Archive for » 2009 «

10 หัวข้อ เกี่ยวกับกับการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องแรก ในความทรงจำของผม

เอาตามเท่าที่ทราบนะครับ พยายามยึดตามที่มีข้อมูลอ้างอิงเป็นหลักไว้ก่อน

หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นแปลไทยเรื่องแรกคือเรื่องอะไร สำนักพิมพ์อะไร ในปีไหน

ตอบข้อนี้ต้องแบ่งเป็น 2 แบบ
1 แบบแรก ก๊อปมือ (ลอกลายเส้นกระดาษไข พิมพ์บล็อค)

เป็นช่วงบุกเบิกตั้งแต่ปี 2510-2514 ก่อนเข้ายุคทองของรุ่นใหญ่รุ่นแรก

จุดเริ่มต้นเท่าที่ผมทราบและอยากให้คอการ์ตูนรุ่นหลังรู้ก็คือ
ในปี 2508 เป็นจุดเริ่มต้นของ เจ้าของนามปากกานักเขียนท่านหนึ่ง
ที่ผมอยากเผยแพร่ให้รุ่นใหม่ๆทราบว่าเขาคือ ตำนานหน้าหนึ่งของเมืองไทย นั่นคือ คุณไพบูลย์ วงศ์ศรี

คนคนๆนี้แหละที่เปิดศักราชการพิมพ์การ์ตูนญี่ปุ่นในบ้านเรา
แต่กว่าที่จะเป็นรูปเป็นร่างจริงๆ ก็ในปี 2509 และออกผลงานชิ้นแรกในปี 2510

ช่วงเวลานั้น ก็คงจะเป็น พิริยะสาส์น โดยพี่ตะวัน กับพี่ทวีพัฒน์​ ​และการ์ตูนเด็ก โดยคุณไพบูลย์ ตั้งแต่ช่วงปี 2510 ที่เล่า เป็นคนนำเทคนิคก๊อปมือ(ภาษาผมเอง)มาใช้ (เขียนลอกลายบนกระดาษไข) เรื่องที่แปลมาบางทีมีต่างจากต้นฉบับเหมือนกัน เลยไม่รู้จะนับดีไหม แต่มันก็เป็นประวัติศาสตร์หน้านึงที่ควรจะรู้ รายละเอียดเรื่องนี้
ใครสนใจตามไปค้นได้ที่เว็บกาโม่แมนครับ พี่ๆที่นี่ใจดีทุกคนและไม่หวงความรู้ครับ

ที่จริงจุดเริ่มกระแสหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นในไทย เกิดขึ้นเพราะช่วงนั้นก็มีการสั่งหนังการ์ตูนมาฉายที่ช่อง 4 บางขุนพรหม และช่อง 7

ในปี 2508 ราวเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม มีหนังการ์ตูนญี่ปุ่นมาฉายแข่งกัน
ทั้ง 2 ช่อง ระหว่างช่อง 4 บางขุนพรหม และช่อง 7 คือ เจ้าหนูลมกรดฟูจิมารู และ เจ้าหนูปรมาณู ซึ่งเฉือนกันไม่กี่อาทิตย์

ปัจจุบันยังเป็นที่ถกเถียงว่าเรื่องไหนกันแน่ที่เป็นเรื่องแรก เพราะตามหลักฐานเอกสารบ่งไปทางเจ้าหนูลมกรดมากกว่า

แต่ขณะเดียวกันข่าวว่าเจ้าหนูลมกรดเจอโรคเลื่อนเนื่องจากชื่อเรื่องตอนนั้นไม่ลงตัว และเจ้าหนูปรมาณูออกมาฉายก่อน

ดังนั้นที่ ยืนยันได้มีแต่ความทรงจำเท่านั้นเองของรุ่นใหญ่หลายๆท่าน ที่ก้ำกึ่งระหว่าง 2 เรื่องนี้ ซึ่งถ้าหาข้อมูลอ้างอิงได้เพิ่มจะมาเล่าสู่กันฟังอีกครับ

แน่นอนการนำการ์ตูนมาฉายทางทีวี ย่อมก่อให้เกิดกระแสการรู้จักการ์ตูนอย่างแพร่หลาย

สนพ.ไทยดั้งเดิมของเราก็เริ่มให้ความสนใจ
ที่จะลองเปิดตลาดด้านนี้ขึ้นมา อย่างที่เล่า

2 แบบที่สองกอปพิมพ์ (กอปแปลว่าไม่ถูกลิขสิทธิ์)

ช่วงนี้เป็นยุคที่ 2 ของการพิมพ์การ์ตูนญี่ปุ่นขายครับ เป็นยุคทองของรุ่นผมที่โตขึ้นมาในยุคนี้ หลังจากเอาหนังสือของรุ่นพี่มาอ่านในตอนเด็กๆ

ข้อมูลที่เคยมีในมือ เดิมมี 2 เรื่อง (เก่าสุดในมือ) เป็นของสนพ.ยอดธิดาทั้งสองเรื่อง คือ กุหลาบแวร์ซาย (จำปีไม่ได้) กับ คำสาปฟาโรห์ ปลายปี 2519

อีกข้อมูลนึง เป็นของจัมโบ้ ปี 2515 ไม่ยืนยัน มีคนว่าเคยเห็น แต่ไม่ยืนยันเพราะยังหาหลักฐานไม่ได้ครับ

แต่ที่แน่ๆ เคยมีหนังสือการ์ตูนแบบรวมเรื่องชื่อ แฮปปี้ฮิท กับ ท๊อปการ์ตูนส์ ประมาณปี 2514 ด้วยล่ะ (อาจมีเก่ากว่านั้น แต่เกิดไม่ทัน)
แต่ผ่านยุคนั้นมาแล้ว หาหนังสือมาเป็นหลักฐานไม่ได้อีกเหมือนกัน

3 การ์ตูนญี่ปุ่นแปลไทยเรื่องแรกที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ และเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเล่มแรกของไทย

ในยุคนี้มีการ์ตูนญี่ปุ่นที่ถูกลิขสิทธิ์แล้วนะครับ จากการติดตามหาข้อมูลอย่างยาวนานและอุปการระคุณจากรุ่นใหญ่ที่อยู่ในยุคนั้นจริงๆ (พี่วัชรพันธุ์ ลวันยานนท์ หรือ wideshot) จึงสามารถยืนยันข้อมูลได้ว่า การ์ตูนญี่ปุ่นเล่มแรกที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องพิมพ์ในปี 2511 เป็นการ์ตูนของ อ.โอซามุ เทตสึกะ (สุดยอดเลย..)

