wp-caption-text">การผลิตสาหร่ายเพื่อใช้งานในเชิงอุตสาหกรรม คืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว และคงไม่มีใครนึกถึงว่าจะมาเจอทางออก ของการใช้แหล่งพลังงานที่เร็ว และง่ายในการผลิต รวมถึงไม่มีวันหมดได้ขนาดนี้ ทั่วโลกกำลังตื่นตัวครับ</p></div>
<p>ในบ้านเราก็ตอนนี้ มี ดร.อาภารัตน์ มหาขันธ์ นักวิชาการศูนย์จุลินทรีย์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ที่กำลังเดินหน้าอย่างจริงจังครับ สามารถทำได้ แต่ยังต้องคำนวนจุดที่ลงตัวในภาคธุรกิจ</p>
<p>ส่วนอีกด้านทาง ดร.รัตนภรณ์ ลีสิงห์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ก็ได้เปิดเผยถึงผลงานวิจัยเรื่อง &#8220;การคัดเลือกสาหร่ายสีเขียวขนาดเล็กจากแหล่งน้ำจืดใน จ.ขอนแก่น เพื่อใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงชีวภาพทดแทน&#8221; ว่า จากการศึกษา สาหร่ายสีเขียวขนาดเล็ก ในแหล่งน้ำจืดใน จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่พบในบึงสีฐาน ภายในบริเวณมหาวิทยาลัยพบว่า มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับพืชพลังงาน โดยน้ำมันที่สกัดได้จากสาหร่ายสีเขียวขนาดเล็กนี้ สามารถ นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ ในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลได้ โดยภายหลังการค้นพบ ได้ตั้งชื่อสาหร่าย ชนิดนี้ว่า KKU- S2<br />
<img src="http://geranun.com/4pic/albums/userpics/normal_pond-algae4.jpg" alt="normal pond algae4 Green Crude | geranun.com"  title="Green Crude | geranun.com" /><br />
<span style="font-size: small;"><strong>คราวนี้ใครที่ลงทุนไปกับปาลม์น้ำมัน สบู่ดำ ฯลฯ ทำไงล่ะเนี่ย !!</strong><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/215/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Tesla Roadster นวัตกรรมที่ทั้งเท่และสะอาด</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/213</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/213#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Dec 2008 19:07:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[G member]]></category>
		<category><![CDATA[G zone]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/?p=213</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		

The Tesla Roadster
โดยทั่วไปรถไฟฟ้ามีจุดเด่นหลักๆ คือ การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เงียบและสะอาด แต่ปราศจาก &#8220;ความเท่&#8221; อย่างจริงๆจังๆ
แต่ข้อเท็จจริงที่ว่านั้น
ใช้ไม่ได้กับ &#8220;เทสลาโรดสเตอร์&#8221; (The Tesla Roadster) ครับ
รถคันนี้ เป็นรถไฟฟ้าเปิดประทุน ภายนอกที่ดูเหมือนรถสปอร์ต ซ่อนเทคโนโลยีสะอาด และเร็วแรงไปพร้อมๆกับ สร้างความตื่นเต้นให้กับ วงการเทคโนโลยีสะอาด นับแต่มีการป่าวประกาศ ถึงรถยนต์สะอาดนี้เมื่อปี 2546 ทีเดียว
รถสปอร์ตสุดเท่คันนี้ วิ่งด้วยพลังงานแบตเตอรี่ ด้วยความเร็ว 200 กม./ชั่วโมง สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านบาท ซึ่งราคาแค่นี้ถูกมากๆ สำหรับคนรวยๆ คิวจองจึงยาวเป็นหางว่าว แถมคนเด่นคนดังอย่าง จอร์จ คลูนีย์ (George Clooney) ได้เข้าร่วม อยู่ในรายชื่อผู้จอง อันยาวเหยียดกับเขาด้วย
คิวของรถไฟฟ้าสปอร์ตคันแรกนี้ ส่งถึงมือลูกค้าแล้วในปี 2551 นี้รถสปอร์ตที่ใช้แต่พลังงานไฟฟ้า 100% สามารถชาร์ตพลังงานได้ทุกที่ จะที่บ้าน หรือทุกที่ที่มีปลั๊กไฟ มันสามารถวิ่งได้ระยะทาง 244 ไมล์ ต่อ การชาร์ต 1 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/213" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/213&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F213"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F213&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="The Tesla Roadster นวัตกรรมที่ทั้งเท่และสะอาด  | geranun.com" alt=" The Tesla Roadster นวัตกรรมที่ทั้งเท่และสะอาด  | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p><strong></strong></p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 