Tag-Archive for » ดวง «

เกร็ดโหร : เกณฑ์อุดมเกณฑ์

เกณฑ์อุดมเกณฑ์
ปัสสวะมีพระเคราะห์                                           ภุมม์ศุกร์เกาะ  พระจันทร์สูรย์
เรือนดีทวีคูณ                                                         กัมมะกูล  อริเขา
นระคือโสโร                                                          วุโธ ชีโว  ศุกโกร เล่า
สหัชช์ตนุพันธุเคล้า                                              เอาปัตตนิและลาภา
อัมพุคือ ภุมโม                                                       ชีโว  โสโร  และโสรา
พันธุและปุตตา                                                      แลศุภาว่าสำคัญ
กีฎะคืออสุรินทร์                                                   ทั้งภุมมินทร์สหัชช์พัน
ปัตตนิศุภะอัน                                                        วินาศน์ นั้น อุดมเกณฑ์

จากคำโคลงข้างต้น  กำหนดเป็นหลักเกณฑ์ได้ดังนี้
1.  ลัคนาอยู่ราศีปัสสวะ (เมษ  พฤษภ  สิงห์)  มีดาวอาทิตย์ ๑ ดวงจันทร์ ๒ ดาวอังคาร ๓ ดาวศุกร์ ๖ อยู่ภพอริ หรือกัมมะ
2.  ลัคนาอยู่ราศีนระเกณฑ์ (เมถุน  กันย์  ตุลย์  ธนู  กุมภ์)   มีดาวพุธ ๔ พฤหัส ๕ ศุกร์ ๖ เสาร์ ๗ อยู่ในภพ  ตนุ  สหัชชะ พันธุ  ปัตตนิ และลาภะ
3. ลัคนาอยู่ราศีอัมพุเกณฑ์  (มีน  กรกฎ  มังกร)  มีดาวอังคาร ๓  พฤหัส ๕ เสาร์ ๗ ราหู ๘ อยู่ภพพันธุ  ปุตตะ  ศุภะ
4. ลัคนาอยู่ราศีกีฎะเกณฑ์  (พิจิก)  มีดาวอังคาร ๓ หรือ ราหู  ๘ อยู่ภพสหัชชะ  ปัตตนิ  ศุภะ  วินาศน์
ดาวดังกล่าวตั้งแต่ข้อ 1 – 4  เป็นเจ้าเรือนอะไร   เรือนนั้น ๆ ได้อุดมเกณฑ์

ตัวอย่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553

snap00013 เกร็ดโหร : เกณฑ์อุดมเกณฑ์ | geranun.com

ลัคนาราศีกุมภ์
มีดาวพุธ ๔ พฤหัส ๕ ศุกร์ ๖ กุมลัคน์ในราศีนระ
ดังนั้น ๔ ๕ ๖ ทั้ง 3 ดวงนี้ เป็นอุดมเกณฑ์
๔ เป็นเจ้าเรือน ปุตตะ-มรณะ ๕ เป็นเจ้าเรือนกดุมภะ-ลาภะ ๖ เป็นเจ้าเรือน พันธุ-ศุภะ เรือนเหล่านี้นับเป็นอุดมเกณฑ์ให้คุณเอนกอนันต์

snap0003 เกร็ดโหร : เกณฑ์อุดมเกณฑ์ | geranun.com

หรือถ้าลัคนาอยู่ราศีธนู (นระ)
มีดาวพุธ ๔ พฤหัส ๕ ศุกร์ ๖ ในเรือน สหัชชะ

ได้อุดมเกณฑ์ทั้ง 3 ดวง เช่นกัน
โดย๔ เป็นเจ้าเรือน ปัตนิ-กัมมะ ๕ เป็นเจ้าเรือนตนุ-พันธุ ๖ เป็นเจ้าเรือน อริ-ลาภะ เรือนเหล่านี้นับเป็นอุดมเกณฑ์ให้คุณเช่นกัน
แต่จะให้คุณแตกต่างกันไปตามลักษณะของการเป็นเจ้าเรือน

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาอุดมเกณฑ์แล้วก็ให้พิจารณาดาวอื่นๆต่อไปตามเกณฑ์อื่นๆ เช่น องค์เกณฑ์ พินทุ ฯลฯ ครับ

ส่วน 2 ดวงนี้จะเห็นว่าดาวกุมลัคน์ต่างกัน ในราศีกุมภ์นั้น ราศีนระ
นอกจากได้อุดมเกณฑ์แล้วยังได้องค์เกณฑ์ ตามกฏขององค์เกณฑ์ในราศีนระ คือถ้ามีดาวใดกุมลัคน์ในราศีนระด้วย
ย่อมนับเป็นองค์เกณฑ์ เท่ากับเข้าเกณฑ์ดีถึง 2 เกณฑ์เป็นต้น

การจะรู้ว่าดวงชะตาใดได้องค์เกณฑ์ ดูได้ดังนี้

ลัคนาในราศีประเภท ปัศวะ ถ้าในเรือนที่ 10

มี ดาวใดสถิตอยู่ถือว่าดาวนั้นเป็นปัศวะเกณฑ์    แก่ลัคน์

ลัคนาในราศีประเภท นระ ถ้าในเรือนที่ 1หรือ ในเรือนที่ลัคน์สถิตมีดาวกุม ถือว่าดาวนั้นได้              นระ เกณฑ์

ลัคนาในราศีประเภท อัมพุ ถ้าในเรือนที่ 4             มีดาวอะไรสถิตอยู่ ถือว่าดาวนั้นได้อัมพุเกณฑ์

ลัคนาในราศีประเภทกีรฏะ ถ้าในเรือนที่ 7              มีดาวอะไรสถิตอยู่ ถือว่าดาวนั้นได้กีรฏะเกณฑ์