A7482146 57 10 หัวข้อ เกี่ยวกับกับการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องแรก ในความทรงจำของผม | geranun.com

การ์ตูนเล่มนี้พิมพ์โดยใช้หัว TOP BOY สนพ.ประชาชน
และการ์ตูนลิขสิทธิ์ จากญี่ปุ่น เล่มแรกในประเทศไทย
ที่วางตลาด ในปี 2511 นั้นก็คือ สิงห์น้อยเจ้าป่า เล่ม 1

A7482146 52 10 หัวข้อ เกี่ยวกับกับการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องแรก ในความทรงจำของผม | geranun.com

4 การ์ตูน ตปท.แปลไทย ลิขสิทธิ์ถูกต้องเล่มแรกของไทย คือเรื่องอะไร
ก่อนหน้านี้ก็มีการ์ตูนที่ตีพิมพ์ในไทยครั้งแรกอีกเรื่องที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย ก็คือ เรื่อง โดนัลดั๊ก ของวอล ดิสนีย์ ลิขสิทธิ์แท้ที่ตีพิมพ์ในปี 2508

A7482146 74 10 หัวข้อ เกี่ยวกับกับการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องแรก ในความทรงจำของผม | geranun.com


5. หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นแบบพอกเก็ตบุ๊คแปลไทยแบบมีลิขสิทธิ์เรื่องแรก คือ เรื่องอะไร สำนักพิมพ์อะไร ในปีไหน

ถ้าพูดตามตรง ในยุคนั้นแต่ละที่ก็โฆษณาว่าเจ้าแรกทั้งนั้นนะครับ ..555
พูดแล้วก็ปาดเหงื่อเพราะหาหลักฐานที่ชัดเจนยากนัก

ยุคพอกเก็ตบุ๊คที่เป็นลิขสิทธิ์อย่างจริงจังถ้วนหน้า
ถ้านับที่ผมจำได้จริงๆ ตอนนั้นเป็นยุคหลังการล่มสลายของ Zero และ Talent โดย สนพ.อะไรสักอย่าง
ชื่อแอดวานอินโฟ เอ๊ย แอดว๊านคอมมูนิเคชั่น มั้ง มาอ้างๆเรื่องลิขสิทธ์ แล้วก็เลยหยุดๆกันไปหมดช่วงนึง

(เป็นยุคสูญญากาศที่ว่างเปล่า ที่ทำให้ผมข้ามไปยืมการ์ตูนผู้หญิงจากเพื่อนมาอ่าน เพราะไม่มีอะไรจะอ่าน)

แล้วก็เข้ายุคลิขสิทธ์ (ถ้วนหน้า) คือ ยุค BOOm ก่อกำเนิด และเรื่องแรกที่ถูกคว้าไปโดย NED คือ ดรากอนบอล (จำเพราะดรากอนบอล..555)ถ้านับไม่ใช่รวมเล่มแต่เป็นรายสัปดาห์ คือ Boom ทำให้เด็กๆและคอดราก้อนบอลต้องแห่ตามๆกันไปซื้อบูมครับ

ต่อจากนั้นค่ายอื่นก็แห่ตั้งหลักตามๆกันมา รวมทั้งเจ้าเก่าในตลาดที่กลับมาตั้งหลักเรื่องลิขสิทธิ์เต็มตัว

ที่จริงการ์ตูนญี่ปุ่นแบบพอกเกตบุ๊ค คงต้องใช้เวลาทำการบ้านพอสมควรครับ เพราะไม่ใช่ทุกสนพ.ที่ผมติดตามอ่าน(ตังค์ไม่พอน่ะ)
ความจำอาจคลาดเคลื่อนได้ครับ

ถ้านับการ์ตูนพอกเกตบุคเรื่องแรก ของวิบูลย์กิจ
เรื่องถูกลิขสิทธ์เรื่องแรก คือ จิ๋วพลังอึด ของ อ.มิยะ ทาเคชิ (ไม่ดังแต่ก็สนุกนะเรื่องนี้) พิมพ์ปี 1992 มี 8 เล่มจบ

พระเอกเป็นนักวิ่งมาราธอน ตัวเล็กนิดเดียว แต่สู้ไม่ถอยๆ ให้พลังใจและซึ้ง

ข้อควรระวังอย่าเผลอไปวิ่งตามล่ะ….555

อันนี้นับตามยุคปัจจุบันที่ชัดเจน มีหลักฐานครบ

5.1 การ์ตูนญี่ปุ่นพอกเก็ตบุ๊คของผู้ชายเรื่องแรกที่ถูกลิขสิทธิ์
5.2. การ์ตูนญี่ปุ่นพอกเก็ตบุ๊คของผู้หญิงเรื่องแรกที่ถูกลิขสิทธิ์

ย้อนรอยกลับไปอีกในช่วงยุคทอง กลับพบว่ามี สนพ.ที่เคยลงลิขสิทธิ์พร้อมสัญลักษณ์ถูกต้องในช่วงราวๆปี 2526 ตามข้อมูลอ้างอิงที่มีหลงเหลือหลักฐาน ก็คือ เรื่อง 7 สิงห์ประจัญบาน และคำสาปฟาโรห์ (แต่ก็ยังอยู่ในระหว่างการหาข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมอีกหน่อย)

หรือจะบอกว่าการ์ตูนการ์ตูนญี่ปุ่นพอกเก็ตบุ๊คของผู้ชายเรื่องแรกที่ถูกลิขสิทธิ์ เท่าที่มีข้อมูลอ้างอิงในตอนนี้ก็คือ ก็คือเรื่อง 7 สิงห์ประจัญบาน

