Tag-Archive for » รายการเกมกลยุทธ์ «

เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | วิเคราะห์โจทย์ และภารกิจ 4P’s

ในเทป 2 นี้ ภารกิจค่อนข้างรัดกุมชัดเจนครับ คือ 4P’s
ผศ.รอ.นพ.ดร.สุมาส วงศ์สุนพรัตน์ ก็มาอธิบายให้ฟังได้ชัดเจนดี

 เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | วิเคราะห์โจทย์ และภารกิจ 4P’s | geranun.com

4P’s เป็นพื้นฐานการตลาดที่นักการตลาดทุกคนควรตีให้แตกฉาน
จนชินเป็นเนื้อเดียวในระบบกระบวนการคิดเวลาลงพื้นที่ภาคสนาม
คือ 4P = Price, Place, Product, Promotion ครับ
ส่วนตัว s ที่ห้อยท้ายก็คือ strategy

ปัจจุบัน มันขยายไปเป็น 7 P’s บ้างในบางค่าย
คือ Price, Place, Product, Promotion, People, Physical evidence, Processes

แต่ที่แน่ๆ มันคือพื้นฐานที่ต้องแน่น และรู้จักว่าจะใช้ 4P’s อย่างไร

แทคติกที่นักการตลาดเชี่ยวๆไม่ค่อยบอก ก็คือ การใช้ 4P’s
ต้องมีการใช้ร่วมกับ STP หรือกับ tool ตัวอื่น เช่น ต้องวิเคราะห์ SWOT
เพราะมันเป็น tool เริ่ม ที่ช่วยเตือนให้คนทำการตลาดมีการคิดอย่างเป็นระบบ
ว่าต้องทำอะไรบ้าง พูดง่ายๆว่าเป็น tool ที่ช่วยในการทำให้เกิดประสิทธิผล (implement)

 เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | วิเคราะห์โจทย์ และภารกิจ 4P’s | geranun.com

STP คืออะไร
1.S=Segment คุณแบ่งตลาดยังไง ?
ลักษณะเฉพาะของกลุ่มเป้าหมายในตลาด คือ “ใครคือกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่(place) ที่จะซื้อสินค้า(product)”
ชายนักศึกษา หญิงทำงาน เด็กสาว นักท่องเที่ยว แต่ละคนต่างมีพฤติกรรมเฉพาะ
การจับการขาย (price) รับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม (promotion)

2.T= Target กลุ่มเป้าหมายนี้
เรามองออกไหมว่าจะมีพฤติกรรมการตอบรับต่อการทำตลาดเราอย่างไร
และอะไรที่สอดคล้องกับการตัดสินใจของเขา (promotion) ที่ทำให้เขาตัดสินใจซื้อ ณ พื้นที่
กลุ่มเป้าหมายมีทิศทางความเคลื่อนไหวอย่างในพื้นที่ และจะpull&push อย่างไรส่งมาสู่จุดขาย
กลุ่มเป้าหมายนี้ มีกำลังซื้อ และอำนาจการตัดสินใจซื้อทันทีในระดับราคาเท่าไหร่(price)
ด้วยแรงจูงใจแบบไหน (promotion) อะไรกระตุ้น

3.P =Positioning การวางตำแหน่งสินค้าเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายไหม
วางที่นั่งในสี่ห้องหัวใจผู้บริโภคอย่างไร และเดิมมันเคยอยู่ตรงไหน สอดคล้องกับที่คิดไหม
ส่วนรูปแบบการจัดวางบนกะบะ แบกะดิน ขึ้นหิ้ง จะทำแบบไหน ต้องมองในห้องหัวใจของผู้บริโภคก่อน

กลยุทธเหล่านี้จะมีสีสันเมื่อ จับเอา Tool ต่างๆมาผสมกันเป็นคำตอบ
แน่นอนมันไม่มีถูกหรือผิด และ tool ที่เอามาใช้ผสมก็ทำได้ตามความถนัดส่วนตัวของคนใช้

 เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | วิเคราะห์โจทย์ และภารกิจ 4P’s | geranun.com