นี่เป็นเพียงเกณฑ์พื้นฐานเท่านั้น คือเราสามารถดูว่าดวงใครมีดาวอะไรได้ตำแหน่งองค์เกณฑ์บ้างใน4 องค์เกณฑ์ นี้                                                           เช่น

ในราศีปัศวะมีบังคับว่า ดาว 1-2-3-5 อยู่ในเรือนที่ 10 จึงถือเป็นปัศวะเกณฑ์ ดังได้มีคำโคลงกำกับไว้ดังนี้

“ปัศวะทะศะต้ององค์เกณฑ์

ชีวะจันทร์ภุมเมนทร์ผ่องแผ้ว

อีกองค์พระสุริเยนทร์ทรงยศ

สี่สถานเลิศแล้วยศนั้นพระยา”

ในราศีนระบังคับว่า ดาว 1-+5-7อยู่ในเรือนที่ 1 หรือกุมลัคน์ จึงจะถือเป็นนระเกณฑ์                   ดังได้มีคำโคลงประกอบดังนี้

“นระสุริยะเรื้องรังษี

โสระชีวะมีถูกต้อง

สามองค์ทรงโสภีกุมลัคนาแฮ

ชาติใดได้ดั่งผ้องยศนั้นนาพัน”

ในราศีอัมพุบังคับว่า ดาว 2-4-5-6 อยู่ในเรือนที่ 4 ของ ลัคนาจึงจะถือว่าเป็นอัมพุเกณฑ์                     มี โคลงกล่าวไว้ว่า

“อัมพุผลจุ่งแจ้งสี่สถาน

พุธศุกร์ชีวะวารส่งสร้อย

จันทร์องค์ประไพพาลย์รุจิเรข

แสดงคุณฤๅใช่น้อยยศนั้นถึงพระยา”

ในราศีกีรฏะบังคับว่า ดาว 3-8 อยู่ในเรือนที่ 7 ของลัคน์หรือเล็งลัคน์ จึงจะถือว่าได้กีรฏะเกณฑ์ มีโคลงกล่าวว่า

“กีฏะสัตตะต้องภุมเมนทร์

อสุรินทร์องค์เกณฑ์กล่าวไว้

ถึงแม้ชาติตัวเวรอัปลักษณ์

คุณก็แสดงให้ยศนั้นเสมอพงศ์”

ดังนั้นถ้าจะทายเกณฑ์ต่าง ๆ ทั้ง 4 เกณฑ์ตามคำโคลง ก็จะออกมาเหมือน ๆ กันสินะ  คือดีทั้งหมด มีดวงที่ได้กีรฏะเกณฑ์เท่านั้นที่บอกว่าแค่เสมอพงศ์ คือไม่ดีหรือเลวกว่าญาติพี่น้อง นอกนั้นเป็นพระยาและมียศทั้งสิ้น

อันนี้ต้องค่อย ๆ พิจารณาดูกันไปว่าดาวอะไรเป็นองค์เกณฑ์บ้าง  พิจารณากันไปทีละดวง      เช่น      ดาวพฤหัสบดี (๕) เป็น 10 แก่ลัคน์ ถือว่าเป็น   ปัศวะเกณฑ์คือเป็นคนมีปัญญาดี ความรู้ดี        หรือเสาร์ (๗) กุมลัคน์ได้นระเกณฑ์ หนักไปในทางฝันเฟื่อง วิตกจริตแก่กล้า บางรายเครียดจัดบ้าบอไปก็มี  ลองเอาคุณสมบัติของดาวนั้นๆ     มาทาย น่าจะดีกว่า   บางคนดูว่าดาวเสาร์หากมาจากปัตานิมาทับลัคแล้วจะได้แต่ง งาน                  ขอเตือนไว้ก่อนเลยนะคะว่าดาวเสาร์ (๗) นี่ไว้วางใจไม่ได้นะ อาจจะไม่ใช่ได้คู่อย่างเดียว น่าจะได้ความทุกข์ยากลำบากเรื่องการงาน การต้องเดือดร้อนเงินทอง ที่อยู่อาศัยอีกด้วย นะสิ         ดาวพฤหัสจรมาก็มีสิทธิ์ได้คู่นะคะ

การพยากรณ์องค์เกณฑ์ทั้ง 4เกณฑ์มีดังนี้

ลัคนากำเนิดตกนระ เมื่อแรกจะได้ช้าลัคนากำเนิดตกปัศวะเมื่อแรกจะเกิดโรค

ทุกข์ยาก เดือดร้อน   จะพลัดพรากจาก ลูกเมียและยศศักดิ์ ถ้าจได้ลาภ แต่ต้องไกลสถานบ้านเมืองที่อยู่  ผู้ใหญ่ไม่ช่วย

ลัคนากำเนิดตก อัมพุ เมื่อแรกจะเจ็บไข้ แค้นเคืองด้วยลูกเมีย จะตายจากกัน จะเป็นความ ท่านจะกล่าวโทษ จะจากที่อยู่ไปไกล ให้ระวังจะเกิดไฟ โจรจะปล้น ผู้คน จะหนี      วัวควายจะตาย   ช้าง  ม้าจะหาย

ถือเป็นทุกขลาภ

ลัคนากำเนิดตกกีรฏะ ท่านผู้ใหญ่จะตกแต่งให้อลังการกว่านั้น ดุจจรตกนระ

WordPress Plugin Share Bookmark Email

เกร็ดโหร : องค์เกณฑ์

องค์เกณฑ์

การจะดูว่าดวงชะตาใดได้องค์เกณฑ์ ดูได้ดังนี้ครับ

1.
ลัคนาอยู่ราศีปัสสวะ (เมษ  พฤษภ  สิงห์)  มีดาวอาทิตย์ ๑ ดวงจันทร์ ๒ ดาวอังคาร ๓ ดาวพฤหัส ๕ อยู่ภพกัมมะ หรืออยู่ในเรือนที่ 10
จึงถือเป็นปัศวะเกณฑ์ ดังได้มีคำโคลงกำกับไว้ดังนี้