การ์ตูนญี่ปุ่นพอกเก็ตบุ๊คของผู้หญิงเรื่องแรกที่ถูกลิขสิทธิ์ เท่าที่มีข้อมูลอ้างอิงในตอนนี้ก็คือ ก็คือเรื่อง คำสาปฟาโรห์
ทั้งสองเรื่องเป็นของ สนพ.ยอดธิดา ปีที่ระบุในการตีพิมพ์ก็คือ ปี 2526
(แน่นอนว่าทั้งหมดนี้อิงตามข้อมูลที่ค้นพบ และอาจมีข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกในอนาคต)

6. การ์ตูนญี่ปุ่นพอกเก็ตบุ๊คเรื่องแรกชองไทยที่ถูกลิขสิทธิ์
จากข้อมูลเท่าที่มี ณ ปัจจุบัน ก็ต้องตอบว่า เรื่อง 7 สิงห์ประจัญบาน คู่มากับคำสาปฟาโรห์ ซึ่งเฉือนอีกเรื่องกันเพียงนิดเดียวเท่านั้นเองครับ :)

A7482146 124 10 หัวข้อ เกี่ยวกับกับการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องแรก ในความทรงจำของผม | geranun.com

7. หนังสือการ์ตูนแบบพอคเกตบุ๊คญี่ปุ่นแปลไทยแบบมีลิขสิทธิ์ที่ใช้วิธีการอ่านแบบญี่ปุ่นคือเรื่องอะไร สำนักพิมพ์อะไร ในปีไหน

เรื่อง รัช Rash (หมอสาวจอมดีเดือด) พิมพ์โดย สนพ.สยามอินเตอร์คอมมิค ถ้าจำไม่คลาดเคลื่อน ก็คือวันที่ 1 กย.ปี 2539 ช่วงเศรษฐกิจกำลังตก (ผมตกงานพอดี) เป็นงานของ อ.ซึกาสะ โฮโจ คนเขียนซิตี้ ฮันเตอร์ ว่ากันว่าคนเขียนเป็นคนกำหนดมาลงใน c-kids ชิมลางอ่านจากด้านหลัง
(ซีคิดส์ปรับอ่านจากหลังมาหน้าหมด ฉบับวันที่ 20 ธันวาคม 2547 (ปกนักรบเหล็กเทวะ))
เรื่องของอาจารย์คนนี้ มี
- แคทอายส์
- ซิตี้ฮันเตอร์
- เอฟ คอมโบ
- รัช หรือ Rash
- เรื่องสั้นจำชื่อไม่ได้
เรื่องล่าสุดตอนนี้ คือ แองเจิ้ลฮาร์ท (หรือซิตี้ฮันเตอร์ภาคสอง ซึ่งใจผมไม่ค่อยยอมรับเท่าไหร่ รุ้สึกว่ามันจบสมบูรณ์แบบไปแล้ว…555)
ปล.ไปๆมาๆ ผมชอบงานเก่าๆที่แกเขียนมากกว่าแหะ

8. การ์ตูนญี่ปุ่นที่ฉายตามโทรทัศน์เรื่องแรกในไทย คือเรื่องอะไร ทางช่องไหน ในปีอะไร

ตามหลักฐานที่มีในมือเดิม คือ ปี 2514 ช่อง 4 บางขุนพรหม เวลา 14.30 น. วันอาทิตย์ หน้ากากเสือแน่นอน
ที่ผมมีในมือเป็นหนังสือดาราทีวี ปี 2514

ล่าสุดที่ได้ข้อมูล คือ เจ้าหนูลมกรด ปี 2508 ช่อง 4 บางขุนพรหม
โดยมีหลักฐานล่าสุดจากเว็บกาโม่ โดยคุณอาไช้ arcai2001 และคุณ Naoto ครับ เป็นหนังสือผังรายการชื่อหนังสือแฟนสัมพันธ์ ของโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 และ 4 เดือนมกราคม 2509 หน้า 91
มีเจ้าหนูลมกรด กับ เจ้าหนูปรมาณู (อะตอม) อยู่ 2 เรื่องแรก

9. การ์ตูนญี่ปุ่นที่ฉายทางโรงภาพยนตร์เรื่องแรกในไทย คือเรื่องอะไร ในปีอะไร

เรื่องโดราเอมอน ภาคไดโนเสาร์ของโนบิตะ ฉายในวันที่ 21 เดือนสิงหาคม 2525 ที่ โรงหนังเมโทร อยู่ตรงเพชรบุรีตัดใหม่
กับสามย่าน โดยไชโยภาพยนตร์ ผมไปดูที่เมโทรวันแรกเลย ตอนนั้นใช้ชื่อว่า โดเรม่อนผจญไดโนเสา (ฟังแปลกๆใช้ม๊า แต่จริงๆนะ)
แถมรู้สึกจะมีอีกภาคตามมาติดๆนะ ภาคผจญอวกาศนี่แหละ โรงเดิมเลย
มาแบบต่อเนื่องด้วย คือสิ้นเดือนปั๊บก็ได้กินค่าขนมผมปุ๊บ จนครับ ดูหนังสองเรื่องติดๆ

เดี๋ยวนี้ผ่านไปพันธ์ทิพ ผ่านถนนเพชรบุรี แล้วยังมองที่ตั้งโรงหนังเก่าตรงนั้นแล้วคิดถึงสมัยก่อน
เรื่องสุดท้ายที่ผมได้ดูที่เมโทรคือโพสเตอร์ไกส์ (ชื่ออาจพิมพ์ผิดนะ) เป็นเรื่องผีที่น่ากลัวเอาการ

10.การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องแรกในหัวใจของผม คืออะไร
เรื่องนี้ตอบง่ายที่สุด เพราะเรื่องนี้ทำให้ผมชอบเรียนสายวิทย์ และสนใจวิทยาศาสตร์
นั่นก็คือ โดราเอมอน ครับ