ส่วนตัวผมนิยมใช้ 4P’s เอามาตั้งก่อน แล้วเอา 4Cs ตอบโจทย์
เพราะผมเป็นสายที่เน้นการวิจัยและติดตามพฤติกรรมผู้บริโภค
เพราะรู้สึกว่ามันคือคีย์ของตลาดที่สำคัญ ยิ่งรู้ยิ่งแม่น

แทคติก คือเอา 4 Ps ตั้ง
แล้ววาง4 Ps ลง แล้วให้ใช้ 4Cs ตอบโจทย์

Model 4Cs นี้ เป็นแนวคิดที่จับโฟกัสไปที่ผู้บริโภคเป็นหลัก
(ขณะที่ Model 4 Ps จะใช้มุมมองของแผนการทางการตลาด)

และการคำนึงถึงผู้บริโภคนี้เองที่ทำให้นักการตลาด
เข้าถึงการตอบรับของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เพราะ 4Cs จะเปิดกระโหลกให้นักการตลาด
คำนึงว่า ต้องมองกลับเสมอ เมื่อคิดแผนไปแล้ว
และต้องการให้สินค้าเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค
จะต้องทบทวนให้สอดคล้องกับ 4Cs ว่าใช่จริงไหม

 เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | วิเคราะห์โจทย์ และภารกิจ 4P’s | geranun.com

นั่นคือ นักการตลาดต้องรู้จักพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นอย่างดีว่าวันๆทำอะไร
เขาใช้สินค้าเพราะอะไร สิ่งจูงใจคืออะไร เลือกใช้อย่างไร บ่อยแค่ไหน
พูดง่ายๆ เอาตัวลงไปศึกษาผู้บริโภค และรู้จัก อ่านออก อ่านเป็น ถึงจะมาตอบโจทย์
ย้อนกลับถึง 4 Ps ที่วางไว้

คำถามก็คือ แทคติกแกล้งลืมกลยุทธ์ 4Ps อันคุ้นเคยที่ใช้แล้วมาใช้ 4 Cs ทบทวนกลยุทธนั้น ทำยังไง

Forget about Product และให้หันมาพิจารณาถึงความต้องการของ Consumer
เพราะคุณจะไม่สามารถขายของที่คุณผลิตได้ แต่คุณจะสามารถขายของที่ผู้บริโภคต้องการได้

Forget about Price ว่าจะขายเท่าไรจึงคุ้มทุน
และหันมาทำวางกลยุทธ Cost จุดที่ผู้บริโภคมีการตัดสินใจซื้อได้ทันที
หรือยินยอมที่จะจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ

Forget about Place หรือ สถานที่จัดจำหน่าย
และหันมามองว่าผู้บริโภคได้รับความสะดวก หรือ Convenience ในการซื้อ ณ จุดขายอย่างไร

Forget about Promotion แบบแยกส่วน ว่าจะลดแลกแจกแถมอะไร โฆษณาอะไรไปถึงไหน
และย้อนกลับมาหาข้อเสนอหรือเงื่อนไขที่สอดคล้องกับการตัดสินใจ ณ จุดขายให้มาก
พูดง่ายๆ ว่า ณ พื้นที่ จุดขายตรงนั้น นั่นแหละ คือ เป้าหมายหลักของการลงสนามแล้ว
จึงต้องมองภาพรวมที่สามารถปรับการสื่อสารจูงใจ เสนอขาย ดึงซื้อ ของแถมที่เหมาะกับความต้องการ
เป็น Communication ที่สื่อสารกับผู้บริโภคในพื้นที่อย่างได้ผล

สรุปว่าการปรับเปลี่ยนและตัดสินใจกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับผู้บริโภคในพื้นที่สำคัญกว่า
ณ เวลา บน ภาคสนาม

 เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | วิเคราะห์โจทย์ และภารกิจ 4P’s | geranun.com