“ปัศวะทะศะต้ององค์เกณฑ์     ชีวะจันทร์ภุมเมนทร์ผ่องแผ้ว
อีกองค์พระสุริเยนทร์ทรงยศ  สี่สถานเลิศแล้วยศนั้นพระยา”

2.
ลัคนาอยู่ราศีนระเกณฑ์ (เมถุน  กันย์  ตุลย์  ธนู  กุมภ์)   มีดาวอาทิตย์ ๑ พฤหัส ๕ เสาร์ ๗ อยู่ในภพ  ตนุ  หรืออยู่ในเรือนที่ 1 กุมลัคน์
จึงจะถือเป็นนระเกณฑ์  ดังได้มีคำโคลงประกอบดังนี้

“นระสุริยะเรื้องรังษี    โสระชีวะมีถูกต้อง
สามองค์ทรงโสภีกุมลัคนาแฮ     ชาติใดได้ดั่งผ้องยศนั้นนาพัน”

ในบางตำรา มีดาวอาทิตย์ ๑ ดาวพุธ ๔ พฤหัส ๕ ศุกร์ ๖ เสาร์ ๗ อยู่ในภพ  ตนุ ก็ถือว่าได้องค์เกณฑ์นระเช่นกัน

3.
ลัคนาอยู่ราศีอัมพุเกณฑ์  (มีน  กรกฎ  มังกร)  มีดาวจันทร์ ๒ ดาวพุธ ๔  พฤหัส ๕ ศุกร์ ๖ อยู่ภพพันธุ อยู่ในเรือนที่ 4 ของ ลัคนา
จึงจะถือว่าเป็นอัมพุเกณฑ์ มี โคลงกล่าวไว้ว่า

“อัมพุผลจุ่งแจ้งสี่สถาน   พุธศุกร์ชีวะวารส่งสร้อย
จันทร์องค์ประไพพาลย์รุจิเรข  แสดงคุณฤๅใช่น้อยยศนั้นถึงพระยา”

4.
ลัคนาอยู่ราศีกีฎะเกณฑ์  (พิจิก)  มีดาวอังคาร ๓ หรือ ราหู  ๘ อยู่ภพปัตตนิ อยู่ในเรือนที่ 7 ของลัคน์หรือเล็งลัคน์
จึงจะถือว่าได้กีรฏะเกณฑ์ มีโคลงกล่าวว่า

“กีฏะสัตตะต้องภุมเมนทร์  อสุรินทร์องค์เกณฑ์กล่าวไว้
ถึงแม้ชาติตัวเวรอัปลักษณ์    คุณก็แสดงให้ยศนั้นเสมอพงศ์”

บางตำราว่าเป็นเกณฑ์ให้จำง่ายๆ คือ

ลัคนาในราศีประเภท ปัศวะ ถ้าในเรือนที่ 10      มี ดาวใดสถิตอยู่ถือว่าดาวนั้นเป็นปัศวะเกณฑ์แก่ ลัคน์

ลัคนาในราศีประเภท นระ ถ้าในเรือนที่ 1หรือ ในเรือนที่ลัคน์สถิตมีดาวกุม ถือว่าดาวนั้นได้นระ เกณฑ์

ลัคนาในราศีประเภท อัมพุ ถ้าในเรือนที่ 4             มีดาวอะไรสถิตอยู่ ถือว่าดาวนั้นได้อัมพุเกณฑ์

ลัคนาในราศีประเภทกีฏะ ถ้าในเรือนที่ 7              มีดาวอะไรสถิตอยู่ ถือว่าดาวนั้นได้กีรฏะเกณฑ์

เกร็ดการพยากรณ์องค์เกณฑ์ทั้ง ๔ เกณฑ์มีดังนี้

ลัคนากำเนิดตกนระ เมื่อแรกจะได้ช้า

ลัคนากำเนิดตกปัศวะเมื่อแรกจะเกิดโรค ทุกข์ยาก เดือดร้อน
จะพลัดพรากจาก ลูกเมียและยศศักดิ์ ถ้าจรได้ลาภ แต่ต้องไกลสถานบ้านเมืองที่อยู่  ผู้ใหญ่ไม่ช่วย

ลัคนากำเนิดตก อัมพุ เมื่อแรกจะเจ็บไข้ แค้นเคืองด้วยลูกเมีย จะตายจากกัน จะเป็นความ ท่านจะกล่าวโทษ
จะจากที่อยู่ไปไกล ให้ระวังจะเกิดไฟ โจรจะปล้น ผู้คน จะหนี      วัวควายจะตาย   ช้าง  ม้าจะหาย
ถือเป็นทุกขลาภ

ลัคนากำเนิดตกกีฏะ ท่านผู้ใหญ่จะตกแต่งให้อลังการกว่านั้น ดุจจรตกนระ

นอกจากองค์เกณฑ์แล้วยังมีเกร็ดอื่นๆที่สำคัญ เช่น อุดมเกณฑ์
เกณฑ์เฉพาะของดาวบางดวงเช่นดาวพฤหัสในตำแหน่งต่างๆ เช่น กมุทเกณฑ์ ปทุมเกณฑ์ สิงห์เกณฑ์

WordPress Plugin Share Bookmark Email

ตำราอัฐกาล

ได้มาเว็บพยากรณ์ครับ เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาเก็บไว้

