Archive for » 2007 «

เมื่อผมถูกด่า…

เคยมีพราหมณ์คนหนึ่งด่าว่าพระพุทธเจ้าอย่างหยาบคาย​ ​รุนแรง
พระพุทธเจ้ารับฟัง​ด้วย​อาการสงบ​ ​ไม่​โต้ตอบเลยแม้สักคำ​เดียว​ ​จนพราหมณ์ด่าว่าจบ​(​ไม่​รู้ว่า​เพราะ​หมดแรงซะก่อน​หรือ​เปล่า) ​พระพุทธเจ้า​จึง​กล่าวถามพราหมณ์ว่า

“พราหมณ์​ ​ถ้า​มี​แขกมาบ้านท่าน​ ​ท่านก็ต้อนรับ​ด้วย​อาหารคาว​-​หวาน​ ​แต่​แขกที่มา​นั้น​ไม่​กินอาหารที่ท่านนำ​มาต้อนรับเลย​ ​แล้ว​กลับไป​ ​อาหาร​นั้น​จะ​เป็น​ของใคร”

พราหมณ์ตอบว่า​ “ก็​เป็น​ของข้า​ผู้​เป็น​เจ้าของบ้านน่ะซิ​”

พระพุทธเจ้า​จึง​บอกแก่พราหมณ์ว่า​ “ก็​เหมือน​กัน​พราหมณ์​ ​สิ่งที่ท่านต้อนรับเรา​ด้วย​คำ​ด่าว่า​ทั้ง​หลายนี้​ ​เรา​ไม่​ขอรับ”
พราหมณ์​เกิดสำ​นึกผิด​ ​ที่กล่าวด่าว่าต่อ​ผู้​ที่มีคุณธรรมสูง​ ​ควรที่​จะ​ให้​ความ​เคารพนับถือ​ ​จึง​ก้มลงกราบพระพุทธเจ้าอย่างนอบน้อม

2007NOV%28075%29 เมื่อผมถูกด่า... | geranun.com

คำ​ด่า​ ​ดีอย่างไร สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม และมีโยโสมนสิการ

1. ​ทดสอบตนเอง
พิจารณาดูว่า​ ​ขณะ​เราถูกด่า​ ​เกิดการกระทบ​ ​เรา​ยัง​มีอาสวะคือ​ ​ความ​โกรธ​ ​หรือ​ไม่
บางคนหลงคิดว่าเราไปถึงขั้นไหนๆแล้ว
นั่งสมาธินิ่งจิตสงบเหลือเกิน
นึกว่าตนเอง​ ​ไม่​มีราคะ​ ​โทสะ​ ​โมหะ
เจอคนด่าปัง​ ​เกิดโมโห​ขึ้นมาปั๊บ
แสดงว่า​ ยังต้องปรับปรุง

พิจารณารู้ตัวว่า​ตนมีอาการอย่างไร โมโหอย่างไร
เริ่มโมโหตรงไหน และตรงไหนที่ทำให้อารมณ์ตนเองคุคั่งไม่เลิก
หรือถ้าตั้งสตินึกได้เร็ว หรือเห็นแล้วว่าลดทอนเบากว่าเดิม
ก็ถือเสียว่าก้าวหน้าขึ้นบ้าง แต่ก็ต้องปรับปรุงต่อไป

2. ​พิจารณาตนเอง
ได้ถือโอกาสตรวจดูว่า​ ​เรามีพฤติกรรมอะ​ไรควรปรับปรุง
มีอาการอย่างไรจาก​การบริภาษ​ ​เหล่า​นั้น

บางอย่างในยามปกติเราไม่เคยมีอาการ
แต่พอมีอะไรสะกิดให้อารมณ์ฟุ้งขึ้นมาได้
เราก็ได้เห็นตัวเรา ธรรมชาติของตัวเรามากขึ้น
ยิ่งสังเกตมากยิ่งรู้จักตัวเองตามสภาพความเป็นจริง
ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในทางธรรม
ได้รู้ว่าละอะไรได้บ้าง ละอะไรไม่ได้บ้าง