409px"><strong><strong><a rel="nofollow" target="_blank" href="http://geranun.com/4pic/albums/userpics/normal_cap0004.jpg"><img title="Tesla นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง" src="http://geranun.com/4pic/albums/userpics/normal_cap0004.jpg" alt="วิ่งไกล ไม่ใช้น้ำมัน ชาร์ตง่าย สะดวกทุกที่ และเท่ขนาดนี้ ถ้ามีปัญญาซื้อผมก็ว่ามันน่าซื้อจริงๆนะ" width="399" height="159" /></a></strong></strong><p class="wp-caption-text">วิ่งไกล ไม่ใช้น้ำมัน ชาร์ตง่าย สะดวกทุกที่ และเท่ขนาดนี้ ถ้ามีปัญญาซื้อผมก็ว่ามันน่าซื้อจริงๆนะ</p></div>
<p><strong>The Tesla Roadster</strong></p>
<div class="wp-caption alignleft" style="width: 210px"><img title="ภาพมุมต่างของรถ จะเห็นดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวจนนึกไม่ถึงรถไฟฟ้า" src="http://geranun.com/4pic/albums/userpics/normal_2007TeslaRoadster-full.jpg" alt="แต่เห็นแบบนี้กลับวิ่งได้เร็ว ไกล และพลังงานสะอาด เป็นเทคโนโลยีที่ลงตัวจริงๆครับ และเป็น 1 ใน 50 สิ่งประดิษฐ์ที่ ไทม์จัดให้ว่าน่าทึ่งอีกชิ้นนึงครับ" width="200" height="150" /><p class="wp-caption-text">แต่เห็นแบบนี้กลับวิ่งได้เร็ว ไกล และพลังงานสะอาด เป็นเทคโนโลยีที่ลงตัวจริงๆครับ และเป็น 1 ใน 50 สิ่งประดิษฐ์ที่ ไทม์จัดให้ว่าน่าทึ่งอีกชิ้นนึงครับ</p></div>
<p>โดยทั่วไปรถไฟฟ้ามีจุดเด่นหลักๆ คือ การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เงียบและสะอาด แต่ปราศจาก &#8220;ความเท่&#8221; อย่างจริงๆจังๆ</p>
<p>แต่ข้อเท็จจริงที่ว่านั้น<br />
ใช้ไม่ได้กับ &#8220;เทสลาโรดสเตอร์&#8221; (The Tesla Roadster) ครับ</p>
<p>รถคันนี้ เป็นรถไฟฟ้าเปิดประทุน ภายนอกที่ดูเหมือนรถสปอร์ต ซ่อนเทคโนโลยีสะอาด และเร็วแรงไปพร้อมๆกับ สร้างความตื่นเต้นให้กับ วงการเทคโนโลยีสะอาด นับแต่มีการป่าวประกาศ ถึงรถยนต์สะอาดนี้เมื่อปี 2546 ทีเดียว</p>
<p>รถสปอร์ตสุดเท่คันนี้ วิ่งด้วยพลังงานแบตเตอรี่ ด้วยความเร็ว 200 กม./ชั่วโมง สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านบาท ซึ่งราคาแค่นี้ถูกมากๆ สำหรับคนรวยๆ คิวจองจึงยาวเป็นหางว่าว แถมคนเด่นคนดังอย่าง จอร์จ คลูนีย์ (George Clooney) ได้เข้าร่วม อยู่ในรายชื่อผู้จอง อันยาวเหยียดกับเขาด้วย</p>
<p>คิวของรถไฟฟ้าสปอร์ตคันแรกนี้ ส่งถึงมือลูกค้าแล้วในปี 2551 นี้รถสปอร์ตที่ใช้แต่พลังงานไฟฟ้า 100% สามารถชาร์ตพลังงานได้ทุกที่ จะที่บ้าน หรือทุกที่ที่มีปลั๊กไฟ มันสามารถวิ่งได้ระยะทาง 244 ไมล์ ต่อ การชาร์ต 1 ครั้ง โดยที่แบตเตอรี่ 1 ชุด มีอายุการใช้งานระยะทางรวมทั้งหมดประมาณ 100,000 ไมล์ ฟังแล้วน่าใช้ดีไหมครับ ทั้งระยะทาง ความเร็ว และความสะดวกในการใช้งาน มันช่างตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการได้ลงตัวดีจริงๆ ถูกกว่ารถหลายคันในบ้านเราเสียอีก</p>
<p>การแหวกแนวคิดของการออกแบบ นำรูปแบบรถสปอร์ตมาใช้กับรถไฟฟ้า เปิดตลาดอย่างแรง และเชื่อว่าจะมีค่ายอื่นๆตอบรับกระแสนี้ตามมา</p>
<p>ว่าแต่บ้านเรา ยังใช้รถคันเก่าไปอีกนานมั้งครับ<br />
ถ้าหากรัฐไม่สนับสนุนการใช้ หรือไม่ก็รอสั่งเข้ามากันเองละมัง..</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 410px"><a rel="nofollow" target="_blank" href="http://geranun.com/4pic/albums/userpics/tesla-eckh-01.jpg"><img title="Tesla Motor" src="http://geranun.com/4pic/albums/userpics/normal_tesla-eckh-01.jpg" alt="นวัตกรรมที่รองรับการใช้งานจริง คือแนวทางที่ประสบความสำเร็จ" width="400" height="345" /></a><p class="wp-caption-text">นวัตกรรมที่รองรับการใช้งานจริง คือแนวทางที่ประสบความสำเร็จ</p></div>