วันอาทิตย์

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 สุริชะแรกรุ่นแดดอุ่นอ่อน เมื่อวานรเนระคุณลิงจุ่นจิ๋ว เห็นรังนกกระจาบรายบนปลายงิ้ว ก็ไพร่พลิ้วเข้าอาศัยอยู่ในรัง

07.30 ถึง 09.00 ศุกระลิงไพรใจโกหก ลวงให้นกรักใคร่เหมือนใจหวัง จนปักษีมีไข่มิได้ระวัง เพราะเชื่อฟังลมลิงไม่กริ่งใจ

09.00 ถึง 10.30 พุธะลิงป่าอุลามก เห็นไข่นกนึกหมายน้ำลายไหล จับขึ้นลูบคลำแล้วกำไว้ อยากจะใคร่ได้กินแลบลิ้นเลีย

10.30 ถึง 12.00 จันเทาเอาไข่เข้าใส่ปาก กระโดดจากต้นงิ้วพลิ้วไปเสีย แล้วซ่อนตัวกลัววิหคนกตัวเมีย เอาทรายเกลี่ยกลบไข่เสียให้ลับ

12.00 ถึง 13.30 เสารีสกุณีไม่เห็นไข่ ก็สงสัยลิงจุ่นมุ่นไปจับ พบลิงไพรถามไตร่ก็ไม่รับ ก็เถียงกับนกกระจาบถึงหยาบคาย

13.30 ถึง 15.00 ยามครูมุนีพิพากษา ว่ามึงมาอาศัยไข่เขาหาย บอกจริง ๆ ลิงจุ่นอย่าวุ่นวาย ลิงผู้ร้ายกลับเถียงขึ้นเสียงดัง

15.00 ถึง 16.30 ภุมมะพระสิทธาคว้าเชือกเข้า มัดลิงเฒ่าศอกชิดติดสันหลัง จึงคืนไข่ให้นกกระจาบคาบไปรัง แต่ลิงยังไม่พ้นทนทรมา

16.30 ถึง 18.00 สุริชะฤาษีจึงสอนว่า ทีนี้อย่าโว้เว้อ้ายเดระฉาน แล้วปล่อยลิงวิ่งโผนโจนทะยาน ไปสำราญอยู่ที่เขาลำเนาดง

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 ระวิยามงามเลิศประเสริฐทรัพย์ ตามฉบับบอกไว้อย่าไหลหลง มโหสถคิดอ่านการณรงค์ ขุดอุโมงค์เข้าเมืองท้าวจุลนี

19.30 ถึง 21.00 ชีโวพลโฮ่กระหึ่มฮืก ออกสอึกองอาจดังราชสีห์ ก็ยกทัพเคลื่อนคลาจากธานี ไปถึงที่ประทับตั้งทัพไชย

21.00 ถึง 22.30 ศะศิตริกล่าวท้าววิเท่ห์ สมคะเนนึกอนงค์ยังหลงไหล ถึงนิเวศน์เวียงวังตั้งพระทัย ตามมโหสถไปไม่ช้าที

22.30 ถึง 24.00 ศุโกรโอ้ท้าวเธอทุกข์เทวษ ทอดพระเนตรนกไม้ในไพรสี แล้วคนึงถึงลูกสาวท้าวจุลนี จนถึงที่กองทัพพลับพลาไชย

24.00 ถึง 01.30 ภุมโมโยธาสิบห้าแสน เสทือนแน่นโลกาสุธาไหว ทั้งแตรสังข์กึกก้องแซ่ซ้องไพร แห่ห้อมล้อมไปจนถึงเมือง

01.30 ถึง 03.00 เสารีรีบรุดมุดขึ้นได้ ก็จับชาวเวียงไชยมาแน่นเนือง ทั้งลูกสาวเข้าของก็นองเนือง ได้บ้านเมืองหมดทั่วทั้งรั้ววัง

03.00 ถึง 04.30 พุโธโอ้ท้าวจุลนีราช แพ้เจ้าปราชญ์คิดไว้ไม่สมหวัง เธอเสียลูกเสียเมียเสียเวียงวัง ก็เสียทั้งไพร่พลแลมนตรี

04.30 ถึง 06.00 ระวิยามงามสุดปัจจุสมัย จวนจะใกล้รุ่งรางสว่างศรี ได้เมื่อครั้งคราวท้าวจุลนี เธอเสียทีกับองค์พระทรงญาณ

วันจันทร์

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 จันเทาสว่างกระจ่างแจ้ง สุริย์แสงส่องฟ้าสุธาสถาน ได้เมื่อโฆษกผู้กุมาร เกิดในครรภ์จัณฑาลทรพล

07.30 ถึง 09.00 เสารีว่าแม่แต่คลอดบุตร ก็แสนสุดยากไร้ไม่เป็นผล ร้อนรุ่มกลุ้มอกยกลูกตน กระเสือกกระสนซ่อนไว้อยู่ในรก

09.00 ถึง 10.30 ยามครูเศรษฐีมาพบเข้าก็อุ้มเอาอิงแอบไว้แนบอก เลี้ยงเป็นบุตรสุดสวาดิ์ในทารก ก็ยอมยกสมบัติให้ครอบครอง

10.30 ถึง 12.00 ภุมมะเศรษฐีกลับพิโรธ จะทำโทษเฆี่ยนขับให้อับหมอง เป็นยามร้ายหมายจำเอาทำนอง ท่านหมายปองคิดร้ายเมื่อปลายมือ

12.00 ถึง 13.30 สุริชะยามนี้เศรษฐีใช้ เป็นความลึกลับกับหนังสือ หมายจะให้ตายในกลางไฟฮือ ให้เจ้าโฆษกถือเอาไปพลัน