3. ​รู้​ผู้​อื่น
พิจารณาที่​เขา​ บริภาษ​ ​เรา​อยู่​นั้น จะได้เห็นว่าเขา​มีภูมิจิตภูมิธรรมอย่างไร
ยิ่ง​พิจารณา​ให้​ดี​จะ​มีประ​โยชน์​ยิ่ง
บางครั้งถ้าตั้งจิตพิจารณาดีดีจะรู้สึกสงสารเขา
คนเราบางทีมีโอกาสไม่เท่ากัน ยิ่งเห็นภูมิจิตภูมิธรรมของคน
จะยิ่งรู้สึกว่าเราโชคดีนักที่ได้พิจารณาเห็นธรรมที่เขาไม่เห็น
ยิ่งสังเวชโลก ยิ่งตั้งใจปฏิบัติธรรม

4. ​มีพุทธพจน์ ทรงตรัสสอนไว้ว่า..

น​ ​เต​ ​อหํ​ ​อานนฺท​ ​ตถา​ ​ปรกฺกมิสฺสามิ
อานนท์​ ​เราจัก​ไม่​พยายามทำ​กะพวกเธอ​ ​อย่างทะนุถนอม
ยถา​ ​กุมฺภกา​โร​ ​อามเก​ ​อามกมตฺ​เต
เหมือนพวกช่างหม้อ​ ​ทำ​แก่หม้อ​ ​ที่​ยัง​เปียก​ ​ยัง​ดิบ​อยู่
นิคฺคยฺหนิคฺคยฺหาหํ​ ​อานนฺท​ ​วกขามิ
อานนท์​ ​เราจักขนาบ​แล้ว​ ​ขนาบอีก​ ​ไม่​มีหยุด
ปวยฺหปวยฺหาหํ​ ​อานนฺท​ ​วกฺขามิ
อานนท์​ ​เราจักชี้​โทษ​แล้ว​ ​ชี้​โทษอีก​ ​ไม่​มีหยุด
โย​ ​สา​โร​, ​โส​ ​ฐสฺสติ
ผู้​ใด​มีมรรคผลแก่นสาร​ ​ผู้​นั้น​จักทน​อยู่​ได้​ (ม​. ​อุ​. 14/356)

นิธีนํว​ ​ปวตฺตารํ​ ​ยํ​ ​ปสฺ​เส​ ​วชฺชทสฺสินํ
นิคฺคยฺหวาทึ​ ​เมธาวึ​ ​ตาทิสํ​ ​ปณฺฑิตํ​ ​ภเช
คนเรา​ ​ควรมอง​ผู้​มีปัญญา​ใดๆ​ ​ที่คอยชี้​โทษ​ ​คอยกล่าว
คำ​ขนาบ​อยู่​เสมอไป​ ​ว่าคน​นั้น​แหละ​ ​คือ​ผู้​ชี้ขุมทรัพย์​,
ควรคบบัณฑิตที่​เป็น​เช่น​นั้น
ตาทิสํ​ ​ภชมานสฺส​ ​เสยฺ​โย​ ​โหติ​ ​น​ ​ปาปิ​โย
เมื่อคบหา​กับ​บัณฑิตชนิด​นั้น​อยู่​ ​ย่อมมี​แต่ดีท่า​เดียว​ ​ไม่​มี​เลวเลย​. (ขุ​. ​ธ​. 25/16 )

5.

อย่าลืมน้อมตัวอย่างของพระพุทธเจ้า ที่นำมากล่าวข้างต้นนะครับ
แล้วหลังจากนี้ เราจะฟังคำด่าด้วยโยนิโสมนสิการ และรู้สึกเหมือนเข้าสนามทดสอบรถฟอร์มูล่าวัน
ทุกคนที่ด่าเรา เท่ากับมาเป็นบททดสอบปัญญาวิมุตติของเรา คิดแบบนี้ก็คิดไปอีกชั้น
พัฒนาการวุฒิภาวะทางสติและปัญญาไปอีกขั้น