ในข้อสุดท้าย ผมคิดว่าน่ายกตัวอย่างให้เห็นภาพสักนิด
ตัวอย่างง่ายๆ คือ เคสของงาน exhibition ที่หนึ่ง(เกิดขึ้นจริง)
ผู้เดินในงาน ซึ่งเมื่อมาถึงงานแล้วก็ต้องเดินให้ทั่ว ในขณะที่ที่แต่ละบู้ทต่างมีข้อมูลโบรชัวร์
มีข้อมูลมากมายที่ผู้บริโภคต้องการเก็บไว้ประกอบการตัดสินใจ ปรากฏว่า ในงานจะเห็นเกือบทุกคน
ถือถุงของบู้ทสินค้าตัวหนึ่ง และทำให้มีคนสนใจแวะไปบู้ทนั้นไม่ขาดสาย เพื่อรับถุง
ซึ่งก็ทำให้บู้ทนั้นมีโอกาสดำเนินกิจกรรมกับผู้บริโภคจำนวนมาก ทั้งเก็บข้อมูล ชื่อที่อยู่ อีเมล์
ทั้งประชาสัมพันธ์สินค้า เสนอขาย และปิดการขายครบครัน

เหตุผลก็คือ ก่อนหน้านั้นทีมนั้นได้ทำการศึกษาพฤติกรรมของผู้ที่มาร่วมงานแล้วว่ามีพฤติกรรมอย่างไร
จึงออกแบบถุงของตนเองให้ใหญ่มากพอที่จะใส่ถุงทุกใบของสินค้าตัวอื่นๆได้ เพราะฉะนั้น
เมื่อผู้บริโภคเดินมากขึ้นเท่าไหร่และข้อมูลจากบู้ทต่างๆมีมากมายเท่าไหร่ และพบว่าชักเกะกะมือ
ในที่สุดของทุกอย่างก็มารวมกันในถุงใบใหญ่ใบนี้ กลายเป็นว่าแทบทุกคนในงานต้องถือถุงใบนี้
หรือคนที่ไม่มีถุงก็เดินไปที่บู้ทนี้ ซึ่งนอกจากจะ push&pull โดยกลไกทางจิตวิทยาแล้ว
ยังมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคที่อยู่ในงานทุกคน เมื่อรู้สึกถึงภาพที่คนจำนวนมากถือถุงของสินค้าบู้ทนี้

เหตุผลที่วิเคราะห์ข้อนี้ เพราะผมอยากให้มองว่ากลยุทธ์ในการตลาดเป็น Tool เครื่องมือที่ไว้ใช้
การผสมผสานนั้นไม่มีคำตอบตายตัวเสมอไป แต่ คีย์ที่สำคัญในปัจจุบันก็คือ พฤติกรรมตอบรับ
ที่เกิดขึ้น ณ พื้นที่จุดขาย ที่ถูกคำนวนการตอบรับไว้อย่างดีแล้ว จากคนที่มีข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค
และสามารถปรับเปลี่ยนมาใช้เป็นกลยุทธต่างๆทางการตลาดได้

เรื่องแบบนี้ไหนๆเมื่อมีเคสมาให้เราดูแล้ว การมีข้อมูลเหล่านี้เติมเข้าไปประกอบความรู้ในการดู
น่าจะทำให้เราสนุกขึ้น และได้รับประโยชน์ขึ้น

บางทีดูจบแล้ว เรายังเอาไปคุยกันต่อในแง่มุมอื่นๆที่หลากหลายและกระตุ้นต่อมความคิด
ลับคม และนำมาประยุกต์ใช้ได้ มันก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ

คราวหน้ามาต่อกัน กับ การอ่านเกมกลยุทธ์ เทปนี้ เป็นเทปที่ผมชอบมากเทปนึงครับ

เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | โจทย์ 4P’s

ได้ดูเทป 2 เมื่อวันเสาร์ที่แล้วทำให้หายคาใจบางเรื่อง และเห็นภาพรวมของแต่ละคนมากขึ้นครับ
จากข้อมูลผู้เข้าแข่งขัน และดูเทป 2 ถึงเห็นชัดว่า การแข่งขันทำในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และรับข้อมูลกันวันศุกร์