13.30 ถึง 15.00 ศุกระมาปะบุตรเศรษฐี เป็นยามดีชีวาไม่อาสัญ ลูกเศรษฐีมาตายวายชีวัน เจ้าโฆษกผายผันมาเรือนตน

15.00 ถึง 16.30 พุธะเศรษฐีสิ้นชีวิต ถึงอนิจกรรมสัตว์วิบัติผล อีกสมบัติวัตถาทั้งข้าคน ยามนี้ร้ายแรงรนไม่สู้ดี

16.30 ถึง 18.00 จันเทาเจ้ากุมภะโฆษก ได้ป้องปกสมบัติแห่งเศรษฐี มีเงินทองบ่าวไพร่ได้เป็นดี อยู่แทนที่เศรษฐีสำราญใจ

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 ศศิยามค่ำคืนคลุ้มชอุ่มศรี เป็นยามดีมั่นคงไม่สงสัย พระเตมีย์มาเถิดกำเนิดใน ชื่นพระทัยชนนียินดีครัน

19.30 ถึง 21.00 ศุโกรเมื่อพระองค์ทรงผนวช เป็นยวดยิ่งยอดงามยามขยัน ทำสิ่งไรก็สำเร็จเสร็จทุกอัน จะรำพรรณทายเทียบเปรียบพิปราย

21.00 ถึง 22.30 ภุมโมเมื่อพระองค์ทรงทำใบ้ ด้วยพระทัยมิได้ตรัสเป็นอรรถฐาน พระตรึกตรองปองประโยชน์โพธิญาณ ตามนิทานว่าไว้ไม่สู้ดี

22.30 ถึง 24.00 โสโรปางพระโพธิสัตว์นั้น เธอหมายมั่นมัธยัสไม่ถอยดี เมื่อคชสารหาญกล้าเข้าราวี ร้ายกับดีกึ่งกันจงหันตาม

24.00 ถึง 01.30 พุโธโอ้พระโพธิสัตว์ไม่ตรัสเหตุ พระปิตุเรศแค้นเคืองด้วยเรื่องถาม ให้ขุดหลุมฝังเสียจะเกลี่ยความ ด้วยเป็นยามร้ายแรงอย่าแคลงใจ

01.30 ถึง 03.00 ระวิยามงามเลิศประเสริฐศรี พระเตมีย์แผลงศักดาสุธาไหว แล้วตรัสว่าสารถีที่ตามไป ให้อยู่ในยุติธรรมเป็นสำคัญ

03.00 ถึง 04.30 ชีโวโพธิสัตว์เธอตรัสรู้ ได้เป็นครูสิ้นสุดมนุษย์สวรรค์ ในยามนี้ดีเลิศประเสริฐครัน เป็นมหันตมหาโอฬาราน

04.30 ถึง 06.00 ศศิธรค่อนรุ่งอร่ามศรี เป็นยามดีสารพันจะบรรหาร เมื่อพระองค์ทรงบำเพ็ญเล็งพระญาณ จะโปรดปรานสรรพสัตว์โลกา

วันอังคาร

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 ภุมมะรุ่งรางกระจ่างฉาย ดีกับร้ายกึ่งกันจงหันหา เมื่อกระบือชื่อพญาทรพา อยู่ในป่าตัวเดียวเที่ยวกระเจิง

07.30 ถึง 09.00 สุริชะเมื่อได้บริวาร แสนสำราญวิ่งโลดโดดเถลิง เกิดกำลังตั้งท่าทำร่าเริง เที่ยวแลเบิ่งเป็นใหญ่ในฝูงควาย

09.00 ถึง 10.30 สุกระยามนี้เมื่อมีบุตร มารดาสุดรักใคร่ไม่ขยาย สู้ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกชาย ไม่กล้ำกลายกลัวพ่อทรพา

10.30 ถึง 12.00 พุธะมารดาพาไปซ่อน ในดงดอนเข้าอยู่ใต้คูหา เป็นยามดีมิให้ได้ระอา เทวดาผดุงบำรุงตน

12.00 ถึง 13.30 จันเทาทรพีมันมีฤทธิ์ ออกเที่ยวขวิดภูผาโกลาหล แล้ววัดรอยพ่อดูจะสู้ชน เป็นยามคนคิดร้ายเอาปลายมือ

13.30 ถึง 15.00 เสารีทรพีไม่ย่อท้อ เข้าสู้พ่อชนได้ไม่ใช่หรือ เป็นยามร้ายรุมใจดังไฟฮือ ตอนปลายมือแพ้คนทุพลพาล

15.00 ถึง 16.30 ยามครูทรพาก็อาสัญ ด้วยลูกมันขวิดขวับดับสังขาร ร้ายนักหนาสารพรรณจะบันดาล อย่าทำการยามนี้ชีวาวาย

16.30 ถึง 18.00 ภุมมะทรพีมีชัยพ่อ ในใจคอสำราญบานขยาย ก็ตั้งตัวเป็นใหญ่ในฝูงควาย แสนสบายยามนี้เห็นดีครัน

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 ภุมโมยามค่ำร่ำว่าให้ปรากฏ เหมือนพระรถปรีเปรมเกษมสันติ์ ขึ้นจากอุโมงทรงม้าอาชาพลัน ในยามนั้นดีแท้เป็นแน่นอน

19.30 ถึง 21.00 โสโรเหมือนพระรสยศไกร เล่นสบ้ามีไชยสโมสร เป็นยามดีมีสง่าสถาพร เล่นพะนันผันผ่อนจะมีไชย

21.00 ถึง 22.30 พุโธโอ้พระรถยศยิ่ง ได้ทรัพย์สิ่งโภคาเป็นไหนๆ มาเลี้ยงดูมารดาอันยาใจ ยามนี้ใช้ได้ดอกบอกอาการ