เจริญในธรรมครับ

WordPress Plugin Share Bookmark Email

บทไหว้พระสวดมนต์​​​เช้า​​​และ​​​ก่อนนอน​ฉบับ​ย่อแต่ครอบคลุม

บทไหว้พระสวดมนต์​​​เช้า​​​และ​​​ก่อนนอน​ฉบับ​ย่อแต่ครอบคลุม

บทไหว้พระสวดมนต์​​​เช้า​​​และ​​​ก่อนนอน

อะระหัง​​ ​​สัมมาสัมพุทโธ​​ ​​ภะคะวา​​ ​​พุทธัง​​ ​​ภะคะวันตัง​​ ​​อะภิวา​​​เทมิ​​ (กราบ)
สะวากขา​​​โต​​ ​​ภะคะวาตา​​ ​​ธัมโม​​ ​​ธัมมัง​​ ​​นะมัสสามิ​​ (กราบ)
สุปะฏิปันโน​​ ​​ภะคะวะ​​​โต​​ ​​สาวะกะสังโฆ​​ ​​สังฆัง​​ ​​นะมามิ​​ (กราบ)
พุทธะบูชา​​ ​​มะหา​​​เตชะวันโต
ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธ​​ ​​ขอ​​​ให้​​​ข้าพเจ้ามี​​​เดชเดชะ

ธัมมะบูชา​​ ​​มะหาปัญญะวันโต
ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม​​ ​​ขอ​​​ให้​​​ข้าพเจ้ามีปัญญาอันยิ่ง​​​ใหญ่

สังฆะบูชา​​ ​​มะหา​​​โภคะวะ​​​โห
ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์​​ ​​ขอ​​​ให้​​​ข้าพเจ้าอุดม​​​ด้วย​​​อริยะสมบัติ

ติ​​​โลกะนาถัง​​ ​​รัตนะตะ​​​ยัง​​ ​​อภิปูชยามิ
ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัย​​ ​​ซึ่ง​​​เป็น​​​ที่พึ่งของโลก​​​ทั้ง​​​สาม​​ (31​​ภพภูมิ)

วันทามิ​​ ​​เจติ​​​ยัง​​ ​​สัพพัง​​ ​​สัพพัฏฐา​​​เน​​ ​​สุปติฏฐิตัง​​ ​​สารีริกะธาตุ
ขอบูชากราบไหว้พระสถูป​​​ซึ่ง​​​ประดิษฐานพระบรมสารีริกะธาตุตามที่ต่าง​​ ​ๆ

มะหา​​​โพธิง​​ ​​ชินะ​​​โย​​​จะ​​ ​​พุทธะรูปัง​​ ​​สะกะลังสะทา
ขอบูชากราบไหว้พระพุทธรูปทุกพระองค์​​​และ​​​ต้นพระศรีมหา​​​โพธิ์​​ ​​ซึ่ง​​​สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้

ทิสาทิ​​​โส​​ ​​เอหิ​​ ​​ภูมิ​​​โม​​ ​​อมมะภูมิมา​​ ​​อาคัจฉันตุ
ข้าพเจ้าขอสักการะบูชาพระภูมิ​​​เจ้าที่​​ ​​พระ​​​แม่ธรณี​​ ​​และ​​​พระ​​​แม่คงคา​​ ​​ทุกทิศทุกทาง​​​ทั่ว​​​สากลภิภพ

มนุสสานัง​​ ​​สะหะ​​​ยัง​​ ​​ปิ​​​โยเทวา​​ ​​สีหะราชา​​ ​​เอหิจิตตัง​​ ​​ปิ​​​ยัง​​​มะมะ
ขอมนุษย์​​​ทั้ง​​​หลาย​​ ​​องค์​​​เทพเทวา​​​ทั้ง​​​หลาย​​ ​​สัตว์​​​ใหญ่​​​น้อย​​​ทั้ง​​​หลาย​​ ​​จงมีจิตที่​​​เป็น​​​มิตรสามัคคี​​ ​​กับ​​​ข้าพเจ้า​​​ด้วย​​​เทอญ

