Tag-Archive for » ครอบครัว «

โครงการรักษาโรค ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ในเด็กฟรี!!

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง Atopic dermatitis


เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง ซึ่งพบบ่อยในเด็ก
โดยที่ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่ใช้เชื้อรา หรือ ความสกปรก มักจะเป็นๆ หายๆ มีสาเหตุเกิดมาจากภายในร่างกายของเราเอง
โดยมีภูมิไวมากเกินไปตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ และสภาพแวดล้อมรอบตัว

ผื่นคันในเด็ก อาการของโรคจะเป็นๆ หาย
มีทั้งช่วงที่โรค เห่อ ซึ่งจะมีผื่นผิวหนังและอาการคันมาก หรือช่วงที่โรคสงบ สลับกัน
ผู้ป่วยอาจจะมีอาการภูมิแพ้อื่นๆ ร่วมด้วยเช่น หอบหืด, แพ้อากาศ เยื่อบุจมูกอักเสบ, เยื่อบุตาอักเสบ จากภูมิแพ้ เป็นต้น
โดยทั่วไปผู้ป่วยอาจจะมีประวัติภูมิผิวหนัง
หรือภูมิแพ้ในระบบต่างๆดังกล่าวในครอบครัว ร่วมด้วย
หรืออาจจะไม่มีประวัติใครในครอบครัวเป็นโรคนี้ก็ได้


อาการของโรค
ลักษณะที่สำคัญ คือ ผื่นคันในเด็กมีผื่นผิวหนังซึ่งเป็นลักษณะของ “ผิวหนังอักเสบ”ผิวหนังโดยทั่วไปจะค่อนข้างแห้ง หรือ แห้งมาก และมีอาการคันเป็นอย่างมากคันเรื้อรัง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโรคนี้ โดยอาการคันก่อให้เกิดความรำคาญอย่างมาก บางรายอาจรบกวนการนอนหลับ ถ้าผิวหนังอักเสบในลักษณะแบบเฉียบพลัน จะมีรอยโรคเห่อแดงคัน อาจมีตุ่มน้ำใสๆ เล็กๆมีน้ำเหลืองเยิ้มซึม
และอาจจะมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่ผิวหนังร่วมด้วยได้, ผู้ป่วยบางราย อาจจะมีผื่นในระยะแรกเฉียบพลัน ซึ่งมีขุยแห้งหรือสะเก็ด หรือ เกิดมีผื่นแบบเรื้อรังซึ่งเป็นปื้นนูนหนา คันและมีขุย ร่วมด้วยการหนาตัวของผิวหนังเกิดจากการถูไถ หรือเกา

ตำแหน่งของโรคจะแตกต่างตามวัย
โดยส่วนมากแล้วหากผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง มักมีอาการก่อนอายุ 5 ปี แต่ช่วงอายุที่พบรอยโรคอาจจะแตกต่างกันตามอายุ กล่าวคือ
วัยทารก จะพบผื่นแดงบริเวณแก้ม ด้านนอกของแขนขา ข้อมือและข้อเท้า
วัยเด็กโต และผู้ใหญ่ ผื่นจะพบบริเวณข้อพับต่างๆ เช่น ข้อพับแขนและขาทั้งสองข้าง ที่คอ บางครั้งเกาจนเป็นปื้นมีขุยดำ หรือแห้งหนา บางครั้งถ้าเป็นมากผื่นอาจลามขึ้นได้ทั่วร่างกาย
การดำเนินโรคจะเป็นๆหาย โดยอาจมีช่วงที่ผื่นเห่อกำเริบมาก, ผื่นแดงคันยิบๆ หรือ มีแค่ผิวหนังแห้งตึง

แนะนำให้ปรึกษา และรักษาฟรีได้ที่นี่ครับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
สนใจติดต่อ พ.วรดี ศูนย์ผิวหนัง มศว. ชั้น 3 ตึกไข่ดาว
โทร.0832594762 ,0892201192