ซึ่งเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะความกระชั้นของการดำเนินการ
มีจุดอ่อนที่แม้นักการตลาดมืออาชีพเองก็ทราบว่า มันไม่สามารถทำให้เรามองภาพรวมได้อย่างลุ่มลึกและสุขุมได้มากพอ
เพราะฉะนั้น ผมก็ถือว่าเป็นแต้มต่อ หรือ Handicap ที่เราควรจะให้เด็กๆหรือน้องเหล่านี้ในเกม
ในเวลาที่เราดูแล้วรู้สึกบางส่วนมันขาดๆเกินๆ

 เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | โจทย์ 4Ps | geranun.com

การที่เกมมันเริ่มทีเดียวจบทีเดียวในแต่ละสัปดาห์
จะไม่มีความต่อเนื่องในการปรับเปลี่ยนกลยุทธในสนามเดิม
เช่น อาทิตย์หน้ามาชนกันด้วยโจทย์เดิมและสถานที่เดิมอีกครั้ง
เพื่อประเมินพัฒนาการและความสามรรถในการปรับเปลี่ยนกลยุทธระยะยาว
แล้วมาวัดๆจากประสบการณ์ภาคสนามในพื้นที่กันอีกรอบด้วยโจทย์เดิม
เพื่อวัดศักยภาพในระดับพัฒนาการ และความสามารถในการย่อยแยกแยะข้อมูลการตลาดที่ผ่านมา
ดูว่าเขาสามารถปรับกลยุทธที่ตัวเองคิดว่าลงตัวอีกครั้งได้จริงไหม และอย่างไร
เพราะสนามการตลาด ที่จริงแล้วเราไม่ใช่ชนกันวันเดียว แต่ชนกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ขณะเดียวกันผมก็เห็นว่าความกระชั้นนั้นขับเน้นให้แต่ละคนต้องอัดความสามารถส่วนตัวออกมาชดเชย
การทำให้เกิดแรงขับที่จะต้องทำให้ได้และให้ดีมาชดเชยแทน ย่อมถือเป็นข้อดีที่เราจะเห็นผู้เข้าแข่งขัน
ได้พยายามผลักดันตัวเองให้มีบทบาทในทีม และในเกมโดยนัยยะ

 เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | โจทย์ 4Ps | geranun.com

อีกจุดหนึ่งข้อดีของการลำดับเรื่อง ปีนี้มีเวลามากขึ้น ทำให้เรามีเวลามากขึ้นในการซึมซับการแข่งขัน
คำบรรยาย มีหลายคนบ่น แต่ผมว่าสำหรับคนที่ไม่มีพื้นการตลาดก็ช่วยให้เขาตามดูทันมากขึ้น
เรื่องนี้เราต้องเข้าใจว่าคนดูมีหลายกลุ่ม ทางรายการกระจายแบ่งๆกันไป เป็นสิ่งที่ยอมรับได้

ช่วงเวลาที่เต็มอิ่มถึง ชม.ครึ่ง ปัจจุบันแบ่งส่วนออกเป็น 3 ส่วนใหญ่
คือ ภารกิจ การตัดสิน และผลสรุป ซึ่งพิเศษในปีนี้ตรงที่
ผศ.รอ.นพ.ดร.สุมาส วงศ์สุนพรัตน์ ท่านมาอธิบายโจทย์ให้คนดูฟัง
เป็นประโยชน์มาก ให้ความรู้ในประเด็นที่ควรรู้ ควรทราบเป็นพื้นฐานของแต่ละภารกิจ
และในระยะยาว เทปเหล่านี้ยังนำมาใช้เป็นเคสสอนการตลาดได้อีกด้วย

แต่ผมก็เห็นด้วยกับหลายๆคนว่า การถ่ายทอดเรื่องยังใช้เวลาไม่คุ้ม
และการตัดต่อภาพยังขาดช่วงเวลาส่วน ที่จะขับเน้นผู้เล่นทุกคนออกมา
เราไม่ได้เห็นช่วงเวลาที่ทุกคนในทีมนำเสนอความคิดร่วมกัน
ไม่ได้เห็นบรรยากาศการถกเถียงนำเสนอความคิดลึกลงไปในกลุ่ม
อันทำให้คนดูสัมผัสถึงบุคลิกภาพของผู้เข้าแข่งขันได้อย่างเต็มที่นัก
แต่ก็เชื่อว่าเมื่อคนน้อยลง รายการก็จะมีเวลามากขึ้นในการถ่ายทอดภาพเหล่านี้
ของผู้แข่งขันแต่ละคนให้ทั่วถึงกัน

 เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | โจทย์ 4Ps | geranun.com
 เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | โจทย์ 4Ps | geranun.com

และน่าจะหรือควรจะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆในทุกเทปที่ออกมา เพราะมีข้อมูลสะท้อนของผู้บริโภค
โดยเฉพาะโลกอินเตอร์เน็ต และบอร์ดสำคัญๆ ที่มีคนเข้าเยอะมากอย่างพันทิป

นอกจากนั้นแล้วผมก็เห็นว่า ผู้เข้าแข่งขันเองก็สามารถที่จะใช้สื่ออินเตอร์เนต
เป็นเวทีที่แสดงความคิดเห็น และเล่าเรื่องของตัวเองเสริมได้(โดยจะเปิดเผยตัวหรือไม่ก็ได้)
อันเป็นช่องทางหนึ่งในการรับรู้ทัศนคติของผู้ชมครับ

ทีนี้จะเข้าเรื่องของภารกิจก็เขียนมาเสียยาว เดี๋ยวมาต่อ ภาค ๒ กันครับ…..(มีต่อ)
ปีนี้ เทป ชม.ครึ่ง คงจะไม่พอสำหรับบทความตอนเดียวเสียแล้ว

 เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๒ | โจทย์ 4Ps | geranun.com

เดี๋ยวมาคุยกันต่อครับ

เกมกลยุทธ์ ปี 2 ตอน ๑ | อ่านโจทย์ให้ออกก่อนจะเริ่มทำอะไร

วนมาครบรอบอีกปีนะครับมีหลายคนบ่นขอให้เขียนถึงสักหน่อย
เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ได้ดูกันสนุกขึ้น และมีรายละเอียดมุมมองเพิ่มเติม
ผมก็จะเขียนเล่าแบบเบาๆ ในมุมส่วนตัวแล้วกันนะครับ

ปีนี้ภารกิจแรก สำหรับนักการตลาดหน้าใหม่ไฟแรงที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทั้ง 12 คน
แทบจะเรียกได้ว่า นี่คือ การสอนมวยในสายการตลาดก็ว่าได้ เพราะโจทย์นี้เป็นแก่นสำคัญในการเริ่มต้นงานการตลาดทุกชิ้น
การที่ กรรมการให้โจทย์นี้ จึงเรียกได้ว่ามองภาพรวมของผู้เข้าแข่งขันและรู้ว่าควรจะให้โจทย์สำคัญอย่างไร
แม้จะน่าเสียดายว่าเทปนี้ พวกเขาจะตอบโจทย์ได้ไม่ถูกต้องตามที่ควรจะเป็น แต่ผมก็เชื่อว่าถ้าหากนำมาเป็นเคสการเรียนรู้
ก็จะเป็นประสบการณ์ที่สำคัญยิ่งสำหรับผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 คน
รวมถึงหลายๆคนที่กำลังศึกษาการตลาดทีเดียวครับ

ตัวโจทย์หลักเทปนี้  ก็คือ
การที่ทุกคน โดยเฉพาะหัวหน้าทีม ควรจะประเมินภาพรวมของโจทย์ให้ออกก่อน
ถ้ามองภาพรวมได้ ก็จะเห็นว่าควรจะวางกลยุทธอย่างไร
ก่อนที่จะวางกลยุทธก็จะต้องประเมินศักยภาพของทีมที่มีจุดแข็งจุดอ่อน