บทสวดมนต์นี้​​​เป็น​​​บทสวดมนต์สั้น​​ ​​ๆ​​ ​​ง่ายต่อการจดจำ​​​แต่มี​​​ความ​​​หมายกว้าง​​ ​​แสดง
ความ​​​เคารพคารวะต่อสิ่งที่ควรเคารพ​​​ทั้ง​​​หลาย​​​ทั้ง​​​ปวงครบบริบูรณ์​​ ​​ใช้​​​ใน​​​การทำ​​​วัตร​​​เช้า​​​และ​​​เย็นทุกวัน​​​หรือ​​​สวดก่อนนอน

คุณแม่​​ ​​ดร​​.​​สิริ​​ ​​กรินชัย​​ ​​ท่านเล่าว่าบทสวดมนต์นี้​​ ​​ท่าน​​​ได้​​​มา​​​จาก​​​พระธุดงค์องค์หนึ่ง
ท่านชอบมาก​​​และ​​​สวด​​​ใน​​​ชีวิตประจำ​​​วันของท่านตลอดมา​​ ​​เห็นว่า​​​ให้​​​คุณมาก​​ ​​เป็น​​​มรดกธรรมอันหนึ่ง

ผลประ​​​โยชน์​​​ใด​​ ​​ๆ​​ ​​ใน​​​ทางธรรม​​ ​​ที่​​​เกิด​​​จาก​​​คำ​​​แปลบทสวดมนต์นี้​​ ​​ขอยก​​​เป็น​​​เครื่องสักการบูชาพระพุทธเจ้า​ ​และ​คุณแม่​​ ​​ดร​​.​​สิริ​​ ​​กรินชัย​​ ​​ด้วย​​​เทอญ

คนเรา​​​เกิดมาหลายภพหลายชาติ​​ ​​แต่ละคนมี​​​เจ้ากรรมนายเวรที่​​​แตกต่าง​​​กัน​​ ​​การสวดขอขมา​​​เพื่อลด​​​และ​​​ปลดหนี้กรรม​​​ให้​​​น้อยลง​​ ​​โดย​​​อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป​​ ​​หรือ​​​สวดมนต์​​ 3 ​​จบ​​ ​​ก่อนอธิษฐานก็​​​ได้

คำ​​​ขอขมา​​​และ​​​อธิษฐานจิต

(นะ​​​โม​​ ​​ตัสสะ​​ ​​ภะคะวะ​​​โต​​ ​​อะระหะ​​​โต​​ ​​สัมมาสัมพุทธัสสะ) 3 ​​จบ
สัพพัง​​ ​​อะปะราธัง​​ ​​ขะมะถะ​​​เม​​ ​​ภันเต​​ ​​อุกาสะ​​ ​​ทะวารัตตะ​​​เยนะ​​ ​​กะตัง
สัพพัง​​ ​​อะปะราธัง​​ ​​ขะมะถะ​​​เม​​ ​​ภันเต​​ ​​อุกาสะ​​ ​​ขะมามิ​​ ​​ภันเต