WordPress Plugin Share Bookmark Email

mission impossible : 3 อยากให้ลูกเต็มก็ต้องเติม

ตอน 3 นี่ว่าด้วยเรื่องการทำให้นายป่านรักน้อง แบบเน้นๆครับ

อันดับแรกที่ผมวางแผนหลังจากสังเกตอาการของนายป่านในช่วงต่างๆ
พอสรุปได้ว่า…

1.ต้องกลับมาเติมให้เขาเต็มเหมือนอย่างที่เคยได้รับก่อน..
เด็กมีความสุขก็จะมีสุขภาพจิตดี พร้อมที่จะรับสิ่งที่เราป้อน
(แหมอันนี้..พูดง่ายแต่ที่จริงทำยากพอควรครับ เพราะเวลามันต้องปันให้สองคน เวลาของชีวิตเราอีกล่ะ..อูย)

โจทย์ข้อนี้ พอบทจะแก้ง่ายก็หญ้าปากคอก…อ้าวไหงงั้น

ก็เพราะว่ามันมีเวลาหนึ่งที่เราให้เวลากับเค้าได้เต็มที่
นั่นคือเวลาที่นายธณหลับไงครับ

image687fc0 mission impossible : 3 อยากให้ลูกเต็มก็ต้องเติม | geranun.com

เวลานั้นจะเป็นเวลาที่พ่อและแม่มีเวลาให้เขาเต็มร้อย
ทั้งเล่นทั้งฟัด ทั้งกอดทั้งหอมกันให้เต็มอิ่ม

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่บ้านหรือได้ออกไปข้างนอก..
ช่วงเวลาที่นายธณหลับก็นานพอที่จะเติมให้นายป่านหายเสียศูนย์ได้พอ

(โลกของเด็กอายุขนาดนี้ มีแต่พ่อกับแม่หรือคนที่เลี้ยงเขาเท่านั้นแหละครับ
ถ้าเขามีอาการขาดให้เราเห็น..
ก็ต้องแปลชี้ชัดอยู่แล้วว่าเราเองนั่นแหละเติมให้เขายังไม่เต็ม
ส่วนผู้ใหญ่คนไหนที่มีข้ออ้างว่าไม่มีเวลา ย้อนกลับไปดูตอน 2 นะครับ
หรือไปดูที่หัวข้อ 15 นาที)

หลังจากใช้วิธีนี้ นายป่านอาการดีขึ้นเยอะครับ
เอาล่ะ..คราวนี้ ทางสะดวกแล้วครับ

จะป้อนจะเติมอะไรก็ง่ายแล้ว อารมณ์กำลังรับ…555

คราวนี้ก็มาวางแผนเฟสสองต่อ..

image1034gk3 mission impossible : 3 อยากให้ลูกเต็มก็ต้องเติม | geranun.com

2.1 ผมพยายามให้นายป่านมีส่วนร่วมกับน้องทีละน้อย
กติกาข้อแรก ทุกคนต้องพูดว่า”น้องธณของพี่ป่าน”…แฮ่ม
ห้ามขาด..น้องธณของคุณตา น้องธณของคุณยาย..น้องธณของใคร
(ทุกคำที่มีนัยเชิงเปรียบเทียบแบบนี้…งด)
จะเริ่มโพสิทีฟ ต้องงดเนกาทีฟทั้งหมดก่อน…มันถึงจะง่าย..