ฉบับที่ผมกำลังหาสะสมอยู่ตอนนี้เป็นยุคก่อนลิขสิทธิ์ ที่ใครๆอาจจะทิ้ง แต่นั่นคือความทรงจำของผมจริงๆครับ

……………………
เรื่องไหนที่มีข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำได้นะครับ กำลังทำการบ้าน…แฮ่ม

ชวนไปอ่านเรื่อง เลดี้ Lady Godiva ที่สารคดี

ladygodiva01 ชวนไปอ่านเรื่อง เลดี้  Lady Godiva ที่สารคดี | geranun.com

ภาพ Lady Godiva โดย John Collier (๑๘๙๗)

เมื่อ เอ่ยถึงชื่อโกไดวา (Godiva) คนส่วนมากมักทราบว่าเป็นชื่อช็อกโกแลตยี่ห้อหนึ่งที่มีโลโกเป็นรูปผู้หญิงผม ยาวเปลือยร่างนั่งอยู่บนหลังม้า แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า ผู้หญิงบนโลโกนั้นเคยมีชีวิตและตัวตนอยู่จริงเมื่อเกือบ ๑,๐๐๐ ปีก่อน ทั้งยังมีเรื่องราวอันน่าทึ่ง ซึ่งไม่ว่าท้ายสุดจะเป็นเรื่องจริงหรือตำนาน แต่อิทธิพลจากเรื่องราวของเธอได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ชนรุ่นหลัง

และก็สร้างแรงบันดาลใจมากๆครับ อยากให้ไปอ่านจังเลย
คลิกเพื่อไปอ่านรายละเอียดครับ

ตำราอัฐกาล

ได้มาเว็บพยากรณ์ครับ เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาเก็บไว้

วันอาทิตย์

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 สุริชะแรกรุ่นแดดอุ่นอ่อน เมื่อวานรเนระคุณลิงจุ่นจิ๋ว เห็นรังนกกระจาบรายบนปลายงิ้ว ก็ไพร่พลิ้วเข้าอาศัยอยู่ในรัง

07.30 ถึง 09.00 ศุกระลิงไพรใจโกหก ลวงให้นกรักใคร่เหมือนใจหวัง จนปักษีมีไข่มิได้ระวัง เพราะเชื่อฟังลมลิงไม่กริ่งใจ

09.00 ถึง 10.30 พุธะลิงป่าอุลามก เห็นไข่นกนึกหมายน้ำลายไหล จับขึ้นลูบคลำแล้วกำไว้ อยากจะใคร่ได้กินแลบลิ้นเลีย

10.30 ถึง 12.00 จันเทาเอาไข่เข้าใส่ปาก กระโดดจากต้นงิ้วพลิ้วไปเสีย แล้วซ่อนตัวกลัววิหคนกตัวเมีย เอาทรายเกลี่ยกลบไข่เสียให้ลับ

12.00 ถึง 13.30 เสารีสกุณีไม่เห็นไข่ ก็สงสัยลิงจุ่นมุ่นไปจับ พบลิงไพรถามไตร่ก็ไม่รับ ก็เถียงกับนกกระจาบถึงหยาบคาย

13.30 ถึง 15.00 ยามครูมุนีพิพากษา ว่ามึงมาอาศัยไข่เขาหาย บอกจริง ๆ ลิงจุ่นอย่าวุ่นวาย ลิงผู้ร้ายกลับเถียงขึ้นเสียงดัง

15.00 ถึง 16.30 ภุมมะพระสิทธาคว้าเชือกเข้า มัดลิงเฒ่าศอกชิดติดสันหลัง จึงคืนไข่ให้นกกระจาบคาบไปรัง แต่ลิงยังไม่พ้นทนทรมา

16.30 ถึง 18.00 สุริชะฤาษีจึงสอนว่า ทีนี้อย่าโว้เว้อ้ายเดระฉาน แล้วปล่อยลิงวิ่งโผนโจนทะยาน ไปสำราญอยู่ที่เขาลำเนาดง

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 ระวิยามงามเลิศประเสริฐทรัพย์ ตามฉบับบอกไว้อย่าไหลหลง มโหสถคิดอ่านการณรงค์ ขุดอุโมงค์เข้าเมืองท้าวจุลนี

19.30 ถึง 21.00 ชีโวพลโฮ่กระหึ่มฮืก ออกสอึกองอาจดังราชสีห์ ก็ยกทัพเคลื่อนคลาจากธานี ไปถึงที่ประทับตั้งทัพไชย

21.00 ถึง 22.30 ศะศิตริกล่าวท้าววิเท่ห์ สมคะเนนึกอนงค์ยังหลงไหล ถึงนิเวศน์เวียงวังตั้งพระทัย ตามมโหสถไปไม่ช้าที

22.30 ถึง 24.00 ศุโกรโอ้ท้าวเธอทุกข์เทวษ ทอดพระเนตรนกไม้ในไพรสี แล้วคนึงถึงลูกสาวท้าวจุลนี จนถึงที่กองทัพพลับพลาไชย

24.00 ถึง 01.30 ภุมโมโยธาสิบห้าแสน เสทือนแน่นโลกาสุธาไหว ทั้งแตรสังข์กึกก้องแซ่ซ้องไพร แห่ห้อมล้อมไปจนถึงเมือง

01.30 ถึง 03.00 เสารีรีบรุดมุดขึ้นได้ ก็จับชาวเวียงไชยมาแน่นเนือง ทั้งลูกสาวเข้าของก็นองเนือง ได้บ้านเมืองหมดทั่วทั้งรั้ววัง

03.00 ถึง 04.30 พุโธโอ้ท้าวจุลนีราช แพ้เจ้าปราชญ์คิดไว้ไม่สมหวัง เธอเสียลูกเสียเมียเสียเวียงวัง ก็เสียทั้งไพร่พลแลมนตรี

04.30 ถึง 06.00 ระวิยามงามสุดปัจจุสมัย จวนจะใกล้รุ่งรางสว่างศรี ได้เมื่อครั้งคราวท้าวจุลนี เธอเสียทีกับองค์พระทรงญาณ