หากข้าพเจ้า​​…… ​​จงใจ​​​หรือ​​​ประมาทพลาดพลั้ง​​ ​​ล่วงเกินบิดา​​ ​​มารดา​​ ​​ครูบาอาจารย์​​ ​​พระพุทธ​​ ​​พระธรรม​​ ​​พระอรหันต์ทุกพระองค์​​ ​​พระอริยสงฆ์​​​เจ้า​​ ​​ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์​​​ทั้ง​​​หลาย​​ ​​รวม​​​ถึง​​​ผู้​​​มีพระคุณ​​ ​​และ​​​ท่านเจ้ากรรมนายเวร​​ ​​จะ​​​ด้วย​​ ​​กาย​​ ​​วาจา​​ ​​ใจ​​ ​​ขอ​​​ได้​​​โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า​​​ด้วย​​ ​​หากข้าพเจ้ามี​​​เจ้าของ​​​ใน​​​ตัวติดตามมา​​ ​​ขออนุญาตมีคู่​​ ​​มีครอบครัว​​​ได้​​​เหมือนคนปกติ​​​ทั่ว​​​ไป​​ ​​ขอถอนคำ​​​อธิษฐาน​​ ​​คำ​​​สาบานที่​​​จะ​​​ติดตามคู่​​​ใน​​​อดีตที่ผ่านมา​​​ทั้ง​​​ใน​​​ชาตินี้​​​และ​​​ชาติ​​​และ​​​ภพก่อนๆ​​ ​​ขอ​​​ให้​​​ต่างฝ่ายต่าง​​​เป็น​​​อิสระต่อ​​​กัน
ข้าพเจ้า​​​จะ​​​ประพฤติตน​​​ใน​​​ทางที่ถูก​​ ​​ที่ชอบ​​ ​​ที่ควร​​ ​​ขอบุญบารมี​​​ใน​​​อดีตกาลที่ผ่านมาจน​​​ถึง​​​ปัจจุบัน​​ ​​จงส่งผล​​​ให้​​​ข้าพเจ้าพร้อม​​​ทั้ง​​​ครอบครัว​​ ​​ตลอดจนบริวารที่​​​เกี่ยวข้อง​​ ​​จงเจริญ​​​ด้วย​​ ​​อายุ​​ ​​วรรณะ​​ ​​สุขะ​​ ​​พละ​​ ​​ลาภ​​ ​​ยศ​​ ​​สุข​​ ​​สรรเสริญ​​ ​​สติปัญญา​​ ​​ปฏิภาณ​​ ​​ธนสารสมบัติ​​ ​​อุปสรรค​​​ใดๆ​​ ​​โรคภัย​​​ใดๆ​​ ​​ขอ​​​ให้​​​มลายสิ้นไป​​ ​​ขอ​​​ให้​​​ข้าพเจ้ามี​​​ความ​​​สว่าง​​​ทั้ง​​​ทางโลก​​ ​​และ​​​ทางธรรม​​ ​​ตั้งแต่บัดนี้​​ ​​ตราบ​​​เข้า​​​สู่พระนิพพานเทอญ
หากมี​​​ผู้​​​ใด​​​เคยสร้างเวรสร้างกรรม​​​กับ​​​ข้าพเจ้า​​ ​​ไม่​​​ว่า​​​จะ​​​ชาติ​​​ใด​​​ภพ​​​ใด​​​ก็ตาม​​ ​​ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรม​​​ให้​​ ​​ขอถอน​​​ความ​​​อาฆาต​​ ​​ความ​​​พยาบาท​​ ​​และ​​​คำ​​​สาปแช่ง​​​ใน​​​ทุกชาติ​​ ​​ทุกภพ​​ ​​ขอ​​​ให้​​​ข้าพเจ้าพ้น​​​จาก​​​คำ​​​สาปแช่งของปวงชน​​ ​​ของเจ้ากรรม​​ ​​ขอ​​​ให้​​​พ้นนรกภูมิ​​ ​​พบแสงสว่าง​​​ทั้ง​​​ทางโลก​​​และ​​​ทางธรรมเทอญ

* ​​กรุณาส่งต่อ​​​ให้​​​บุคคล​​​อื่น​​​เพื่อ​​​เป็น​​​ประ​​​โยชน์ต่อไป​​ *
(พิมพ์​​​แจก​​​เป็น​​​ธรรมทาน​​​โดย​​ ​​จีระนันท์​ ​จิระบุญยานนท์​​ ​​และ​​​ครอบครัว​​ ​​โดย​​​คัดลอก​​​จาก​​​ใบปลิวที่จัดทำ​​​โดย​​ ​​สุรพิบูลย์​​ ​​ปราชญ์​​​เปรื่องกุล​​ ​​และ​​​ครอบครัว)
Happy new Year 2008

ว่างๆก็แวะไปไหว้พระกันนะครับ ปกติผมชอบแวะไปที่วัดบวรครับ

WordPress Plugin Share Bookmark Email

secret ;) :ไล่ไม่ต้องฆ่า

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

ขอนำเคล็ดลับบางประการที่อาจจะเรียกว่าเป็น “ภูมิปัญญาชาวบ้าน”
จากหนังสือ “เทคนิคชาวบ้านเพื่อการอยู่ดีกินดี” ของ “ฐิติญาณ์”