<p style="text-align: center;"><a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.teslamotors.com/">http://www.teslamotors.com/</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/213/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Retail DNA Test อยากรู้ข้อมูลพันธุกรรม ของตัวเองไหมครับ</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/178</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/178#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Dec 2008 23:43:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[G zone]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/archives/178</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		

เทคโนโลยีการตรวจรหัสดีเอ็นเอส่วนบุคคล ของบริษัท ทเวนตีทรีแอนด์มี (23andMe) ได้รับการเลือกให้เป็นสิ่งประดิษฐ์แห่งปี (Invention of the Year) ในการจัดอันดับสุดยอดสิ่งประดิษฐ์แห่งปี 2008 ของนิตยสารไทม์ (TIME&#8217;s Best Inventions of 2008) ได้รับการคัดเลือกโดยนิตยสาร TIMES ฉบับวันที่ 10 พ.ย.51 ให้เป็น 1 ใน 50 สิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมแห่งปี
วิธีการช่าง ง่ายดายเพียงแค่เราส่งน้ำลายใส่ใน kit สำเร็จรูปแล้วส่งกลับไปยังบริษัท จากน้ำลายของเรา ทางบริษัทก็จะสกัดเอา DNA ออกมาเพิ่มจำนวนและนำไปตรวจสอบ SNPs (single nucleotide polymorphisms) ด้วยวิธี DNA microarrays
ผลที่ได้คือข้อมูลทางพันธุกรรมของเราทั้งหมดที่มีงานวิจัยรองรับแล้วซึ่งได้แก่
- ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเรา
- ข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะทางพันธุกรรมบางประการของเรา
- ข้อมูลเกี่ยวกับบรรพบุรุษของเรา
- ข้อมูลความคล้ายคลึงทางพันธุกรรมของเรากับบุคคลใกล้ชิดเช่น เพื่อน คนรัก เป็นต้น





23andMe
เป็นธุรกิจที่ร่วมกันก่อตั้งขึ้น โดยแอนน์ โวจิสคี (Anne Wojcicki : Wo-jis-key) และลินดา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/178" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/178&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F178"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F178&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="The Retail DNA Test อยากรู้ข้อมูลพันธุกรรม ของตัวเองไหมครับ | geranun.com" alt=" The Retail DNA Test อยากรู้ข้อมูลพันธุกรรม ของตัวเองไหมครับ | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p><a href="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2008/12/x7300995-1.jpg" title="The Retail DNA Test"><img src="http://www.geranun.com/wp-content/uploads/2008/12/x7300995-1.thumbnail.jpg" alt="The Retail DNA Test" align="left" border="0" hspace="20" vspace="20" title="The Retail DNA Test อยากรู้ข้อมูลพันธุกรรม ของตัวเองไหมครับ | geranun.com" /></a></p>
<p>เทคโนโลยีการตรวจรหัสดีเอ็นเอส่วนบุคคล ของบริษัท ทเวนตีทรีแอนด์มี (23andMe) ได้รับการเลือกให้เป็นสิ่งประดิษฐ์แห่งปี (Invention of the Year) ในการจัดอันดับสุดยอดสิ่งประดิษฐ์แห่งปี 2008 ของนิตยสารไทม์ (TIME&#8217;s Best Inventions of 2008) ได้รับการคัดเลือกโดยนิตยสาร TIMES ฉบับวันที่ 10 พ.ย.51 ให้เป็น 1 ใน 50 สิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมแห่งปี</p>
<p>วิธีการช่าง ง่ายดายเพียงแค่เราส่งน้ำลายใส่ใน kit สำเร็จรูปแล้วส่งกลับไปยังบริษัท จากน้ำลายของเรา ทางบริษัทก็จะสกัดเอา DNA ออกมาเพิ่มจำนวนและนำไปตรวจสอบ SNPs (single nucleotide polymorphisms) ด้วยวิธี DNA microarrays</p>
<p>ผลที่ได้คือข้อมูลทางพันธุกรรมของเราทั้งหมดที่มีงานวิจัยรองรับแล้วซึ่งได้แก่</p>
<p>- ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเรา<br />
- ข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะทางพันธุกรรมบางประการของเรา<br />
- ข้อมูลเกี่ยวกับบรรพบุรุษของเรา<br />
- ข้อมูลความคล้ายคลึงทางพันธุกรรมของเรากับบุคคลใกล้ชิดเช่น เพื่อน คนรัก เป็นต้น</p>
<p><img src="http://geranun.com/4pic/albums/userpics/normal_X7295636-1.jpg" alt="ตรวจสอบพันธุกรรม" align="top" border="0" height="107" hspace="10" vspace="10" width="397" title="The Retail DNA Test อยากรู้ข้อมูลพันธุกรรม ของตัวเองไหมครับ | geranun.com" /></p>