วันจันทร์

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 จันเทาสว่างกระจ่างแจ้ง สุริย์แสงส่องฟ้าสุธาสถาน ได้เมื่อโฆษกผู้กุมาร เกิดในครรภ์จัณฑาลทรพล

07.30 ถึง 09.00 เสารีว่าแม่แต่คลอดบุตร ก็แสนสุดยากไร้ไม่เป็นผล ร้อนรุ่มกลุ้มอกยกลูกตน กระเสือกกระสนซ่อนไว้อยู่ในรก

09.00 ถึง 10.30 ยามครูเศรษฐีมาพบเข้าก็อุ้มเอาอิงแอบไว้แนบอก เลี้ยงเป็นบุตรสุดสวาดิ์ในทารก ก็ยอมยกสมบัติให้ครอบครอง

10.30 ถึง 12.00 ภุมมะเศรษฐีกลับพิโรธ จะทำโทษเฆี่ยนขับให้อับหมอง เป็นยามร้ายหมายจำเอาทำนอง ท่านหมายปองคิดร้ายเมื่อปลายมือ

12.00 ถึง 13.30 สุริชะยามนี้เศรษฐีใช้ เป็นความลึกลับกับหนังสือ หมายจะให้ตายในกลางไฟฮือ ให้เจ้าโฆษกถือเอาไปพลัน

13.30 ถึง 15.00 ศุกระมาปะบุตรเศรษฐี เป็นยามดีชีวาไม่อาสัญ ลูกเศรษฐีมาตายวายชีวัน เจ้าโฆษกผายผันมาเรือนตน

15.00 ถึง 16.30 พุธะเศรษฐีสิ้นชีวิต ถึงอนิจกรรมสัตว์วิบัติผล อีกสมบัติวัตถาทั้งข้าคน ยามนี้ร้ายแรงรนไม่สู้ดี

16.30 ถึง 18.00 จันเทาเจ้ากุมภะโฆษก ได้ป้องปกสมบัติแห่งเศรษฐี มีเงินทองบ่าวไพร่ได้เป็นดี อยู่แทนที่เศรษฐีสำราญใจ

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 ศศิยามค่ำคืนคลุ้มชอุ่มศรี เป็นยามดีมั่นคงไม่สงสัย พระเตมีย์มาเถิดกำเนิดใน ชื่นพระทัยชนนียินดีครัน

19.30 ถึง 21.00 ศุโกรเมื่อพระองค์ทรงผนวช เป็นยวดยิ่งยอดงามยามขยัน ทำสิ่งไรก็สำเร็จเสร็จทุกอัน จะรำพรรณทายเทียบเปรียบพิปราย

21.00 ถึง 22.30 ภุมโมเมื่อพระองค์ทรงทำใบ้ ด้วยพระทัยมิได้ตรัสเป็นอรรถฐาน พระตรึกตรองปองประโยชน์โพธิญาณ ตามนิทานว่าไว้ไม่สู้ดี

22.30 ถึง 24.00 โสโรปางพระโพธิสัตว์นั้น เธอหมายมั่นมัธยัสไม่ถอยดี เมื่อคชสารหาญกล้าเข้าราวี ร้ายกับดีกึ่งกันจงหันตาม

24.00 ถึง 01.30 พุโธโอ้พระโพธิสัตว์ไม่ตรัสเหตุ พระปิตุเรศแค้นเคืองด้วยเรื่องถาม ให้ขุดหลุมฝังเสียจะเกลี่ยความ ด้วยเป็นยามร้ายแรงอย่าแคลงใจ

01.30 ถึง 03.00 ระวิยามงามเลิศประเสริฐศรี พระเตมีย์แผลงศักดาสุธาไหว แล้วตรัสว่าสารถีที่ตามไป ให้อยู่ในยุติธรรมเป็นสำคัญ

03.00 ถึง 04.30 ชีโวโพธิสัตว์เธอตรัสรู้ ได้เป็นครูสิ้นสุดมนุษย์สวรรค์ ในยามนี้ดีเลิศประเสริฐครัน เป็นมหันตมหาโอฬาราน

04.30 ถึง 06.00 ศศิธรค่อนรุ่งอร่ามศรี เป็นยามดีสารพันจะบรรหาร เมื่อพระองค์ทรงบำเพ็ญเล็งพระญาณ จะโปรดปรานสรรพสัตว์โลกา

วันอังคาร

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 ภุมมะรุ่งรางกระจ่างฉาย ดีกับร้ายกึ่งกันจงหันหา เมื่อกระบือชื่อพญาทรพา อยู่ในป่าตัวเดียวเที่ยวกระเจิง

07.30 ถึง 09.00 สุริชะเมื่อได้บริวาร แสนสำราญวิ่งโลดโดดเถลิง เกิดกำลังตั้งท่าทำร่าเริง เที่ยวแลเบิ่งเป็นใหญ่ในฝูงควาย

09.00 ถึง 10.30 สุกระยามนี้เมื่อมีบุตร มารดาสุดรักใคร่ไม่ขยาย สู้ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกชาย ไม่กล้ำกลายกลัวพ่อทรพา

10.30 ถึง 12.00 พุธะมารดาพาไปซ่อน ในดงดอนเข้าอยู่ใต้คูหา เป็นยามดีมิให้ได้ระอา เทวดาผดุงบำรุงตน

12.00 ถึง 13.30 จันเทาทรพีมันมีฤทธิ์ ออกเที่ยวขวิดภูผาโกลาหล แล้ววัดรอยพ่อดูจะสู้ชน เป็นยามคนคิดร้ายเอาปลายมือ

13.30 ถึง 15.00 เสารีทรพีไม่ย่อท้อ เข้าสู้พ่อชนได้ไม่ใช่หรือ เป็นยามร้ายรุมใจดังไฟฮือ ตอนปลายมือแพ้คนทุพลพาล