22.30 ถึง 24.00 ระวิตริตรองดึกสงัด บิดาตรัสใช้ให้ถือหนังสือสาร หวังจะให้ลูกชายนั้นวายปราน ไม่ได้การยามนี้ไม่ดีเลย

24.00 ถึง 01.30 ชีโวฤาษีอันมีเวท ได้ทราบเหตุแปลงสารเสียเฉย ๆ หวังจะให้ได้เมรีมาชมเชย พระรถเลยไปตามเป็นยามดี

01.30 ถึง 03.00 ศศิริรักประจักษ์แล้ว จึงม้าแก้วพาเหาะระเห็จหนี ข้ามคงคาเหาะคว้างกลางเมฆี ยามนี้ดีกับร้ายระคนกัน

03.00 ถึง 04.30 ศุโกรเมื่อเมรีไม่เห็นผัว ให้หมองมัวตามหาถึงอาสัญ ยามนี้ร้ายอย่าได้จรจรัล อย่าผูกพันไมตรีจะมีภัย

04.30 ถึง 06.00 ภุมโมเมื่อม้าพาพระรถ ข้ามบรรพตโขดเขินเนินไสล มาถึงเมืองบิดานราไทย สำราญใจพระรสยศยง

วันพุธ

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 พุธะโพธิสัตว์พระฉัตทันต์ จากสวรรค์มาเกิดในไพรระหง เป็นใหญ่กว่าฝูงช้างในกลางดง พระองค์ทรงสิลาบารมี

07.30 ถึง 09.00 จันเทานางช้างทั้งหลายล้อม สพรั่งพร้อมเป็นชะนัดล้วนหัตถี ก็อยู่เย็นเป็นสุขทุกราตรี มิได้มีภยันต์อันตราย

09.00 ถึง 10.30 เสารีได้เมื่อนางจุลสุพัตรา ผูกเวราเวรไว้เหมือนใจหมาย ปองจะฆ่าพญาฉัตทันต์พลาย ยามนี้ร้ายศัตรูมักดูแคลน

10.30 ถึง 12.00 ยามครูนางช้างไม่วางโศก บังเกิดโรคในทรวงเพราะหวงแหน อกแตกตายวายชีวงในดงแดน ยามนี้แสนร้ายสุดไม่อุดม

12.00 ถึง 13.30 ภุมมะจุลสุบัติอุบัติแล้ว เป็นนางแก้วเจ้าถนอมจอมสนม ได้สมบัติพัสถานสำราญรมณ์ นางก็ชมเชยชื่นทุกคืนวัน

13.30 ถึง 15.00 สุริชะนางกษัตริย์จึงตรัสว่า จะใคร่นอนแท่นงาอันเฉิดฉัน เฝ้าอ้อนวอนบิดาแล้วจาบัลย์ ด้วยยามนั้นไม่ร้ายพอใช้การ

15.00 ถึง 16.30 ศุกระพรานไพรน้ำใจกล้า รับอาสาท้าวไทเข้าไพรสาณฑ์ เป็นยามดีและได้สมอารมณ์พราน ไปพบพานโพธิสัตว์พระฉัตทันต์

16.30 ถึง 18.00 โพธิสัตว์ยอดหัตถา ก็ถอดงาออกให้ขมีขมัน แล้วพระองค์มรณาในป่าวัน ในยามนั้นต้องห้ามตามนิยาย

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 พุโธโพล้เพล้ราวพลบค่ำ พระลอล้ำงามเลิศอันเฉิดฉาย จากนครจรมาเอกากายค่อยผันผายตามไก่เข้าในดง

19.30 ถึง 21.00 ระวิยามตามมาในป่ากว้าง ได้พบนางพี่น้องสองนวลหง เจรจาพาทีไมตรีตรง ให้พระองค์อาศัยในอุทยาน

21.00 ถึง 22.30 ชีโวยามดีไม่มีแหนง เจ้าเพื่อนแพงโฉมงามทรามสงสาร ปรพคองเคียงเลี้ยงดูพระกุมาร แสรสำราญพระทัยไม่ไคลคลา

22.30 ถึง 24.00 ศศิตริตรองไม่นึกแหนง สองเพื่อนแพงปลอบไธ้ให้หรรษา เกษมสรวลชวนชมภิรมยา อยู่ในป่าสำราญบานพระทัย

24.00 ถึง 01.30 ศุโกรโอ้ท้าวเธอเศร้าจิต คนึงคิดถึงมารดาน้ำตาไหล ไม่สู้ดียามนี้มักตรอมใจ อุปมัยเหมือนความตามเรื่องราว

01.30 ถึง 03.00 ภุมโมเมื่อพระลอเธอพลัดพราก กำจัดจากมารดานิราสถาน เพราะปู่เจ้าเข้าดลกมลมาน อย่าทำการยามนี้ผีคนอง

03.00 ถึง 04.30 โสโรโอ้พระลอวรนาถ คิดถึงนุชสุดสวาทเธอทั้งสอง จรจากพารามาหาน้อง ยามนี้ต้องต้นร้ายตอนปลายดี

04.30 ถึง 06.00 พุโธพระลอเฉลิมภพ มาประสบพบนางอยู่ปรางค์ศรี สุขเกษมเปรมปราทุกราตรี เป็นยามดีจงจำเอาตำรา

วันพฤหัส

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 พระครูเรียงความตามนิบาต กุศราชเรืองฤทธิทุกทิศา เกิดในวงพงษ์กษัตริย์ขัติยา เป็นมหาสมมุติวงศ์ผู้ทรงนาม