2.2 อะไรที่นายป่านอยากได้ต้องไปหอมน้องก่อน 1 ที
ผมสังเกตว่าเวลานายป่านอยากได้อะไร เช่น อยากดูสารคดีของโปรด
การ์ตูนส์เรื่องชอบ อันดับแรกที่ปกติให้หอมคุณพ่อ คุณแม่ 1 ที เพิ่มเมนูเข้าไปอีก คือต้องไปหอมน้องก่อนด้วยทุกครั้ง
(ซึ่งด้วยความอยากให้เราทำให้ เขาก็ยอมทำตามที่เราบอกก่อน..555)
เพื่อสร้างความเคยชินให้ซึมซับไปทีละน้อย

image691kp7 mission impossible : 3 อยากให้ลูกเต็มก็ต้องเติม | geranun.com

2.3 ทำให้เขารู้สึกเป็นคนสำคัญ แทคติกนี้ผมได้มาจากเพื่อนของผมคนนึงที่สามารถควงสาวมาเป็นแม่ของลูกได้พร้อมกันสองคนมาตลอดชีวิตที่รู้จักกัน

แทคติกนี้ง่ายๆ คือ ขณะที่อยู่กับอีกคน ต้องทำให้อีกคนรู้สึกว่าสำคัญ
ประมาณว่ากอดกะคนนี้อยู่ต่อหน้าต่อตาอีกคนแท้ๆ อีกคนไม่ว่ากลับยิ้มๆ
(อูยเป็นไปได้ไงอ่ะ…)

เวลาที่สำคัญอันนึงคือเวลานอน
เพื่อนผมอีกคนนึงที่มีความสามารถพิเศษแบบนี้เคยมาเล่าในวง
ว่ามันเคยริมีบ้าง จะพลิกซ้ายพลิกขวา..นี่ไม่ได้เลยนะครับ ต้องนอนหงายกางแขนซ้ายขวานิ่งๆ ตะแคงไม่ได้
เจอทีไรไม่เคยนอนอิ่มเลย…(สมน้ำหน้ามัน…อิอิ..)

แต่เพื่อนคนนี้พลิกซ้ายพลิกขวาได้ตามใจชอบครับ..

นานมากกว่ามันจะยอมบอกเคล็ดลับ..
เคล็ดลับมันก็ง่ายแสนง่าย..
นอนพลิกซ้าย มือขวาเอื้อมไปจับมือคนขวาบีบ..
นอนพลิกขวามือซ้ายอ้อมไปจับมือคนซ้ายไว้..

ใส่ใจกันขนาดนี้ครับ ขณะที่ใส่ใจอีกคนก็ไม่เคยละความสำคัญของอีกคน
(เออ..ทำได้ไง..ความสามารถพิเศษนี้ห้ามเลียนแบบ
)

ผมก็ประยุกต์มาใช้ คือ ใช้สายตา ใช้เสียง
เช่น อุ้มนายธณ อีกมือต้องแตะนายป่าน
หรือหันไปยิ้มไปเล่นกับเขาด้วยสลับกัน..

image690zn6 mission impossible : 3 อยากให้ลูกเต็มก็ต้องเติม | geranun.com

จะหอมนายธณ ก็ต้องหันไปหอมเค้าด้วย และต้องหอมอย่างที่เคยทำ

เด็กรู้สึกได้ง่าย..ถ้าผู้ใหญ่สักแต่ว่าทำครับ
คือตัวทำ ใจไม่เต็ม…อย่าคิดนะว่าเด็กไม่รู้สึกได้

อย่าสักแต่ว่าทำ หรือฉันก็ทำแล้วเด็ดขาด..
ทุกครั้งที่คุณกอด ที่อุ้ม ที่อาบน้ำให้เขา
สัมผัสต่างๆสื่อความรู้สึกของเราไปที่เขาได้ตลอด

เวลาใดที่คุณไม่ได้ตั้งใจ ไม่ใส่ใจ หรือทำให้มันเสร็จๆไปโดยไม่ได้ใส่ความรู้สึก ความใส่ใจ หรือความรักลงไปด้วย

ไม่ว่าจะเพราะว่าคุณเหนื่อย หรือคุณกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ในขณะที่กำลังดูแลเขา
ขอเวลาขณะนั้น ปัจจุบันนั้นที่ใจจดจ่ออยู่กับเขาเถอะครับ
แค่เวลาสั้นๆที่ตัวมาพร้อมกับหัวใจให้กับลูก