15.00 ถึง 16.30 ยามครูทรพาก็อาสัญ ด้วยลูกมันขวิดขวับดับสังขาร ร้ายนักหนาสารพรรณจะบันดาล อย่าทำการยามนี้ชีวาวาย

16.30 ถึง 18.00 ภุมมะทรพีมีชัยพ่อ ในใจคอสำราญบานขยาย ก็ตั้งตัวเป็นใหญ่ในฝูงควาย แสนสบายยามนี้เห็นดีครัน

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 ภุมโมยามค่ำร่ำว่าให้ปรากฏ เหมือนพระรถปรีเปรมเกษมสันติ์ ขึ้นจากอุโมงทรงม้าอาชาพลัน ในยามนั้นดีแท้เป็นแน่นอน

19.30 ถึง 21.00 โสโรเหมือนพระรสยศไกร เล่นสบ้ามีไชยสโมสร เป็นยามดีมีสง่าสถาพร เล่นพะนันผันผ่อนจะมีไชย

21.00 ถึง 22.30 พุโธโอ้พระรถยศยิ่ง ได้ทรัพย์สิ่งโภคาเป็นไหนๆ มาเลี้ยงดูมารดาอันยาใจ ยามนี้ใช้ได้ดอกบอกอาการ

22.30 ถึง 24.00 ระวิตริตรองดึกสงัด บิดาตรัสใช้ให้ถือหนังสือสาร หวังจะให้ลูกชายนั้นวายปราน ไม่ได้การยามนี้ไม่ดีเลย

24.00 ถึง 01.30 ชีโวฤาษีอันมีเวท ได้ทราบเหตุแปลงสารเสียเฉย ๆ หวังจะให้ได้เมรีมาชมเชย พระรถเลยไปตามเป็นยามดี

01.30 ถึง 03.00 ศศิริรักประจักษ์แล้ว จึงม้าแก้วพาเหาะระเห็จหนี ข้ามคงคาเหาะคว้างกลางเมฆี ยามนี้ดีกับร้ายระคนกัน

03.00 ถึง 04.30 ศุโกรเมื่อเมรีไม่เห็นผัว ให้หมองมัวตามหาถึงอาสัญ ยามนี้ร้ายอย่าได้จรจรัล อย่าผูกพันไมตรีจะมีภัย

04.30 ถึง 06.00 ภุมโมเมื่อม้าพาพระรถ ข้ามบรรพตโขดเขินเนินไสล มาถึงเมืองบิดานราไทย สำราญใจพระรสยศยง

วันพุธ

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 พุธะโพธิสัตว์พระฉัตทันต์ จากสวรรค์มาเกิดในไพรระหง เป็นใหญ่กว่าฝูงช้างในกลางดง พระองค์ทรงสิลาบารมี

07.30 ถึง 09.00 จันเทานางช้างทั้งหลายล้อม สพรั่งพร้อมเป็นชะนัดล้วนหัตถี ก็อยู่เย็นเป็นสุขทุกราตรี มิได้มีภยันต์อันตราย

09.00 ถึง 10.30 เสารีได้เมื่อนางจุลสุพัตรา ผูกเวราเวรไว้เหมือนใจหมาย ปองจะฆ่าพญาฉัตทันต์พลาย ยามนี้ร้ายศัตรูมักดูแคลน

10.30 ถึง 12.00 ยามครูนางช้างไม่วางโศก บังเกิดโรคในทรวงเพราะหวงแหน อกแตกตายวายชีวงในดงแดน ยามนี้แสนร้ายสุดไม่อุดม

12.00 ถึง 13.30 ภุมมะจุลสุบัติอุบัติแล้ว เป็นนางแก้วเจ้าถนอมจอมสนม ได้สมบัติพัสถานสำราญรมณ์ นางก็ชมเชยชื่นทุกคืนวัน

13.30 ถึง 15.00 สุริชะนางกษัตริย์จึงตรัสว่า จะใคร่นอนแท่นงาอันเฉิดฉัน เฝ้าอ้อนวอนบิดาแล้วจาบัลย์ ด้วยยามนั้นไม่ร้ายพอใช้การ

15.00 ถึง 16.30 ศุกระพรานไพรน้ำใจกล้า รับอาสาท้าวไทเข้าไพรสาณฑ์ เป็นยามดีและได้สมอารมณ์พราน ไปพบพานโพธิสัตว์พระฉัตทันต์

16.30 ถึง 18.00 โพธิสัตว์ยอดหัตถา ก็ถอดงาออกให้ขมีขมัน แล้วพระองค์มรณาในป่าวัน ในยามนั้นต้องห้ามตามนิยาย

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 พุโธโพล้เพล้ราวพลบค่ำ พระลอล้ำงามเลิศอันเฉิดฉาย จากนครจรมาเอกากายค่อยผันผายตามไก่เข้าในดง

19.30 ถึง 21.00 ระวิยามตามมาในป่ากว้าง ได้พบนางพี่น้องสองนวลหง เจรจาพาทีไมตรีตรง ให้พระองค์อาศัยในอุทยาน

21.00 ถึง 22.30 ชีโวยามดีไม่มีแหนง เจ้าเพื่อนแพงโฉมงามทรามสงสาร ปรพคองเคียงเลี้ยงดูพระกุมาร แสรสำราญพระทัยไม่ไคลคลา

22.30 ถึง 24.00 ศศิตริตรองไม่นึกแหนง สองเพื่อนแพงปลอบไธ้ให้หรรษา เกษมสรวลชวนชมภิรมยา อยู่ในป่าสำราญบานพระทัย

24.00 ถึง 01.30 ศุโกรโอ้ท้าวเธอเศร้าจิต คนึงคิดถึงมารดาน้ำตาไหล ไม่สู้ดียามนี้มักตรอมใจ อุปมัยเหมือนความตามเรื่องราว

01.30 ถึง 03.00 ภุมโมเมื่อพระลอเธอพลัดพราก กำจัดจากมารดานิราสถาน เพราะปู่เจ้าเข้าดลกมลมาน อย่าทำการยามนี้ผีคนอง