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-6741440493799156";
/* 468x60, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 12/10/08 */
google_ad_slot = "8744121098";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>
<p><strong>23andMe</strong><br />
เป็นธุรกิจที่ร่วมกันก่อตั้งขึ้น โดยแอนน์ โวจิสคี (Anne Wojcicki : Wo-jis-key) และลินดา เอวี (Linda Avey) เพื่อดำเนินการตรวจรหัสดีเอ็นเอส่วนบุคคล ของลูกค้าที่เข้ารับบริการ</p>
<p>การผ่านการตรวจวิเคราะห์จากตัวอย่างน้ำลายของลูกค้าเพียงเล็กน้อย ลูกค้าก็จะได้ข้อมูลที่บ่งบอกสถานะทางพันธุกรรมของตนเองมากกว่า 90% รวมทั้งได้รู้ว่าเรามีความเสี่ยงต่อโรคที่เป็นผลมาจากพันธุกรรมตัวไหนบ้าง</p>
<p>ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้ในรูปแบบดิจิทัล (the digital manifestation of you) ที่เจ้าของข้อมูลสามารถใช้รหัสผ่านเข้าไปดูได้ในฐานข้อมูลเป็นส่วนตัว</p>
<p>สำหรับคนที่อยากใช้บริการนี้ สามารถสั่งซื้อชุดเก็บตัวอย่างน้ำลายจาก 23andMe ได้ ในราคา 399 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 14,000 บาท) ทั้งทางออนไลน์และไปรษณีย์<span id="more-178"></span> แล้วส่งตัวอย่างกลับไปตรวจในห้องแล็บ</p>
<p>เพียงเท่านี้ก็สามารถรู้ข้อมูลพันธุกรรมของตัวเองได้ไม่ยาก</p>
<p>ธุรกิจนี้ของ 23andMe นับว่าเข้าถึงประชาชนได้ง่าย รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายไม่แพงมากจนเกินไป</p>
<p>อย่างไรก็ดี ขณะนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคของจีโนมส่วนบุคคล ที่จะปฏิวัติวงการแพทย์ การรักษาพยาบาล และการดูแลสุขภาพที่อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลพันธุกรรมของแต่ละคน ที่จะกลายเป็นข้อมูลส่วนตัวของคนคนนั้นด้วย</p>
<p>ในอดีตที่ผ่านมา การศึกษาข้อมูลพันธุกรรมส่วนตัว คงมีเพียงนักวิจัยระดับหัวกะทิ หรืออภิมหาเศรษฐีกระเป๋าตุงเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับรู้ข้อมูลพันธุกรรมของตัวเอง</p>
<p>แต่ตอนนี้ 23andMe  ก็ทำให้ประชาชนคนธรรมดาทั่วไป เข้าถึงข้อมูลดีเอ็นเอของตนได้ไม่ยาก ในราคาที่เขาสามารถจ่ายได้สบาย จึงได้รับเลือกจากไทม์ ให้ครองตำแหน่งสุดยอดสิ่งประดิษฐ์แห่งปี 2008 ในปีนี้ครับ</p>
<p>คิดดูสิครับ</p>
<p>มนุษย์เราทุกคนมีโครโมโซมคนละ 23 คู่</p>
<p>ร้อยละ 17 ของพวกเราถนัดซ้าย</p>
<p>ร้อยละ 44 ไม่มีติ่งหูยื่นออกมา (attached earlobes)</p>
<p>ร้อยละ 88 มีขี้หูเปียก</p>
<p>น้อยกว่าร้อยละ 1 เป็นนักวิ่งระดับโลก</p>
<p>ร้อยละ 14 เป็นพวกหูทอง (perfect pitch)</p>
<p>ร้อยละ 13 เป็นพวกแขนขาไม่อยู่สุข (Restless Legs Syndrome)</p>
<p>ร้อยละ 22 แพ้แล็คโตส (ทานนมที่มีแล็คโตสแล้วจะท้องเสีย)</p>
<p>ร้อยละ 67 มีประวัติโรคมะเร็งในครอบครัว</p>
<p>ร้อยละ 19 มีประวัติโรคอัลไซเมอร์ในครอบครัว</p>
<p>ร้อยละ 41 มีประวัติโรคไมเกรนในครอบครัว</p>
<p>ร้อยละ 56 มีประวัติหัวล้านในครอบครัว</p>
<p>ร้อยละ 29 มีประวัติโรคเบาหวานในครอบครัว</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>จะดีไหมหากเรารู้ว่าเราอยู่ในกลุ่มคนประเภทไหนบ้างตามที่ว่ามาข้างบนนี้?</p>
<p>ปล.อยากรู้เรื่องอะไร คลิกต่อเข้ามาอ่านที่เว็บนะครับ จะมีข้อมูลเรื่องพันธุกรรมเพิ่มเติมเรื่อยๆครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/178/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>secret ;) :ไล่ไม่ต้องฆ่า</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/124</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/124#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2007 13:40:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[ของดีมีอยู่]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/2007/11/23/secret-%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%88%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
ขอนำเคล็ดลับบางประการที่อาจจะเรียกว่าเป็น &#8220;ภูมิปัญญาชาวบ้าน&#8221;