อย่าคิดนะครับว่าเด็กเขาไม่รู้สึก..
เพราะสัมผัสมันแตกต่างกัน…

(แหม..เวลาอยากให้คนที่คุณรักกอด แล้วปรากฏว่าตอนนั้นคนที่คุณรักกอดคุณลวกๆอ่ะเป็นไงล่ะ..อย่ามาบอกเชียวนะว่าไม่รู้สึก)

เหนื่อยอยู่ครับ…ยอมรับ แต่ได้ผล

วิธีนี้ทำให้เด็กเต็มเร็ว และเมื่อเต็มเขาก็ไม่เปรียบเทียบกับน้อง และไม่หวงพ่อกับแม่ที่จะปันเวลาให้กับน้อง
(คุณกินกุ้งเผาจนเต็มอิ่มแล้ว คุณยังจะหวงกุ้งเผาไปให้คนอื่นกินอีกมั้ยครับ…)

หลังๆนายป่าน นานๆจะปฏิกริยา และมีทีไรก็โดนเติมไว้ก่อนเลย
และทุกครั้งที่นายป่านอยากได้อะไรต้องไปหอมน้องก่อนเรื่อยๆ
ท่าทีผูกพันเขาก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ

จนวันดีเดย์ครั้งแรกที่เห็นปฎิกิริยานายป่านเปลี่ยนไป
คือวันฉีดวัคซีนครับ

เป็นวันที่นายป่านและนายธณต่างก็มีคิวต้องฉีดวัคซีนทั้งคู่
ผมเลือกให้นายธณโดนฉีดก่อน..
พร้อมกันนั้น ผมให้นายป่านไปนั่งดูด้วย แถมตอนที่น้องโดนฉีดวัคซีน
ตอนเข็มกำลังปักลงไปนี่ ผมเรียกให้นายป่านดูจะจะเลย..
นายธณโดนปักเข็มปั๊บก็ร้องจ๊าก..
ผมคอยสังเกตสีหน้านายป่านไว้ก่อนเลยดูปฏิกริยาที่เขามีต่อน้อง

เห็นแล้วโล่งไปเปลาะเลยครับเพราะเขาพยายามชี้ให้ผมไปเอาน้องออกมาไม่ยอมให้หมอฉีดยา

และได้ผลข้างเคียงครับ พอถึงคิวนายป่าน แทบหืดขึ้นคอ
ทั้งจับทั้งลอค ปากนี่แหกซะสุดเสียง
ยิ่งตอนเข็มปักเนื้อ หมอเดินยาฉีดวัคซีน…โลกแทบถล่ม..

คุณแม่เขาบ่นว่าผมเรียกให้นายป่านดูทำไม..
เรียกดูแล้วก็เหนื่อยอย่างนี้

แต่พอกลับบ้านเขาถึงเข้าใจเจตนาของผมครับ

วันนี้น้องร้องไห้จ้าแปลกจากทุกวัน
นายธณยังไม่เคยฉีดวัคซีน แถมฉีดครั้งแรกก็เจอวัคซีนรวมอีกต่างหาก
ไม่ร้องกวนพ่อแม่ก็แปลกละครับ..ไข้ขึ้นหน่อยๆด้วยซ้ำ

ปฎิกริยานายป่านเปลี่ยนครับ
น้องร้องทีไร นายป่านวิ่งมาจูงมือไม่พ่อก็แม่
ปากก็บอก..แม่ค้าบน้องร้อง

จูงไปจนถึงเตียงที่น้องนอน…เออเอากะเขาสิ

คราวนี้นอกจากไม่มีปฏิกริยาลบแล้ว
หลังจากนั้นนายป่านยังสนใจใส่ใจน้องเป็นพิเศษ
เหมือนเขารู้สึกได้ว่าน้องเขาเจ็บ..

