Tag-Archive for » การ์ตูน «

Vagabond มุซาชิ และเรื่องที่อยากเล่า

Vagabond วิถีแห่งลูกผู้ชายในยุคสมัยของญี่ปุ่น

ถ้าใครยังไม่เคยอ่าน มุซาชิ ฉบับท่าพระจันทร์แนะนำให้ไปหามาอ่าน
แล้วจะยิ่งได้อรรถรสครับ (เป็นผลงานของ อ.เอจิ โยชิคาวะ)

จากความไม่รู้สู่ความรู้ จากโมหะสู่ความเข้าใจ

มุซาชิ
ทาเคโซ คือ คนตัวเล็กๆ แห่งยุคสมัยแห่งการต่อสู้โดยใช้ดาบของญี่ปุ่น
เป็นที่รู้กันว่าวิชาดาบของมุซาชิ เกิดขึ้นจากการฝึกฝน
และการพยายามเรียนรู้ด้วยตนเอง
ด้วยจิตใจมุ่งค้นหาวิถีของดาบ

เรื่องราวของมุซาชิเริ่มต้นขึ้น
ในสมัยหลังจากมหาสงครามที่ทุ่งเซกิกาฮารา
การเปลี่ยนแปลงยุคสมัยหลังจาก ฮิเดโยชิ
สู่ยุคชิงอำนาจที่ตระกูลอิเอยาสึ ขึ้นครองประเทศสำเร็จ
(ขอละไม่เล่ารายละเอียดเพราะยาว)
หลังมหาสงครามครั้งนี้ไม่มีสงครามใหญ่ๆอีก และบรรดาทหารรับจ้างที่หลงเหลืออยู่
กลายเป็นโรนิน (Vagabond) ซามูไรชาวบ้านพเนจรไร้สังกัด ในขณะที่การตัดสินกันด้วยดาบยังคงเป็นวิถีแห่งนักสู้

 Vagabond มุซาชิ และเรื่องที่อยากเล่า | geranun.comมุซาชิเองก็เริ่มต้นจากการเป็นทหารชาวบ้าน
ที่เหลือรอดจากสงครามเช่นกัน
มุซาชิเริ่มต้นต่อสู้ตั้งแต่อายุ 13-29 ปี
รวมระยะเวลาแค่ 16 ปี
ชั่วเวลานั้น การเรียนรู้จาก ทาคุอัน มีอิทธิพลอย่างมาก

จากการพัฒนาการแบบดิบเถื่อน
กลายเป็นพัฒนาการที่มีกระบวนการสังเกต
จดจำ และทบทวน
(ทาคุอันเป็นนักบวชที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้นครับ)

การรู้จักสังเกต จดจำ
และนำประสบการณ์การต่อสู้ที่เรียนรู้มาพัฒนาตนเอง
คือคุณสมบัติเด่นของมุซาชิ
และกระบวนการนี้แหละ คือแก่นของเรื่อง
ที่ทำให้มุซาชิเป็นคนเหนือคน และให้นักดาบด้วยกันยอมรับ
ก่อนที่จะไม่มีใครมาต่อกรกับเขาอีก

หลังจากนั้น มุซาชิเก็บตัว และใช้ชีวิตส่วนใหญ่
กับการศึกษาคำตอบเรื่องอื่นๆ และได้นิพนธ์คัมภีร์ห้าห่วงอันลือลั่นขึ้นมา

เนื้อหาส่วนใหญ่เน้นในเรื่องของการเข้าใจลำดับที่จะต้องทำ
และรู้จักจังหวะของดาบ ถือเป็นกลยุทธที่ควรลองศึกษาดูครับ
ถ้าเราอยากรู้จักว่ามุซาชิคิดอะไร ก็ต้องไปอ่านงานที่เขาเขียนครับ

วัยหนุ่มของมุซาชิ

มุซาชิ ฉบับ ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ
ละเมียดละไมกว่า ในแง่ของการเดินเรื่องด้วยภาพ
ที่ให้รสชาติของอารมณ์ มากกว่าในหนังสือ