จากหนังสือ &#8220;เทคนิคชาวบ้านเพื่อการอยู่ดีกินดี&#8221; ของ &#8220;ฐิติญาณ์&#8221;
**การกำจัดแมลงสาบ**
ในบ้านที่มักจะอยู่ตามครัว ตู้ โต๊ะ หรือตามซอกตามมุมต่างๆ
** *เขาบอกว่าวิธีที่ได้ผลและง่ายแสนง่าย แต่คนมักไม่ทราบหรือคิดไม่ถึง
นั่นก็คือใช้ &#8221; พริกไทยเม็ด &#8221; ไปวางตามจุดต่างๆ
ที่แมลงสาบชอบออกมาไต่ยั้วเยี้ย หรือแอบมากินเศษอาหาร
โดยวางไว้ที่ละ 4-5 เม็ดก็พอ
แค่นี้ แมลงสาบได้กลิ่นก็ไม่มารบกวนแล้ว
เพราะมันไม่ถูกกับกลิ่นพริกไทยเม็ด ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงให้เสียเงิน
หรือเป็นอันตรายต่อคนในบ้าน
พอกลิ่นหมด ก็คอยเปลี่ยนใหม่
ข้อสำคัญ ระวังเด็กเล็กในบ้านอย่าคลานไปกินเข้า
จะร้องไห้จ้าเพราะความเผ็ด **กำจัดยุงและแมลงตัวเล็กๆ**
ไม่ให้มารบกวนตอนอ่านหนังสือหรือทำงานตอนกลางคืน
** *เขาให้ใช้ &#8221; การบูร &#8220;มาห่อผ้าขาว
หรือไปซื้ออย่างที่เขาห่อสำเร็จมาแล้วก็ได้
จากนั้นนำมาแขวนไว้ใกล้ๆกับหลอดไฟ หรือโคมไฟ
เพื่อความร้อนจากหลอด หรือโคม
จะทำให้กลิ่นการบูรค่อยๆ ระเหิดออกมาอย่างรวยริน
ยิ่งกลิ่นออกมามากเท่าใด ยุงและแมลงก็จะบินหนี
เพราะมันไม่ชอบกลิ่นการบูร
แค่นี้ก็ไม่ต้องจุดยากันยุง หรือทายากันยุงให้เหนอะหนะเหนียวตัว
* *ขับไล่หนูชุกชุม**
โดยไม่ต้องฆ่าให้บาปกรรม
ด้วยการนำ น้ำมันระกำ **10 **ส่วน* * *
ผสมกับน้ำมันสะระแหน่อีก 90 ส่วนให้เข้ากัน
แล้วเอาไปทาตามทางเดินของหนู หรือที่ๆ หนูชอบมา
มันจะไม่มาอีกเลย เมื่อได้กลิ่นน้ำมันทั้งสองอย่างนี้
แต่ทางที่ดีควรจะเก็บเศษอาหารให้หมด
และทำบ้านเรือนให้สะอาด อย่ารกรุงรังเป็นดีที่สุด 
**วิธีต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่าย**
การต้มไข่นั้น ดูเป็นเรื่องไม่ยาก
แต่เชื่อไหมว่า หากจะต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่ายๆ หลายคนกลับทำไม่ได้ แถมปอกแล้วเนื้อไข่ติดเปลือกทำให้ไม่สวยงามอีก
ดังนั้น วิธีง่ายๆที่จะต้มไข่ให้ปอกเปลือกได้ง่าย
เขามีเทคนิคพิเศษด้วยการ ต้มไข่แบบธรรมดานี่แหละ
แต่ให้เอา &#8221; เกลือ &#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/124" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/124&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F124"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F124&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="secret ;) :ไล่ไม่ต้องฆ่า | geranun.com" alt=" secret ;) :ไล่ไม่ต้องฆ่า | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<h3>กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม</h3>
<p>ขอนำเคล็ดลับบางประการที่อาจจะเรียกว่าเป็น &#8220;ภูมิปัญญาชาวบ้าน&#8221;<br />
จากหนังสือ &#8220;เทคนิคชาวบ้านเพื่อการอยู่ดีกินดี&#8221; ของ &#8220;ฐิติญาณ์&#8221;</p>
<h4>**การกำจัดแมลงสาบ**<br class="webkit-block-placeholder" /></h4>
<p>ในบ้านที่มักจะอยู่ตามครัว ตู้ โต๊ะ หรือตามซอกตามมุมต่างๆ<br />
** *เขาบอกว่าวิธีที่ได้ผลและง่ายแสนง่าย แต่คนมักไม่ทราบหรือคิดไม่ถึง<br />
นั่นก็คือใช้ &#8221; พริกไทยเม็ด &#8221; ไปวางตามจุดต่างๆ<br />
ที่แมลงสาบชอบออกมาไต่ยั้วเยี้ย หรือแอบมากินเศษอาหาร</p>
<p>โดยวางไว้ที่ละ 4-5 เม็ดก็พอ<br />
แค่นี้ แมลงสาบได้กลิ่นก็ไม่มารบกวนแล้ว<br />
เพราะมันไม่ถูกกับกลิ่นพริกไทยเม็ด ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงให้เสียเงิน<br />
หรือเป็นอันตรายต่อคนในบ้าน</p>
<p>พอกลิ่นหมด ก็คอยเปลี่ยนใหม่<br />
ข้อสำคัญ ระวังเด็กเล็กในบ้านอย่าคลานไปกินเข้า<br />
จะร้องไห้จ้าเพราะความเผ็ด <br class="webkit-block-placeholder" /><br class="webkit-block-placeholder" /><br class="webkit-block-placeholder" />**กำจัดยุงและแมลงตัวเล็กๆ**</p>
<p>ไม่ให้มารบกวนตอนอ่านหนังสือหรือทำงานตอนกลางคืน</p>
<p>** *เขาให้ใช้ &#8221; การบูร &#8220;มาห่อผ้าขาว<br />
หรือไปซื้ออย่างที่เขาห่อสำเร็จมาแล้วก็ได้<br />
จากนั้นนำมาแขวนไว้ใกล้ๆกับหลอดไฟ หรือโคมไฟ</p>
<p>เพื่อความร้อนจากหลอด หรือโคม<br />
จะทำให้กลิ่นการบูรค่อยๆ ระเหิดออกมาอย่างรวยริน<br />