เดี๋ยวนี้
ให้ความร่วมมือวิ่งไปหยิบขวดนม ขวดน้ำให้น้อง
แอบมานอนดูน้องตอนที่ผมกับแฟนกำลังทำงานบ้าน
พยายามเล่นกับน้อง..
พยายามกอดน้อง อุ้มน้องเหมือนกับที่เราทำให้นายป่าน

แหม..ครั้งแรกที่เห็น..ผมแทบน้ำตาไหล

งานก็เยอะ ชีวิตก็มีเรื่องเหนื่อย ผู้คนก็วุ่นวาย ปากท้องครอบครัวก็ต้องวางแผน
เวลาที่ปันมาให้ลูกยิ่งเบียดเอาเวลาว่างน้อยลง

แต่วันที่เห็นผล..คุณเอ๋ยหายเหนื่อยจริงๆ..
ภาพพี่กอดน้อง หอมน้องอย่างรักใคร่
นายป่านกอดน้องอย่างทนุถนอมเหมือนเวลาที่ผมกอดเค้า..
หรือเค้ามากอดผม หรือคุณแม่

การเรียนรู้ความรู้สึกร่วมของนายป่าน..กับน้องในวันฉีดวัคซีน
ช่วยเร่งบางอย่างให้เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดจริงๆครับ
(ตอนแรกกะเวลาตั้งเป้าไว้อย่างน้อยประมาณ 6 เดือน)
คราวนี้กลับกลายเป็นว่านายป่านเองหวงน้องไปซะแล้วครับตอนนี้

สรุป..ประสบการณ์หนนี้ของผม
ช่วงแรกบอกจริงๆว่าหนักใจมาก และกลัว..
(กลัวลูกกลายเป็นเด็กมีปัญหา)
ตั้งแต่เห็นสายตาที่เปลี่ยนไปของลูก
จนกว่าจะมาถึงวันที่ฟื้นฟูเขาไ้ด้สำเร็จ

บอกในฐานะหัวอกพ่อกับแม่เลยครับ
ว่าสิ่งที่เขาเป็น..สะท้อนสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำโดยไม่ทันคิดทั้งนั้น
สิ่งที่เราทำได้..ถ้าเรารักลูกของเราก็คือหมั่นสังเกต
ยิ่งเราช่างสังเกตเท่าไหร่ เราก็จะมีเวลาแก้ได้เร็วและทันเวลา

คราวหน้าผมจะเล่าเรื่องนายป่านเลียนแบบนิสัยเสียของพ่อเค้า
(นั่นก็คือตัวผมเองนั่นแหละ…กรรม…555)

เลี้ยงลูกไม่เคยจบจริงๆครับ..

WordPress Plugin Share Bookmark Email

mission impossible : 2 ผู้ใหญ่นั่นแหละที่ต้องปรับ

จั่วหัวตอน 2 ไว้อย่างนี้เลย..ว่า
“ผู้ใหญ่นั่นแหละที่ต้องปรับตัว”

ข้อสรุปจากการสังเกตของผมบอกได้ว่า..
ปฏิกริยาของเด็กนั้นเป็นผลมาจากการกระทำของผู้ใหญ่ทั้งนั้นแหละ..

อาการของเขาเป็นเพียงกระจกสะท้อนของพฤติกรรมผู้ใหญ่ที่ีอิทธิพลต่อตัวเค้าต่างหาก..