จากชั่วเวลาของเด็กหนุ่มระห่ำ
คะนอง มุทะลุดุดัน ใช้อารมณ์ และทนงตัวสู่การเรียนรู้ที่ทำให้เขาสุขุม
และรู้จักจังหวะการต่อสู้

จาก ชินเม็ง ทาเคโซสู่ มิยาโมโต้ มุซาชิ
มีทั้งการต่อสู้ที่ตนเองเลือก

และไม่ได้เลือกทั้งตั้งตัวและไม่ได้ตั้งตัว
เพราะบางครั้งก็มากับการลอบสังหาร
รวมทั้งการต่อสู้
ที่ตนเองต้องตัดสินใจว่าจะหนี หรือเดินเสี่ยงเข้าหาความตาย

ทั้งที่เลี่ยงได้ อย่างการต่อสู้กับ
จำนวนคนมากมายถึง 70 คน
เพราะทางเลือกของตน คือ วิถีแห่งดาบ

พัฒนาการที่ได้จากการต่อสู้
อย่างถึงเลือดถึงชีวิต
เป็นการเรียนรู้จริง ในภาคสนาม
ที่ต้องเรียนรู้การมีสติ
และใช้จังหวะในการต่อสู้ให้รัดกุม

และคุ้มค่ามากที่สุด
เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด

ท่ามกลางลายเส้นที่พริ้วและรอยหมึก
ที่ปัดป่ายกลายเป็นภาพศิลปะ

ด้วยฝีมือ อิโนอุเอะ ช่วยขับเด่นบทต่อสู้

ที่มีต่อความตายอย่างทารุณ
กลับกลายเป็นงานศิลปะในการเล่าเรื่อง
ด้วยภาพที่น่าทึ่ง
(ถ้าเป็นฉากนี้ในหนัง อาจเป็นฉากที่เอน็จอนาถ
ฉากนึง ที่เต็มไปด้วยเลือด และการฆ่าฟัน)

ปัจจุบันในเรื่อง Vagabond
เดินมาถึงตอนที่มุซาชิผ่านช่วงเวลาของการต่อสู้กับคน 70 คน ของสำนักโยชิโอกะ
แต่นักอ่านที่ติดตาม ยังต้องอ่านต่อไป และได้รับอีกหลายแง่มุมการนำเสนอ
จนกว่าจะถึงตำนานในตำนาน ของการต่อสู้ระหว่างยอดนักดาบแห่งยุค


..

more…

WordPress Plugin Share Bookmark Email

แฟนพันธ์แท้ Tezuka Museum : part01

ย้อนหลังไปสมัยเด็กในช่วงเวลาที่ผมเติบโตขึ้นมา มีการ์ตูนหลายเรื่องที่มีอิทธิพลต่อผมมากๆ
หนึ่งในนั้น คือ งานของอาจารย์ โอซามุ เทตสึกะ ซึ่งในตอนนั้นผมยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าผมกำลังอ่านการ์ตูนของใคร

จนโตขึ้นมาในวัยผู้ใหญ่ ผมจึงค่อยๆทราบว่าการ์ตูนที่ผมอ่านนั้นเป็นของใคร

และค่อยๆรู้จักแง่มุมของเจ้าของผลงานมากขึ้นทีละน้อย

หุ่นยนต์ ตัวน้อยท่าทางจิตใจดี และอ่อนโยนเหมือนมนุษย์
ถูกสร้างขึ้นมาโดย ดร.เทนมะ และเติบโตในการสั่งสอนของ ดร.โอจาโนะมิซึ

ท่าทางเหงาๆของอะตอม สำหรับเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อกับแม่อย่างผมในสมัยนั้น
ดูเกิดความรู้สึกร่วมอย่างประหลาด และกลายเป็นจินตนาการที่ผมติดตามเรื่องหนึ่ง