03.00 ถึง 04.30 โสโรโอ้พระลอวรนาถ คิดถึงนุชสุดสวาทเธอทั้งสอง จรจากพารามาหาน้อง ยามนี้ต้องต้นร้ายตอนปลายดี

04.30 ถึง 06.00 พุโธพระลอเฉลิมภพ มาประสบพบนางอยู่ปรางค์ศรี สุขเกษมเปรมปราทุกราตรี เป็นยามดีจงจำเอาตำรา

วันพฤหัส

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 พระครูเรียงความตามนิบาต กุศราชเรืองฤทธิทุกทิศา เกิดในวงพงษ์กษัตริย์ขัติยา เป็นมหาสมมุติวงศ์ผู้ทรงนาม

07.30 ถึง 09.00 ภุมมะพระได้เสวยราช ทั้งเปรื่องปราชญ์ฤาเลื่องเรืองสนาม แต่รูปทรงของพระองค์ไม่สู้งาม แต่ว่ายามนี้ดีดังมีมา

09.00 ถึง 10.30 สุริชะพระได้มเหสี ชื่อประภาวดีเสน่หา ประคองเคียงเพียงดวงนัยนา ครองพาราเป็นสุขสนุกสบาย

10.30 ถึง 12.00 ศุกระประภาวดีหนี ไปบุรีบิตุเรศอันเรืองฉาย กุศราชร้อนใจไม่สบาย เป็นยามร้ายร้อนรนพ้นประมาณ

12.00 ถึง 13.30 พุธะยามพระกุศราช ไปตามนาฏถึงประเทศเขตสถาน จนพบองค์นงเยาว์ลำเภาพาน แต่ภูบาลยังมิได้เข้าใกล้นาง

13.30 ถึง 15.00 จันเทาท้าวไทพิไรร่ำ ทุกคืนค่ำกำสดสลดหมาง ไม่สู้ดียามนี้ก็เป็นกลาง มักจะร้างแรมรักษ์ประจักษ์ใจ

15.00 ถึง 16.30 เสารีกุศราชชนะศึก ก็สมนึกยินดีจะมีไหน ทำสงครามยามนี้จะมีไชย จงจำไว้เป็นอย่างอย่าคลางแคลง

16.30 ถึง 18.00 ยามครูบริสุทธิ์พระกุศราช เสวยราชฤาทั่วกลัวแสยง สมดังจิตคิดไว้มิได้แคลง กุศลแต่งให้ดีมีบุญญษ

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 ชีโวอุตโมโอฬาร์ล้ำ เวลาค่ำยามนี้ดีหนักหนา ได้เมื่อสุทธนูกุมารา อาชาพาลดเลี้ยวเที่ยวหาเมีย

19.30 ถึง 21.00 ศศิได้พบประสบพักตร์ อารีรักร่วมใจจนได้เสีย ไม่อิ่มหนำค่ำเช้าเฝ้าเคล้าเคลีย หาลูกเมียยามนี้ดีสุดใจ

21.00 ถึง 22.30 ศุโกรสุทธนูพาคู่ชื่น เสด็จคืนพาราอันผ่องใส อยู่ด้วยประภาเป็นยาใจ ในเวียงไชยชื่นชมภิรมยา

22.30 ถึง 24.00 ภุมโมชมชิดพิศวาท ด้วยนางนาฏน้องน้อยเสน่หา เสวยรมณ์ชมแสนสวรรยา ทั้งสองรารื่นเริงบรรเทิงใจ

24.00 ถึง 01.30 โสโรเมื่อม้าอาชาชาติ พานางนาฏข้ามเขิมเนินไศล ไปหามารดาด้วยอาลัย แต่ว่าไปไม่ถึงได้กึ่งทาง

01.30 ถึง 03.00 พุโธอาศัยอยู่ในป่า พลัดกับม้านุชน้องก็หมองหมาง มีโจรไพรใจกล้ามาลักนาง อย่าเดินทางไปไกลภัยจะมี

03.00 ถึง 04.30 ระวินี้นงเยาว์สำเภาแตก ลำบากกายว่ายแวกวารีศรี ห้ามมิให้เดินทางกลางนัทธี เหตุจะมีเหมือนกันดังพรรณา

04.30 ถึง 06.00 ชีโวสุริโยอโณภาส อนงค์นาฏเดินไพรไกลหนักหนา ได้พบม้าชื่นชมสมจินดา ก็พักพากันไปดังใจปอง

วันศุกร์

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 ศุกระยามมหาสถาผล พระสุทนมาเกิดกำเนิดสนอง เป็นกษัตริย์ฟุ้งเฟื่องอันเรืองรอง ได้ครอบครองสมบัติสวัสดี

07.30 ถึง 09.00 พุธะพระได้มะโนเรศ เป็นปิ่นเกษไกรลาศคีริศรี โฉมสำอางค์นางฟ้ากุมารี พระภูมีเชยชมภิรมย์ทรวง

09.00 ถึง 10.30 จันเทาเยาวเรศเหตุจะมี พบฤาษีนางสั่งถึงวังหลวง เป็นยามเศร้าโศกาน้ำตาตวง ประดุจดวงชีวิตจะปลิดปลง

10.30 ถึง 12.00 เสารีสามีเที่ยวตามหา แสนโศกามาในไพรระหง ถึงอาศรมฤาษีที่กลางดง พระนงลักษณ์ถามไถ่อยู่ไปมา

12.00 ถึง 13.30 ยามครูมุนีก็ชี้ช่อง เหมือนทำนองนางสั่งไม่กังขา พระจดจำถ้อยคำแล้วอำลา ยามนี้หนาลำบากด้วยจากกัน

13.30 ถึง 15.00 ภุมมะพระไปเหมือนใจหวัง ขึ้นขี่หลังนกใหญ่ข้ามไพรสันฑ์ ถึงไกรลาศยาร์ตเยื้องจรจรัล เข้าเขตขันฑ์เสมาพระธานี