ยิ่งกลิ่นออกมามากเท่าใด ยุงและแมลงก็จะบินหนี<br />
เพราะมันไม่ชอบกลิ่นการบูร</p>
<p>แค่นี้ก็ไม่ต้องจุดยากันยุง หรือทายากันยุงให้เหนอะหนะเหนียวตัว<br class="webkit-block-placeholder" /><br class="webkit-block-placeholder" /></p>
<h4>* *ขับไล่หนูชุกชุม**<br class="webkit-block-placeholder" /></h4>
<p>โดยไม่ต้องฆ่าให้บาปกรรม<br />
ด้วยการนำ น้ำมันระกำ **10 **ส่วน* * *<br />
ผสมกับน้ำมันสะระแหน่อีก 90 ส่วนให้เข้ากัน<br />
แล้วเอาไปทาตามทางเดินของหนู หรือที่ๆ หนูชอบมา<br />
มันจะไม่มาอีกเลย เมื่อได้กลิ่นน้ำมันทั้งสองอย่างนี้</p>
<p>แต่ทางที่ดีควรจะเก็บเศษอาหารให้หมด<br />
และทำบ้านเรือนให้สะอาด อย่ารกรุงรังเป็นดีที่สุด <br class="webkit-block-placeholder" /><br class="webkit-block-placeholder" /></p>
<h4>**วิธีต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่าย**<br class="webkit-block-placeholder" /></h4>
<p>การต้มไข่นั้น ดูเป็นเรื่องไม่ยาก<br />
แต่เชื่อไหมว่า หากจะต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่ายๆ หลายคนกลับทำไม่ได้ แถมปอกแล้วเนื้อไข่ติดเปลือกทำให้ไม่สวยงามอีก</p>
<p>ดังนั้น วิธีง่ายๆที่จะต้มไข่ให้ปอกเปลือกได้ง่าย<br />
เขามีเทคนิคพิเศษด้วยการ ต้มไข่แบบธรรมดานี่แหละ<br />
แต่ให้เอา &#8221; เกลือ &#8221; ใส่เข้าไปพอสมควร<br />
ให้น้ำที่ต้มมีความเค็มเล็กน้อย กะว่าไข่สุกดีแล้ว<br />
ก็ให้เอาไข่นั้นแช่ในน้ำเย็นธรรมดา</p>
<p>พอไข่ต้มเย็นลงพอควร ก็จับปอกเปลือกได้<br />
จะรู้สึกเลยว่าเปลือกไข่แกะออกง่าย และล่อนดีไม่ติดเหมือนปกติ<br />
ทำให้ปอกไข่ต้มออกมาได้อย่างสวยงาม น่ากิน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/124/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปัญหาน้ำทะเลท่วมกัดเซาะชายฝั่งในเมืองไทย</title>
		<link>http://www.geranun.com/archives/112</link>
		<comments>http://www.geranun.com/archives/112#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Nov 2007 22:05:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>@granun</dc:creator>
				<category><![CDATA[ห้องสาระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.geranun.com/2007/11/02/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
 “​หลักเขตที่​ 28-29 ​ของกทม​. ​ตอนนี้ย้ายสำ​มะ​โนครัวไปลอยเด่น​อยู่​กลางอ่าวมาหลายปี​แล้ว​ ​ชนิดที่ฝรั่งมา​เห็นก็​ยัง​งง​ ​คิดว่า​เป็น​สิ่งมหัศจรรย์ของเมืองไทย​  ​จนผมว่าน่า​จะ​จัด​เป็น​แหล่งเที่ยวแห่ง​ใหม่​ของบางขุนเทียนซะ​เลย​ ​ต่อไป​ถ้า​ใคร​จะ​มา​เยี่ยมชมก็​ให้​เอาพวงมาลัยมา​ไหว้​ด้วย​”

         ​ปัญญา​ ​ช้างเจริญ​  ​อดีต​ผู้​ใหญ่​บ้าน​และ​กำ​นันเขตบางขุนเทียน​ ​พูดพลางชี้​ให้​ดู​เสาหลักเขต​ ​กทม​. ​ที่บัดนี้ถูกยกขึ้นสูงเหนือน้ำ​  ​พร้อมบอกว่า​ ​หลักเขตต้นนี้​เคย​อยู่​บนบก​  ​แต่หลัง​จาก​ถูกคลื่นกัดเซาะนานวัน​เข้า​ ​ทำ​ให้​แผ่นดินหายไปกว่า​ 1 ​กิ​โลเมตร​ ​เสาหลักเขต​จึง​ลงมา​อยู่​ใน​ทะ​เล​ ​เช่นเดียว​กับ​ชาวบางขุนเทียน​ ​ที่​ต้อง​เผชิญ​กับ​การกัดเซาะชายฝั่งที่รุกคืบ​เข้า​ถึง​บ้านเรือนที่​เคยสร้าง​อยู่​บนบก​ ​แต่​ใน​ช่วง​ 30 ​ปีมานี้​ ​น้ำ​ทะ​เล​ได้​เข้า​มา​เปลี่ยนวิถีชีวิตทำ​ให้​ชาวแผ่นดิน​ ​ต้อง​กลาย​เป็น​ชาวน้ำ​แบบจำ​ยอม​ ​ไม่​เพียงแค่ชายฝั่งบางขุนเทียน​ ​ของ​ ​กทม​.​ที่​เจอ​กับ​ธรรมชาติ​เล่นงาน​ ​แต่ชาวบ้านโคกขาม​ ​และ​ชาวบ้านพันท้ายนรสิงห์​ ​จังหวัดสมุทรสาคร​ ​ก็ประจักษ์​แล้ว​ว่าพื้นที่ป่าชายเลนผืน​ใหญ่​ ​ที่​เคย​เป็น​ปราการป้อง​กัน​คลื่นลม​ ​และ​เป็น​แหล่งอนุบาลตัวอ่อนสัตว์น้ำ​ตลอด​ความ​ยาว​ 41 ​กิ​โลเมตรของสมุทรสาคร​ ​ตอนนี้ถูกธรรมชาติรุกรานจนส่งผล​ให้​แผ่นดินหายไปกว่าปีละ​ 1-5 ​เมตร​ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<fb:share-button href="http://www.geranun.com/archives/112" type="icon"></fb:share-button><p class='fb-like'><iframe