07.30 ถึง 09.00 ภุมมะพระได้เสวยราช ทั้งเปรื่องปราชญ์ฤาเลื่องเรืองสนาม แต่รูปทรงของพระองค์ไม่สู้งาม แต่ว่ายามนี้ดีดังมีมา

09.00 ถึง 10.30 สุริชะพระได้มเหสี ชื่อประภาวดีเสน่หา ประคองเคียงเพียงดวงนัยนา ครองพาราเป็นสุขสนุกสบาย

10.30 ถึง 12.00 ศุกระประภาวดีหนี ไปบุรีบิตุเรศอันเรืองฉาย กุศราชร้อนใจไม่สบาย เป็นยามร้ายร้อนรนพ้นประมาณ

12.00 ถึง 13.30 พุธะยามพระกุศราช ไปตามนาฏถึงประเทศเขตสถาน จนพบองค์นงเยาว์ลำเภาพาน แต่ภูบาลยังมิได้เข้าใกล้นาง

13.30 ถึง 15.00 จันเทาท้าวไทพิไรร่ำ ทุกคืนค่ำกำสดสลดหมาง ไม่สู้ดียามนี้ก็เป็นกลาง มักจะร้างแรมรักษ์ประจักษ์ใจ

15.00 ถึง 16.30 เสารีกุศราชชนะศึก ก็สมนึกยินดีจะมีไหน ทำสงครามยามนี้จะมีไชย จงจำไว้เป็นอย่างอย่าคลางแคลง

16.30 ถึง 18.00 ยามครูบริสุทธิ์พระกุศราช เสวยราชฤาทั่วกลัวแสยง สมดังจิตคิดไว้มิได้แคลง กุศลแต่งให้ดีมีบุญญษ

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 ชีโวอุตโมโอฬาร์ล้ำ เวลาค่ำยามนี้ดีหนักหนา ได้เมื่อสุทธนูกุมารา อาชาพาลดเลี้ยวเที่ยวหาเมีย

19.30 ถึง 21.00 ศศิได้พบประสบพักตร์ อารีรักร่วมใจจนได้เสีย ไม่อิ่มหนำค่ำเช้าเฝ้าเคล้าเคลีย หาลูกเมียยามนี้ดีสุดใจ

21.00 ถึง 22.30 ศุโกรสุทธนูพาคู่ชื่น เสด็จคืนพาราอันผ่องใส อยู่ด้วยประภาเป็นยาใจ ในเวียงไชยชื่นชมภิรมยา

22.30 ถึง 24.00 ภุมโมชมชิดพิศวาท ด้วยนางนาฏน้องน้อยเสน่หา เสวยรมณ์ชมแสนสวรรยา ทั้งสองรารื่นเริงบรรเทิงใจ

24.00 ถึง 01.30 โสโรเมื่อม้าอาชาชาติ พานางนาฏข้ามเขิมเนินไศล ไปหามารดาด้วยอาลัย แต่ว่าไปไม่ถึงได้กึ่งทาง

01.30 ถึง 03.00 พุโธอาศัยอยู่ในป่า พลัดกับม้านุชน้องก็หมองหมาง มีโจรไพรใจกล้ามาลักนาง อย่าเดินทางไปไกลภัยจะมี

03.00 ถึง 04.30 ระวินี้นงเยาว์สำเภาแตก ลำบากกายว่ายแวกวารีศรี ห้ามมิให้เดินทางกลางนัทธี เหตุจะมีเหมือนกันดังพรรณา

04.30 ถึง 06.00 ชีโวสุริโยอโณภาส อนงค์นาฏเดินไพรไกลหนักหนา ได้พบม้าชื่นชมสมจินดา ก็พักพากันไปดังใจปอง

วันศุกร์

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 ศุกระยามมหาสถาผล พระสุทนมาเกิดกำเนิดสนอง เป็นกษัตริย์ฟุ้งเฟื่องอันเรืองรอง ได้ครอบครองสมบัติสวัสดี

07.30 ถึง 09.00 พุธะพระได้มะโนเรศ เป็นปิ่นเกษไกรลาศคีริศรี โฉมสำอางค์นางฟ้ากุมารี พระภูมีเชยชมภิรมย์ทรวง

09.00 ถึง 10.30 จันเทาเยาวเรศเหตุจะมี พบฤาษีนางสั่งถึงวังหลวง เป็นยามเศร้าโศกาน้ำตาตวง ประดุจดวงชีวิตจะปลิดปลง

10.30 ถึง 12.00 เสารีสามีเที่ยวตามหา แสนโศกามาในไพรระหง ถึงอาศรมฤาษีที่กลางดง พระนงลักษณ์ถามไถ่อยู่ไปมา

12.00 ถึง 13.30 ยามครูมุนีก็ชี้ช่อง เหมือนทำนองนางสั่งไม่กังขา พระจดจำถ้อยคำแล้วอำลา ยามนี้หนาลำบากด้วยจากกัน

13.30 ถึง 15.00 ภุมมะพระไปเหมือนใจหวัง ขึ้นขี่หลังนกใหญ่ข้ามไพรสันฑ์ ถึงไกรลาศยาร์ตเยื้องจรจรัล เข้าเขตขันฑ์เสมาพระธานี

15.00 ถึง 16.30 สุริชะมาปะเมื่อนางสรง แล้วให้พระธำรงค์อันเรื่องศรี รู้ว่าอธิบดินทร์ก็ยินดี กินนรีสอดดูพระภูธร

16.30 ถึง 18.00 ศุกระพระได้เสวยสุข นิราศทุกข์ภิญโญสโมสร ได้นางคืนชื่นจิตต์สนิทนอน สถาพรพูลสวัสดิ์เป็นอัตรา