วันนึงที่ได้มาถึง เทตสึกะ มิวเซียม
มันทำให้ผมได้เติมเต็มความทรงจำเก่าๆของเด็กชายขี้เหงาคนหนึ่ง
ที่มีตุ๊กตาอะตอม และหุ่นเหล็กหมายเลข 28 ของฝากจากคุณแม่ ที่นานๆจะกลับมาที
และต้องอยู่คนเดียวเสมอๆกับจินตนาการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการ์ตูน

Tezuka museum more…

WordPress Plugin Share Bookmark Email

Trip เที่ยวของ แฟนพันธุ์แท้ การ์ตูนญี่ปุ่น ยุคคลาสสิค 1

มัวแต่ตามรอยการ์ตูน และดูรายการเกมกลยุทธ์อยู่
เลยลืมมาเล่าเกี่ยวกับทาง รายการแฟนพันธุ์แท้ โทรมาให้ไปขอวีซ่าครับ
ได้ฤกษ์ไปตะลอน ญี่ปุ่น ในฐานะ แฟนพันธ์แท้การ์ตูนญี่ปุ่นคลาสสิค เสียที…555

แต่ก่อนอื่นต้องผ่านการขอวีซ่าก่อนครับ

ฮากลิ้งตรงที่ทันทีที่บอกปุ๊บ ผมไปค้นพาสปอร์ตเล่มเก่าแล้วก็นึกได้ว่า เออ เรายังไม่ได้ไปทำใหม่เลยนี่นาตั้งแต่วันที่บ้านไฟไหม้…(กรรรม)

สุดท้ายก็เลยต้องแวะไปทำพาสปอร์ตก่อนเมื่ออาทิตย์ก่อน
และเดี๋ยวนี้ทำได้ง่ายสะดวกกว่าสมัยก่อนจมเลยครับ ไม่เกิน 20 นาทีเสร็จ
วันนี้ก็ได้เวลาไปรับพาสปอร์ตแล้ว

หลังจากนั้นก็ต้องแวะไปเอาใบรับรองจาก ทาง โรส ที่เป็นสปอนเซอร์ของรางวัลก่อน
แล้วถึงจะไปขอวีซ่าในวันพรุ่งนี้ครับ

เดี๋ยวนี้สถานฑูตเขาเปิดให้วีซ่าถึงแค่เวลา 11.45 น.เท่านั้น
แล้วก็ต้องไปขอด้วยตัวเองอีกต่างหาก..เฮ้อ

เงื่อนไขค่อนข้างรัดกุม กับเอกสาร
สำหรับคนขี้ลืมอย่างเรา เป็นเรื่องหัวใจตุ้มๆต่อมๆมาก
แถมไม่ครบ ก็ไม่รับคำร้อง

แต่ดีที่เดี๋ยวนี้เข้าไปดูรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับการขอวีซ่า ในเว็บได้ที่ เว็บสถานเอกอัครราชฑูต ได้เลย ก็ถือว่าดีไปอย่างครับ ช่วยทำให้เราได้ตรวจเอกสารก่อนไปว่าขาดอะไรไปบ้าง

แถมใบคำร้องขอวีซ่า pdf Trip เที่ยวของ แฟนพันธุ์แท้ การ์ตูนญี่ปุ่น ยุคคลาสสิค 1 | geranun.com

ทำให้มีเวลาพิมพ์เวลากรอกรายละเอียดโดยไม่ฉุกละหุกนัก สำหรับคนที่ขี้ลืมอย่างเรา

ทริปนี้ ได้ยินว่าเจ้าของบริษัทพาทริปทั้งหมดด้วยตัวเองครับ เป็นทริปพิเศษที่รู้สึกว่าให้เกียรติมาก
และก็หวังว่าคงจะสนุกมากๆ

แต่ก่อนที่จะคิดถึงเรื่องนั้น คงต้องแว่บไปขอวีซ่าก่อนละครับ

WordPress Plugin Share Bookmark Email