ลูกของเรามีปฏิกริยาอะไรตอนไหนบ้าง..
คำตอบอยู่ใกล้แค่เื้อื้อม คือ แค่มีเวลาใส่ใจที่จะสังเกตเขาจริงๆ

ผู้ใหญ่หลายคนไม่มีเวลา..(เขาบอกอย่างนั้น)
ผมนึกในใจ..แล้วทำไมถึงให้เขาเกิดมาล่ะเฟ้ย..ถ้าไม่พร้อม

ที่จริงเราพร้อมนั่นแหละแต่อย่างที่ผมบอก..
ความเคยชินของเราเองก่อนที่จะมีเค้านั่นแหละตัวดี..
เวลาพักผ่อนที่เราทำไปกับอย่างอื่น..และเราก็เคยชินที่จะทำอย่างนั้น

บางคนมีเวลาดูทีวี..
บางคนมีเวลาเมาท์กะเพื่อนข้างบ้าน..
บางคนยังมีงานอดิเรกสุดโปรด..
บางคนยังมีเวลากะวงเหล้าก๊วนประจำกับพรรคพวก..
บางคนยังมีเวลาไปตีกอลฟ์..
ผมเองยังมีเวลาเล่นเน็ต…555

พวกนี้ถ้ายังมีเวลาทำอย่างอื่นทำนองนี้..
ผมบอกได้คำเดียวเลยว่า..อย่ามาพูดเลยว่าไม่มีเวลา..
คุณไม่ให้เวลากะลูกต่างหาก..
ปันมาสักหน่อย..เพื่อลูกเหอะ..
(นี่ว่าตัวเองด้วย..555 ผมเองก็มีส่วนเหมือนกันนะ)

สมัยเด็กๆ ผมเคยนึกนะและยังจำละเอียดถึงตอนนี้..
(ใครว่าเราจำความทรงจำสมัยเด็กไม่ได้ ถ้าอยากจะจำและตั้งใจจำ)
ผมมีเรื่องคาใจกับผู้ใหญ่เยอะ..
และบอกตัวเองตลอดว่า..มีสักวันจะระบายความคาใจพวกนี้ออกมาบ้าง..555
มุมที่เด็กคิด กับมุมผู้ใหญ่ที่ตัวเองจะต้องเติบโต
ผมตั้งใจจะไม่ลืมมุมมองที่ตัวเองมี..
และจะต้องไม่เป็นผู้ใหญ่ประเภทที่ตัวเองคาใจ..

วกเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ..
ผมสรุปที่มาของปฏิกริยาตาป่านได้หลักๆดังนี้ (เด็กต่างคนก็ต่างเหตุผลออกไปนะครับ)

1.นายป่านมีปฏิกริยากับอาการผู้ใหญ่เห่อน้องแบบเว่อร์
อันนี้เป็นปฏิกริยาที่ก่อให้เกิดความรู้สึกเปรียบเทียบได้มากสำหรับเด็ก
เพราะเกิดความรู้สึกเปรียบเทียบได้ชัด Contrast กันเห็นๆ
ความสนใจทีู่้ผู้ใหญ่มี ทำให้เขารู้สึกได้ชัดเกินไปว่ามีน้อยลง

ข้อนี้..ผมแก้ง่ายๆ
เวลาเห่อหลานคนเล็กให้ไปเห่ออีกห้อง..แฮ่ม
คือมันห้ามไม่ได้ไง..คนจะเห่อหลานคนใหม่เนี่ย..
แต่อย่าให้เกิดการเปรียบเทียบในใจเด็ก
ไ่ม่งั้นมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะมีปฏิกริยา
ไม่ว่าจะพยายามทำตัวเรียกร้องความสนใจมากขึ้น
(ซึ่งผู้ใหญ่หลายคนจะมองข้าม และมีปฏิกริยากลับเข้าไปอีก)

หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้..
ในเวลาแบบนั้นผมจะไม่ปล่อยให้เขานั่งอยู่คนเดียว
เรียกได้ว่าถ้ามีใครมาสนใจน้อง
พร้อมๆกันนั้นผมก็จะสนใจเค้า..เล่นกับเค้า

สิ่งสำคัญต้องไม่ให้เกิดความรู้สึกเปรียบเทียบครับ..
และถ้าเติมให้เขาได้รับความรู้สึกจากเราเต็ม ประเดี๋ยวเขาก็จะเผื่อแผ่มาให้น้องเขาเอง..