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 ศุโกรโอฬาร์มหาวิเศษ เหมือนพระเวสสันดรนาถา ครองพิภพสีพีเธอปรีดา ฝูงประชาชนชื่นทุกคืนวัน

19.30 ถึง 21.00 ภุมโมยามร้ายให้ขัดขวาง เธอให้ช้างเผือกผู้ตัวขยัน พลเมืองกริ้วโกรธต้องโทษทัณฑ์ ก็ชวนกันปรึกษาว่าไม่ดี

21.00 ถึง 22.30 โสโรร้ายได้เมื่อบิดาโกรธ คุมโทษสำทับต้องขับหนี ไม่เอาไว้ให้อยู่ในบุรี ด้วยทำผิดประเพณีแต่บุราณ

22.30 ถึง 24.00 พุโธสี่กษัตริย์กำจัดจาก แสนลำบากบุกป่านิราสถาน ละห้อยให้โหยใจในดงดาร ถึงสถานวงกตคีรีราย

24.00 ถึง 01.30 ระวิชูชกไปตามขอ สองพระหน่อน้อยนาฏดังมาตร์หมาย ได้แล้วพามาเมืองอันเรืองพราย ฝูงอำมาตย์ทั้งหลายก็จับเอา

01.30 ถึง 03.00 ชีโวกรุงสญไชยไถ่พระหลาน ด้วยแสนทรัพย์ศฤงคารให้พราหมณ์เฒ่า เป็นยามดีมีลาภไม่บันเทา จงจดจำเอาตำหรับฉบับครู

03.00 ถึง 04.30 ศศิตรวจตราช้างม้าเสด็จ รับพระเวสสันดรนเรนทร์สูรย์ ไพร่พลแห่ห้อมไปพร้อมมูล เสด็จยูรยาตร์สู่บุรีรมย์

04.30 ถึง 06.00 ศุโกรพระบิดาราชาภิเษก เป็นองค์เอกกษัตริย์อันสูงสม เแลิมมิ่งมงกุฏอันอุดม เป็นบรมสุโขภิญโญยศ

วันเสาร์

ยามกลางวัน

06.00 ถึง 07.30 เสารีมีกำลังดังช้างสาร กำแหงหาญฤทธาอันปรากฏ เมื่อนางอัสมูขีมีพยศ เป็นกำหนดในยามตามเรื่องราว

07.30 ถึง 09.00 พระครูยามพบพราหมณ์เอาเป็นผัว จำแลงตัวตุ้งติ้งเป็นหญิงสาว บำเรอรักภักดีไม่มีดาว ทุกค่ำเช้าเชยชิดสนิทนอน

09.00 ถึง 10.30 ภุมมะเกิดบุตรอันสุดที่รัก ชื่อบุญลักษณ์เรืองฤทธิมหิศร สุขเกษมเปรมปราสถาพร ยังไม่จรจากสถานของมารดา

10.30 ถึง 12.00 สุริชะลักพาบิดาหนี ข้ามคีรีห้วยธารละหานผา ไม่รั้งรอตั้งแต่จะรีบมา ยามหนีหนาพากันหนีดีสุดใจ

12.00 ถึง 13.30 ศุกระมาปะแม่น้ำกว้าง ยืนอยู่ข้างมหาชลาไหล เป็นยามดีหนีรอดเปล่าปลอดไป ไม่มีภัยแผ้วพาลสำราญกาย

13.30 ถึง 15.00 พุธะนางยักษ์ประจักษ์เหตุ ชลเนตรคลอคลองลงนองสาย ไปตามลูกกับผัวแทบตัวตาย เป็นยามร้ายเร่งจำเอาทำนอง

15.00 ถึง 16.30 จันเทานางถึงแก่วินาสน์ โอรสราชทดแทนพระคุณสนอง ไม่สู้ดียามนี้ชี้ทำนอง นางจึงต้องมรณาพิลาลัย

16.30 ถึง 18.00 เสารีนี้ได้เมื่อพระลูกรัก เจริญศักดิ์โสภาจะหาไหน ได้ครอบครองบุรีไม่มีภัย สำราญใจทุกวันนิรันดร

ยามกลางคืน

18.00 ถึง 19.30 โสโรหนุมานอันชาญกล้า รับอาสาทรงฤทธิ์มหิศร พบฤาษีกราบก้มประนมกร อาศัยนอนที่ศาลาในราตรี

19.30 ถึง 21.00 พุโธหนุมานทยานเหาะ หมายเอาเกาะลงกาอันเรืองศรี ก็เหาะลงตรงราชธานี เป็นยามดีติดสมอารมณ์ลิง

21.00 ถึง 22.30 ระวิตริตรองมองเขม่น ก็แลเห็นสีดาพระยาหญิง สังเกตุดูยลแยบคอยแอบอิง เป็นความจริงซื่อสัตย์ต่อภัสดา

22.30 ถึง 24.00 ชีโวยอมกายถวายแหวน แต่นางแสนเศร้าสร้อยละห้อยหา

24.00 ถึง 01.30 ศศิหนุมานชาญศักดา เข้าฉุดคร่าปั่นป่วนสวนมาลี

01.30 ถึง 03.00 ศุโกรฆ่าสหัสสบุตร์ลงม้วยมรณ์ ข่าวขจรฤาชาถึงทศศรี

03.00 ถึง 04.30 ภุมโมอินทรชิตเข้าต่อตี จับได้กระบี่ก็มัดมา

04.30 ถึง 06.00 โสโรเกือบจะใกล้อรุณรุ่ง หนุมานเผากรุงท้าวยักษา อัฏฐกาลสองสถานรำพรรณมา แม้ยาตราเลือกเดินที่ยามดี

WordPress Plugin Share Bookmark Email