15.00 ถึง 16.30 สุริชะมาปะเมื่อนางสรง แล้วให้พระธำรงค์อันเรื่องศรี รู้ว่าอธิบดินทร์ก็ยินดี กินนรีสอดดูพระภูธร

16.30 ถึง 18.00 ศุกระพระได้เสวยสุข นิราศทุกข์ภิญโญสโมสร ได้นางคืนชื่นจิตต์สนิทนอน สถาพรพูลสวัสดิ์เป็นอัตรา

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 ศุโกรโอฬาร์มหาวิเศษ เหมือนพระเวสสันดรนาถา ครองพิภพสีพีเธอปรีดา ฝูงประชาชนชื่นทุกคืนวัน

19.30 ถึง 21.00 ภุมโมยามร้ายให้ขัดขวาง เธอให้ช้างเผือกผู้ตัวขยัน พลเมืองกริ้วโกรธต้องโทษทัณฑ์ ก็ชวนกันปรึกษาว่าไม่ดี

21.00 ถึง 22.30 โสโรร้ายได้เมื่อบิดาโกรธ คุมโทษสำทับต้องขับหนี ไม่เอาไว้ให้อยู่ในบุรี ด้วยทำผิดประเพณีแต่บุราณ

22.30 ถึง 24.00 พุโธสี่กษัตริย์กำจัดจาก แสนลำบากบุกป่านิราสถาน ละห้อยให้โหยใจในดงดาร ถึงสถานวงกตคีรีราย

24.00 ถึง 01.30 ระวิชูชกไปตามขอ สองพระหน่อน้อยนาฏดังมาตร์หมาย ได้แล้วพามาเมืองอันเรืองพราย ฝูงอำมาตย์ทั้งหลายก็จับเอา

01.30 ถึง 03.00 ชีโวกรุงสญไชยไถ่พระหลาน ด้วยแสนทรัพย์ศฤงคารให้พราหมณ์เฒ่า เป็นยามดีมีลาภไม่บันเทา จงจดจำเอาตำหรับฉบับครู

03.00 ถึง 04.30 ศศิตรวจตราช้างม้าเสด็จ รับพระเวสสันดรนเรนทร์สูรย์ ไพร่พลแห่ห้อมไปพร้อมมูล เสด็จยูรยาตร์สู่บุรีรมย์

04.30 ถึง 06.00 ศุโกรพระบิดาราชาภิเษก เป็นองค์เอกกษัตริย์อันสูงสม เแลิมมิ่งมงกุฏอันอุดม เป็นบรมสุโขภิญโญยศ

วันเสาร์

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 เสารีมีกำลังดังช้างสาร กำแหงหาญฤทธาอันปรากฏ เมื่อนางอัสมูขีมีพยศ เป็นกำหนดในยามตามเรื่องราว

07.30 ถึง 09.00 พระครูยามพบพราหมณ์เอาเป็นผัว จำแลงตัวตุ้งติ้งเป็นหญิงสาว บำเรอรักภักดีไม่มีดาว ทุกค่ำเช้าเชยชิดสนิทนอน

09.00 ถึง 10.30 ภุมมะเกิดบุตรอันสุดที่รัก ชื่อบุญลักษณ์เรืองฤทธิมหิศร สุขเกษมเปรมปราสถาพร ยังไม่จรจากสถานของมารดา

10.30 ถึง 12.00 สุริชะลักพาบิดาหนี ข้ามคีรีห้วยธารละหานผา ไม่รั้งรอตั้งแต่จะรีบมา ยามหนีหนาพากันหนีดีสุดใจ

12.00 ถึง 13.30 ศุกระมาปะแม่น้ำกว้าง ยืนอยู่ข้างมหาชลาไหล เป็นยามดีหนีรอดเปล่าปลอดไป ไม่มีภัยแผ้วพาลสำราญกาย

13.30 ถึง 15.00 พุธะนางยักษ์ประจักษ์เหตุ ชลเนตรคลอคลองลงนองสาย ไปตามลูกกับผัวแทบตัวตาย เป็นยามร้ายเร่งจำเอาทำนอง

15.00 ถึง 16.30 จันเทานางถึงแก่วินาสน์ โอรสราชทดแทนพระคุณสนอง ไม่สู้ดียามนี้ชี้ทำนอง นางจึงต้องมรณาพิลาลัย

16.30 ถึง 18.00 เสารีนี้ได้เมื่อพระลูกรัก เจริญศักดิ์โสภาจะหาไหน ได้ครอบครองบุรีไม่มีภัย สำราญใจทุกวันนิรันดร

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 โสโรหนุมานอันชาญกล้า รับอาสาทรงฤทธิ์มหิศร พบฤาษีกราบก้มประนมกร อาศัยนอนที่ศาลาในราตรี

19.30 ถึง 21.00 พุโธหนุมานทยานเหาะ หมายเอาเกาะลงกาอันเรืองศรี ก็เหาะลงตรงราชธานี เป็นยามดีติดสมอารมณ์ลิง

21.00 ถึง 22.30 ระวิตริตรองมองเขม่น ก็แลเห็นสีดาพระยาหญิง สังเกตุดูยลแยบคอยแอบอิง เป็นความจริงซื่อสัตย์ต่อภัสดา

22.30 ถึง 24.00 ชีโวยอมกายถวายแหวน แต่นางแสนเศร้าสร้อยละห้อยหา

24.00 ถึง 01.30 ศศิหนุมานชาญศักดา เข้าฉุดคร่าปั่นป่วนสวนมาลี

01.30 ถึง 03.00 ศุโกรฆ่าสหัสสบุตร์ลงม้วยมรณ์ ข่าวขจรฤาชาถึงทศศรี

03.00 ถึง 04.30 ภุมโมอินทรชิตเข้าต่อตี จับได้กระบี่ก็มัดมา

04.30 ถึง 06.00 โสโรเกือบจะใกล้อรุณรุ่ง หนุมานเผากรุงท้าวยักษา อัฏฐกาลสองสถานรำพรรณมา แม้ยาตราเลือกเดินที่ยามดี

GERANUN.COM is Digg proof thanks to caching by WP Super Cache