ซึ่งจริงๆได้ผล..
ตอนแรกๆที่เวลามีใครเห่อน้องแล้วทิ้งให้เขานั่งมองอยู่คนเดียว
กับหลังๆที่เวลาน้องได้เขาก็ได้รับไปพร้อมๆกัน
ความรู้สึก สายตา และปฏิกริยาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

และปฏิกริยาที่มีต่อน้องก็เริ่มเป็นไปตามธรรมชาติของเด็กที่มีน้อง
คือเขากลับสนใจน้องมากขึ้น..

ในเวลาที่เขาเรียกร้องความสนใจ และได้รับการตอบสนอง
เขาก็เต็ม..(งานนี้ต้องแทคทีมครับพ่อแม่ต้องรู้งานและผลัดกันพอสมควร)

คือเด็กน่ะเขาไม่ได้มีอะไรหรอก..
เขาแค่อยากรู้ว่าเขายังเป็นที่รักของผู้ใหญ่อยู่มั้ย..
ซึ่งปฏิกริยาการแสดงออกนั้นมันเจือความรู้สึกเรียกร้องความสนใจมาก
และเด็กเขา็ก็ไม่รู้หรอกครับว่าวิธีไหนเหมาะ..

มันขึ้นอยู่กับปฏิกริยาต่อไปของผู้ใหญ่ด้วยว่าเข้าใจเ็ด็กแค่ไหน
มองข้าม หรือละเลยความรู้สึกของเขาหรือเปล่า
ถ้าเราไม่ละเลยความรู้สึกของเขา เขาก็เต็มพอ
ถ้าเผลอละเลย เขาก็แสดงออก

การแสดงออกของเด็กเป็นปฏิกริยาสะท้อนของพฤติกรรมผู้ใหญ่
ถ้าเราใส่ใจปฏิกริยานั้น ปัญหาจะไม่บานปลายเลย
และไม่ต้องมาตามแก้ทีหลัง

หลังๆนายป่านไม่เคยมีปฏิกริยา เมื่อมีใครอุ้มน้อง
เพราะทุกครั้งที่มีผู้ใหญ่คนอื่นอุ้มน้อง เขาก็จะโดนฟัดจากผม
หรือมีอ้อมกอดอุ่นๆของคุณแม่

หรือถ้าคุณแม่อุ้มน้อง ผมก็จะเล่นกับเขา
และถ้าผมอุ้มน้อง คุณแม่ก็จะไปเล่นกับเขา
สรุป ผู้ใหญ่เหนื่อยมากขึ้นหน่อยครับ เวลาพักจะน้อยลง
ไม่เหมอนตอนคนเดียว ผลัดกันได้
นี่ต้องสลับมือแทค..

เวลาที่พัก คือเวลาที่ลูกคนใดคนหนึ่งหลับ หรือหลับทั้งสองคน
แต่นั่นก็คือสิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องทำ
(ไม่งั้นจะให้เกิดมาทำไมสองคน..แฮ่ม)

2.คุณแม่ต้องให้เวลาน้องมากขึ้น และต้องพักฟื้นกว่าจะฟื้นตัว ทำให้มีเวลาให้เขาน้อยลง
แต่ที่สำคัญ คือ เผลอเหนื่อยจนเผลอละเลยในเวลาที่เขา”ต้องการ”

ข้อนี้มีความสำคัญมาก เพราะว่าเมื่อก่อนเขาเคยได้รับแบบเต็ม(จนล้น)
ทีนี้พอพร่องลงไป มันจะรู้สึกได้ง่าย แต่แก้ไม่ยากครับ

คุณพ่อต้องเป็นทัพเสริมเข้าไปอีกหน่อยเท่านั้นเอง
เพราะที่สำคัญมากที่สุดสำหรับเด็กก็คือพ่อกับแม่นี่แหละครับ