src='http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http://www.geranun.com/archives/112&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=260&amp;action=like&amp;colorscheme=light' scrolling='no' frameborder='0' allowTransparency='true' style='border:none; overflow:hidden; width:260px; height:26px'></iframe></p><div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F112"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.geranun.com%2Farchives%2F112&amp;source=granun&amp;style=normal" height="61" width="50" title="ปัญหาน้ำทะเลท่วมกัดเซาะชายฝั่งในเมืองไทย | geranun.com" alt=" ปัญหาน้ำทะเลท่วมกัดเซาะชายฝั่งในเมืองไทย | geranun.com" /><br />
			</a>
		</div>
<p> “​หลักเขตที่​ 28-29 ​ของกทม​. ​ตอนนี้ย้ายสำ​มะ​โนครัวไปลอยเด่น​อยู่​กลางอ่าวมาหลายปี​แล้ว​ ​ชนิดที่ฝรั่งมา​เห็นก็​ยัง​งง​ ​คิดว่า​เป็น​สิ่งมหัศจรรย์ของเมืองไทย​  ​จนผมว่าน่า​จะ​จัด​เป็น​แหล่งเที่ยวแห่ง​ใหม่​ของบางขุนเทียนซะ​เลย​ ​ต่อไป​ถ้า​ใคร​จะ​มา​เยี่ยมชมก็​ให้​เอาพวงมาลัยมา​ไหว้​ด้วย​”</p>
<p align="center"><a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.dmcr.go.th/spaw/images/DSCN8791_1.JPG"><img src="http://www.dmcr.go.th/spaw/images/DSCN8791_1.JPG" style="width: 236px; height: 153px" height="236" width="153" title="ปัญหาน้ำทะเลท่วมกัดเซาะชายฝั่งในเมืองไทย | geranun.com" alt=" ปัญหาน้ำทะเลท่วมกัดเซาะชายฝั่งในเมืองไทย | geranun.com" /></a></p>
<p>         ​ปัญญา​ ​ช้างเจริญ​  ​อดีต​ผู้​ใหญ่​บ้าน​และ​กำ​นันเขตบางขุนเทียน​ ​พูดพลางชี้​ให้​ดู​เสาหลักเขต​ ​กทม​. ​ที่บัดนี้ถูกยกขึ้นสูงเหนือน้ำ​  ​พร้อมบอกว่า​ ​หลักเขตต้นนี้​เคย​อยู่​บนบก​  ​แต่หลัง​จาก​ถูกคลื่นกัดเซาะนานวัน​เข้า​ ​ทำ​ให้​แผ่นดินหายไปกว่า​ 1 ​กิ​โลเมตร​ ​เสาหลักเขต​จึง​ลงมา​อยู่​ใน​ทะ​เล​ ​เช่นเดียว​กับ​ชาวบางขุนเทียน​ ​ที่​ต้อง​เผชิญ​กับ​การกัดเซาะชายฝั่งที่รุกคืบ​เข้า​ถึง​บ้านเรือนที่​เคยสร้าง​อยู่​บนบก​ ​แต่​ใน​ช่วง​ 30 ​ปีมานี้​ ​น้ำ​ทะ​เล​ได้​เข้า​มา​เปลี่ยนวิถีชีวิตทำ​ให้​ชาวแผ่นดิน​ ​ต้อง​กลาย​เป็น​ชาวน้ำ​แบบจำ​ยอม​ ​ไม่​เพียงแค่ชายฝั่งบางขุนเทียน​ ​ของ​ ​กทม​.​ที่​เจอ​กับ​ธรรมชาติ​เล่นงาน​ ​แต่ชาวบ้านโคกขาม​ ​และ​ชาวบ้านพันท้ายนรสิงห์​ ​จังหวัดสมุทรสาคร​ ​ก็ประจักษ์​แล้ว​ว่าพื้นที่ป่าชายเลนผืน​ใหญ่​ ​ที่​เคย​เป็น​ปราการป้อง​กัน​คลื่นลม​ ​และ​เป็น​แหล่งอนุบาลตัวอ่อนสัตว์น้ำ​ตลอด​ความ​ยาว​ 41 ​กิ​โลเมตรของสมุทรสาคร​ ​ตอนนี้ถูกธรรมชาติรุกรานจนส่งผล​ให้​แผ่นดินหายไปกว่าปีละ​ 1-5 ​เมตร​ ​และ​ส่งผล​ให้​บัดนี้​เหลือป่า​อยู่​ไม่​ถึง​ 10,000 ​ไร่​ ​เท่า​นั้น​ !!<span id="more-112"></span><br />
“​ภาพถ่ายทางอากาศ​ใน​ปี​ 2517 ​ชี้​ให้​เห็นแนวป่าชายเลนสมบูรณ์กว่า​ 1 ​แสนไร่​ ​แต่ผ่านมา​แค่​ 22 ​ปี​ ​ป่า​เหลือเพียงเส้นบางๆ​ ​ตามแนวขอบ​ ​ทำ​ให้​เกิดการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง​ ​ซึ่ง​เป็น​ผลพวงมา​จาก​การออกเอกสารสิทธิ​ให้​ชาวบ้านครอบครองป่าชายเลน​ใน​แถบสมุทรสาคร​ ​เพื่อนำ​ไปทำ​นากุ้ง​ ​นา​เกลือ​ ​จนดินเสื่อมโทรม​ ​ป่าหายไปหมด​ ​และ​ยัง​มีชุมชนที่ปล่อยน้ำ​เสียลงมาทะ​เล​ ​ทำ​ให้​ ​ระบบนิ​เวศน์​เสียหาย​ ​ชาวบ้านจับสัตว์น้ำ​ได้​น้อยลง​”<br />
ลุงนรินทร์​  ​บุญร่วม​ ​อดีตเลขาธิการสมาคมด้านการประมงสมุทรสาคร​ ​ที่พลิกชีวิตมาทำ​หน้าที่​แกนนำ​ชาวบ้านนำ​ร่อง​ใช้​ธรรมชาติสู้ธรรมชาติ​ ​สรุป​ถึง​สภาพปัญหาที่​เกิดขึ้น​ ​พร้อมว่า​จาก​วิกฤติที่ชาวบ้านกำ​ลังเผชิญหน้า​อยู่​นี้​เอง​ ​ชาวบ้านหมู่​ 3 ​และ​ 8 ​ต​.​โคกขาม​ ​หมู่​ 8 ​ต​.​พันท้ายนรสิงห์​ ​และ​หมู่​ 2 ​ต​.​บางหญ้า​แพรก​ ​และ​โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์​ ​จึง​ร่วม​กัน​คิดหาทางออก​และ​วิธี​เยียวยาธรรมชาติขึ้น​ ​ภาย​ใต้​โครงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติมหาชัยฝั่งตะวันออก​ ​ตามแนวพระราชดำ​ริ​เศรษฐกิจพอเพียง​ ​และ​การพัฒนาที่ยั่งยืน<br />