แกนสำคัญ คือ เราทุกคนควรจะรู้ถึงจุดยืนของภารกิจที่ตนเองกำลังจะทำ

คนเราถ้าไม่รู้จุดยืนตัวเองเลย จะทำอะไรมันก็จะทำไปทั้งๆที่ไม่รู้ (แต่คิดว่ารู้)
เราจึงต้องอ่านโจทย์ให้ออกก่อนว่าเราอยู่ในสถานะอะไร และพื้นที่ที่เรากำลังเข้าไปทำภารกิจเป็นอย่างไร
ก่อนที่เราจะกำหนดว่าในสภาพจุดยืนที่ยืนตรงนี้ เราจะทำอะไรที่ตอบโจทย์โดยตรง (ไม่ใช่ที่คิดเอาเองว่าจะทำ)

ก่อนที่เราจะกำหนดว่าโจทย์ที่ว่านั้น เราจะเลือกใช้กลยุทธอะไร ก่อนที่เราจะประเมินศักยภาพกำลังของทีม
รวมไปถึงวางงาน แบ่งหน้าที่ ใช้ความสามารถของบุคคลากรเพื่อให้ทีมเกิดประสิทธิภาพในการตอบโจทย์มากที่สุด
เราต้องรู้ว่าเรากำลังตอบโจทย์หลักของภารกิจแล้วหรือยัง

นี่คือสิ่งที่น่าเรียนรู้อย่างยิ่งจากภารกิจนี้

ภารกิจนี้ แค่ถามถึง ทักษะพื้นฐานของนักการตลาด ในการมองภาพรวมของภารกิจ Strategy Process
มองอย่างไรให้รู้จักจุดยืน เห็นสถานะตัวเอง เห็นสภาพรวมที่แท้จริง
แล้วก็ควรมองต่อ โดยข้ามชอตให้ออกว่าควรจะต้องทำอะไร เพราะอะไร
จึงจะมาตั้งทิศทางและวางกลยุทธที่ชัดเจนถูกต้อง

และแน่นอนอย่างน้อยภารกิจนี้ ก็เป็นบทเรียนที่ดี ควรค่าแก่การเติมและจดจำในประสบการณ์ครับ
คนเราตั้งเข็มผิด เริ่มประเด็นผิดมันก็ผิดทั้งกระบวนการ แม้ว่าในกิจกรรมนั้นๆมีหลายอย่างที่น่าสนใจ
รวมถึงการคิด การแก้ไขปัญหา และทางเลือกหลายๆจุด แต่เมื่อยังไม่เข้าใจว่ากำลังจะทำอะไรเพื่อตอบโจทย์
มันก็เลยเปะปะ แถมถลำตัวไปคนละทาง ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งเป๋

แต่ก็อย่างที่เข้าใจเพราะปีนี้ ทางรายการเน้น คนการตลาดรุ่นใหม่ ไฟแรง
ให้ความสด และให้โจทย์ในการเรียนรู้การตลาดที่คนดูเข้าใจ และติดตามได้ง่าย
แต่การปรับมาใช้เด็กๆรุ่นใหม่เป็นส่วนมาก ก้มีทั้งผลดีและผลเสียต่อเรียลลิตี้

ผลข้างเคียงที่เห้นได้ชัด คือ ทักษะการตลาดและมุมมองภาพรวมก็จะหลดหลั่นกันลงไป
ประสบการณ์การอ่านโจทย์ และตีโจทย์ให้แตก จึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กๆ ที่เพิ่งอยู่ในสายการตลาด
และต้องการเติมประสบการณ์เชิงการตลาดอีกมากในการเติบโต แม้จะมีหลายคนที่ตอบโจทย์ 2-3 ได้ใกล้เคียง
เช่น การลงพื้นที่ขาย การใช้คนที่กว้างขวางในพื้นที่ช่วยกระจายสินค้า และมีสัญญา เป็น SWOT ที่ดี
เพราะมีทั้งกำแพงข้อตกลงที่คู่แข่งเข้ามาเจาะได้ยาก การใช้ไอเดียกิจกรรมเฉพาะอย่างแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งทำบุญผมก็ว่าใช้ได้
ส่วนฝ่ายหญิงก็เห็นถึงความพยายามใรการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่น่าสนใจ การเจาะการขายในพื้นที่ก็ทำได้ดี
แต่เมื่อขาด 1 ที่เป็นทิศทางกลยุทธที่อ่านเกมออกไปแล้ว มันก็เลยกลายเป็นการแข่งขันการขายปลีกกันอุตลุด
การทำยอดทำเป้าขายของแข่งกัน โดยไม่สนใจรอบข้าง แม้กระทั่งคู่ค้าที่กรรมเคยบอกให้คำนึงถึงตั้งแต่โจทย์เริ่ม
จึงเป็นเรื่องน่าเสียดาย และพาทั้งสองทีมออกนอกประเด็นของโจทย์ขึ้นไปทุกที