จุดสำคัญ ผมเน้นที่คนรู้เรื่องก่อน..
คือคนโต เพราะถ้านายป่านเต็ม
แทนที่มันจะต้องเป็น หนึ่งต่อหนึ่ง พ่อดูคน แม่ดูคน
มันจะกลายเป็น 3 ต่อหนึ่ง
คือนายป่านมาช่วยดูน้องด้วยอีกคน
(แต่ก็ตามประสาเด็กนะครับ)

จุดนี้ผมได้ข้อสังเกตจากวันหนึ่งที่ไปคลีนิค
มีพ่อแม่ลูก สี่คนมานั่ง
ลูกคนโตอยากให้แม่อุ้ม แต่แม่อุ้มน้องอยู่
แม่เลยให้พ่ออุ้ม พ่อก็อุ้ม
แต่ปฏิิกริยาแสดงออกของคนโตไม่จบ
ดิ้นลงจะให้แม่อุ้มจนโดนตีจนได้
คนโตร้องไห ้สายตาที่มองแม่คล้ายนายป่านมาก
จนผมคิดอะไรได้อย่างหนึ่ง

คือถ้านายป่านอยากให้แม่อุ้ม ผมจะรับน้องเค้ามาแล้วให้คุณแม่อุ้มเขา
หรือถ้านายป่านอยากให้ผมอุ้ม ผมก้จะส่งนายธณให้คุณแม่สลับกัน
เพราะอะไร..
เพราะว่านี่ไงครับ นี่คือเวลาที่เขาต้องการแม่ หรือพ่อ
แค่อุ้มแล้วกอดอุ่นๆเขาก็เต็มแล้ว..
พักเดียวก็ไปวิ่งเล่นหัวเราะร่าเริงได้อย่างสดใส

นี่แค่ัจังหวะเล็กๆนะครับ..
เรื่องนิดๆที่ผู้ใหญ่อย่างเรามองข้ามได้ง่าย
แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึกเด็กสุดๆ..
(ก็เวลานี้ เขาต้องการแม่นี่นา หรือเขาต้องการพ่อนี่นา)
ให้ก็เต็ม ไม่ให้ก็ขาดเป็นเรื่องธรรมดา..
และมันใช่ความผิดเขาซะเมื่อไหร่ที่เขาจะเรียกร้อง

และ 2 หลักใหญ่ก็มีแค่จุดร่วมเดียวคือ ความเข้าใจของผู้ใหญ่
และตระหนักที่จะละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกเด็กเท่านั้นเอง

ถ้าเราให้ในเวลาที่เขาต้องการเรา..
(ไม่ใช่เวลาที่เรานึกจะให้เขา)
มันก็เติมเต็มในเวลาที่เหมาะสมกับความรู้สึก
(แหม…ขนาดเรา เวลา need เราเองก็ยังอยากให้ใครมาเติมเราในเวลานั้นเลย)

นี่เป็นภาพหลังจากการปรับจูนใหม่ครับ
นายป่านยกเครื่อง ไม่จิตตก อีกแล้ว…
แถมรักน้องสุดๆ

clovebq9  mission impossible : 2 ผู้ใหญ่นั่นแหละที่ต้องปรับ | geranun.com

ตอนหน้าผมจะมาเล่าว่า
ทำไงให้เขาปรับตัวกับการเป็นพี่คนไปพร้อมๆกันด้วย
และรักน้องแบบนี้ครับ

ทำไงให้นายป่านกับน้องธณเค้าผูกพันกันตั้งแต่เด็ก..
นี่โจทย์สำคัญอีกข้อของผมเลยนะ…แฮ่ม

(มาต่อตอน 3 แล้วกันนะ..ยาวอ่ะ..555)

WordPress Plugin Share Bookmark Email