**การกำจัดแมลงสาบ**

ในบ้านที่มักจะอยู่ตามครัว ตู้ โต๊ะ หรือตามซอกตามมุมต่างๆ
** *เขาบอกว่าวิธีที่ได้ผลและง่ายแสนง่าย แต่คนมักไม่ทราบหรือคิดไม่ถึง
นั่นก็คือใช้ ” พริกไทยเม็ด ” ไปวางตามจุดต่างๆ
ที่แมลงสาบชอบออกมาไต่ยั้วเยี้ย หรือแอบมากินเศษอาหาร

โดยวางไว้ที่ละ 4-5 เม็ดก็พอ
แค่นี้ แมลงสาบได้กลิ่นก็ไม่มารบกวนแล้ว
เพราะมันไม่ถูกกับกลิ่นพริกไทยเม็ด ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงให้เสียเงิน
หรือเป็นอันตรายต่อคนในบ้าน

พอกลิ่นหมด ก็คอยเปลี่ยนใหม่
ข้อสำคัญ ระวังเด็กเล็กในบ้านอย่าคลานไปกินเข้า
จะร้องไห้จ้าเพราะความเผ็ด


**กำจัดยุงและแมลงตัวเล็กๆ**

ไม่ให้มารบกวนตอนอ่านหนังสือหรือทำงานตอนกลางคืน

** *เขาให้ใช้ ” การบูร “มาห่อผ้าขาว
หรือไปซื้ออย่างที่เขาห่อสำเร็จมาแล้วก็ได้
จากนั้นนำมาแขวนไว้ใกล้ๆกับหลอดไฟ หรือโคมไฟ

เพื่อความร้อนจากหลอด หรือโคม
จะทำให้กลิ่นการบูรค่อยๆ ระเหิดออกมาอย่างรวยริน
ยิ่งกลิ่นออกมามากเท่าใด ยุงและแมลงก็จะบินหนี
เพราะมันไม่ชอบกลิ่นการบูร

แค่นี้ก็ไม่ต้องจุดยากันยุง หรือทายากันยุงให้เหนอะหนะเหนียวตัว

* *ขับไล่หนูชุกชุม**

โดยไม่ต้องฆ่าให้บาปกรรม
ด้วยการนำ น้ำมันระกำ **10 **ส่วน* * *
ผสมกับน้ำมันสะระแหน่อีก 90 ส่วนให้เข้ากัน
แล้วเอาไปทาตามทางเดินของหนู หรือที่ๆ หนูชอบมา
มันจะไม่มาอีกเลย เมื่อได้กลิ่นน้ำมันทั้งสองอย่างนี้

แต่ทางที่ดีควรจะเก็บเศษอาหารให้หมด
และทำบ้านเรือนให้สะอาด อย่ารกรุงรังเป็นดีที่สุด

**วิธีต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่าย**

การต้มไข่นั้น ดูเป็นเรื่องไม่ยาก
แต่เชื่อไหมว่า หากจะต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่ายๆ หลายคนกลับทำไม่ได้ แถมปอกแล้วเนื้อไข่ติดเปลือกทำให้ไม่สวยงามอีก

ดังนั้น วิธีง่ายๆที่จะต้มไข่ให้ปอกเปลือกได้ง่าย
เขามีเทคนิคพิเศษด้วยการ ต้มไข่แบบธรรมดานี่แหละ
แต่ให้เอา ” เกลือ ” ใส่เข้าไปพอสมควร
ให้น้ำที่ต้มมีความเค็มเล็กน้อย กะว่าไข่สุกดีแล้ว
ก็ให้เอาไข่นั้นแช่ในน้ำเย็นธรรมดา

พอไข่ต้มเย็นลงพอควร ก็จับปอกเปลือกได้
จะรู้สึกเลยว่าเปลือกไข่แกะออกง่าย และล่อนดีไม่ติดเหมือนปกติ
ทำให้ปอกไข่ต้มออกมาได้อย่างสวยงาม น่ากิน

WordPress Plugin Share Bookmark Email