ข้อสรุปคือ​ ​ชาวบ้าน​จะ​ร่วม​กัน​ต่อสู้​โดย​เอา​แรงกายแรงใจ​เป็น​เดิมพัน​ ​และ​เป้าหมายสูงสุด​อยู่​ที่การป้อง​กัน​การกัดเซาะชายฝั่ง​ ​การ​ได้​แผ่นดินงอกกลับมา​ ​เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน​ ​และ​จัดสรรพื้นที่​เป็น​แหล่งอนุรักษ์สัตว์ทะ​เล​ ​และ​การทำ​ความ​เข้า​ใจเรื่องการ​ใช้​เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย</p>
<p>ขั้นตอน​และ​วิธีการทำ​งาน​นั้น​ ​สมชาย​ ​ดวงล้อมจันทร์​  ​แกนนำ​กลุ่มอนุรักษ์​โคกขาม​-​พันท้ายนรสิงห์​ ​บอกว่า​ ​วันหนึ่ง​เขา​ไปนั่ง​อยู่​บนสะพาน​และ​เห็นไม้​ไผ่ที่ปัก​อยู่​ใน​น้ำ​ 1 ​ลำ​ ​แหวกน้ำ​ออก​เป็น​ 2 ​ข้าง​ ​จึง​กลับมานั่งคิดว่า​ถ้า​ไม้​ไผ่หลายลำ​ก็น่า​จะ​ลดแรงเฉื่อยของน้ำ​ได้​ ​และ​ยิ่ง​ถ้า​ปัก​เป็น​หลายๆ​ ​ชั้น​ ​นอก​จาก​จะ​ชะลอกระ​แสน้ำ​กว่า​จะ​เข้า​ถึง​ฝั่ง​ได้​แล้ว​ ​ยัง​ทำ​ให้​เลนตกตะกอนท้ายแนวไม้​ ​ตอนนี้​เมื่อเริ่มมาหลายปี​โดย​ใช้​พื้นที่หน้าบ้านของตัวเองก็พบว่านอก​จาก​จะ​หยุดการกัดเซาะ​ได้​แล้ว​ ​ยัง​มีดินเลนงอกขึ้นมาสำ​หรับปลูกป่าชายเลน<br />
“​ตอนนี้​เรากำ​ลังขยายผลไป​ยัง​หน้าบ้านของชาวบ้าน​ใน​อ่าวมหาชัยคนละ​ 5 ​ไร่​ ​โดย​ใช้​เทคนิคง่ายๆ​ ​ปักไม้​ไผ่​เลี้ยงหอยห่าง​จาก​ฝั่ง​ 2 ​กิ​โลเมตร​ ​จาก​นั้น​ปักไผ่​เป็น​แนวสามเหลี่ยม​ ​ช่วย​เบรกคลื่นก่อน​ถึง​ฝั่ง​ ​จึง​ต้อง​เลือกไม้ที่สูงเกิน​ 5 ​เมตรขึ้นไป​ ​และ​มี​ความ​แข็งแรงทน​อยู่​ใน​น้ำ​ได้​ 4-5 ​ปี​ ​ลึก​เข้า​ไป​ 100 ​เมตรก็ปลูกป่าชายเลนเสริม​ ​ถ้า​ถามว่า​จะ​ได้​ผล​เร็ว​หรือ​ช้า​ ​ตอนนี้ผมมองว่า​แค่หยุดปัญหากัดเซาะ​ไป​ได้​ 100 ​เมตรก็ดีกว่าปล่อย​ให้​ทะ​เลพัง​เข้า​มา​เรื่อยๆ​ ​ที่สำ​คัญชาวบ้าน​ยัง​ได้​แหล่งทำ​มาหากินกลับมา​ ​ปู​ ​ปลาที่​เคยหายไปก็​เริ่มกลับมา​เยอะขึ้น​ ​ซึ่ง​ถือ​เป็น​บทเรียนที่ชาวบ้าน​ต้อง​จดจำ​&#8221;</p>
<p><img src="http://www.dmcr.go.th/spaw/images/DSCN8871_1.JPG" height="336" width="453" title="ปัญหาน้ำทะเลท่วมกัดเซาะชายฝั่งในเมืองไทย | geranun.com" alt=" ปัญหาน้ำทะเลท่วมกัดเซาะชายฝั่งในเมืองไทย | geranun.com" /></p>
<p>นายสำ​ราญ​ ​รักชาติ​ ​รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะ​เล​และ​ชายฝั่ง​ (ทช​.) ​กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และ​สิ่งแวดล้อม ​บอกว่า​  ​ไม่​เพียงแค่​ 2 ​จังหวัดของอ่าวไทยตอน​ใน​รูปตัว​ ​ก​.​ที่​ต้อง​เผชิญ​กับ​ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง​ ​แต่ทุกจังหวัดชายฝั่งทะ​เล​ 23 ​จังหวัด​ทั้ง​ฝั่งอ่าวไทย​ ​และ​ฝั่งอันดามันก็​เจอ​กับ​ปัญหานี้​เช่น​กัน<br />
จาก​การสำ​รวจชายฝั่งทะ​เลด้านอ่าวไทย​ ​บริ​เวณชายฝั่งทะ​เลภาคตะวันออก​จาก​ ​จ​.​ตราด​ ​จน​ถึง​บริ​เวณชายฝั่งทะ​เลชายแดนภาค​ใต้​ ​จ​.​นราธิวาส​ ​รวม​ 17 ​จังหวัด​ ​ซึ่ง​มี​ความ​ยาวชายฝั่งทะ​เล​ทั้ง​สิ้น​ 1,653 ​กิ​โลเมตร​ ​ชายฝั่งทะ​เลด้านอ่าวไทยที่พบการกัดเซาะรุนแรง​ทั้ง​สิ้น​ 180.9 ​กิ​โลเมตร​ ​คิด​เป็น​พื้นที่ที่ถูกกัดเซาะ​ ​ประมาณ​ 56,531 ​ไร่<br />
ส่วน​ชายฝั่งทะ​เลอ่าวไทยตอนบน​ ​ตั้งแต่ปากแม่น้ำ​บางปะกงจน​ถึง​ปากแม่น้ำ​แม่กลอง​ ​ครอบคลุมพื้นที่​ 5 ​จังหวัด​ ​ได้​แก่​ ​ฉะ​เชิงเทรา​ ​สมุทรปราการ​ ​กรุงเทพมหานคร​ ​สมุทรสาคร​ ​และ​สมุทรสงคราม​ ​มีอัตราการกัดเซาะชายฝั่งทะ​เล​ ​คือ​ ​ประมาณ​ 35 ​เมตรต่อปี​ ​ชายฝั่งทะ​เล​ ​บริ​เวณนี้ถูกกัดเซาะ​ทั้ง​สิ้น​เป็น​ระยะทางยาวประมาณ​ 82 ​กิ​โลเมตร​ ​คิด​เป็น​พื้นที่ที่ถูกกัดเซาะ​ไป​แล้ว​ทั้ง​สิ้น​ 18,594 ​ไร่​ ​ใน​ช่วง​ 30 ​ปีที่ผ่านมา<br />
“​ได้​รับอนุมัติงบ​ 41 ​ล้านบาท​ ​ใน​โครงการแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง​ ​ร่วม​กับ​ชาวบ้าน​ใน​เขต​ 5 ​จังหวัดนำ​ร่อง​ใช้​วิธีธรรมชาติ​ ​สู้​กับ​ธรรมชาติ​ ​ด้วย​การปลูกป่าชายเลน​ ​ชาวบ้าน​ได้​พยายามคิด​ค้น​กัน​ขึ้นมาตามภูมิปัญญาท้องถิ่น​ ​เช่น​ ​การปักไม้​ไผ่ลดกระ​แส​ความ​แรงของคลื่น​ ​และ​ทำ​ให้​เกิดตะกอนดินเพิ่มขึ้น​” รองอธิบดี ​กล่าว</p>
<p>ที่มา http://www.dmcr.go.th/modules.php?name=News&#038;file=article&#038;sid=257</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.geranun.com/archives/112/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