การมุ่งทำเป้าการขาย จนลืมนึกถึงจรรยาบรรณของโจทย์ ทั้งที่กรรมการก็บอกแล้วว่าโอสถสภาคำนึงถึงอยู่เสมอว่า
ต้องคำนึงถึงผลกระทบของคู่ค้าในพื้นที่ และการมุ่งเป้าหมายของทีมฝ่ายเดียว โดยลืมคำนึงถึงผลกระทบโดยรวม
ย่อมหมายถึงทำผิดทิศทางของโจทย์

แต่ขณะเดียวกันเคสนี้ก็ชี้ชัดได้ว่า
กรรมการตัดสินไปตามเนื้อผ้า ไม่มีฝ่ายไหนที่จะได้เปรียบหรือชนะถ้าหากไม่สามารถตอบสนองโจทย์ที่ตั้งได้ถูกต้อง

อาจจะเรียกว่า เคี่ยว โหด แต่นี่ คือระบบการประเมินตัดสิน ที่ไม่ได้ตัดสินที่ความชอบชัง
แต่ตัดสินไปตามเนื้อผ้า จากศักยภาพ วิสัยทัศน์และความสามารถในการตอบสนองโจทย์ในเกม

ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนดูอย่างผมพึงใจ เพราะมันดูเข้าท่าเข้าทางกว่าเตี๊ยม หรืออวยให้ผ่านไปกันง่ายๆ
และเป็นจุดแข็งของรายการที่เด่นมากพอที่จะมองข้ามรายละเอียดตกหล่นเล็กๆน้อยๆในการทำรายการ

มีข้อสงสัยเล็กน้อยโดยส่วนตัวว่า ทั้งที่ทั้งสองทีมล้วนแล้วแต่มีเวลาเตรียมตัว
และหลังจากกรรมการให้โจทย์ ทำไมทั้ง 2 ทีมไม่ส่งตัวแทนไปเซอร์เวย์พื้นที่
รวมถึงเชคข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่อย่างเช่น สายสัมพันธ์ของคู่ค้าในพื้นที่ ว่าใครเป็นใคร มียอดสั่งซื้อเท่าไหร่
มียอดความเคลื่อนไหวของสินค้าอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ต่อสัปดาห์ ต่อเดือน

การเชคข้อมูลพื้นฐานพวกนี้ก่อนเริ่มงาน เป็นการให้ข้อมูลที่มีค่าโดยตรงกับเรา
ในการตัดสินใจว่าจะ”ทำอะไร” เลือกสินค้าอะไร จำนวนเท่าไหร่ และน่าจะใช้กลยุทธอะไร

คิดง่ายๆ..เราควรจะน่าลองเปิดประเด็น การส่งเสริมคู่ค้าเราในพื้นที่ไหม
พอเรามีข้อมูลเหล่านี้ เราสามารถประเมินจุดยืน แล้วยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจให้ในการสร้างเสริมคู่ค้าให้มียอดขายเพิ่มขึ้นได้ไหม
เช่น เราเสนอให้คู่ค้าว่า เรามีกิจกรรมช่วยส่งเสริมการขายให้ในพื้นที่ ของทั้งหมดในภารกิจสามารถแปรสภาพเป็นของในสตอกคู่ค้าได้ไหม
ถ้าชี้ให้เห็นว่าเขาจะได้รับประโยชน์อย่างไรได้จะแจ้ง เห็นผล win-win ทั้งสองฝ่าย เขาจะไม่เอาด้วยหรือ
ในเมื่อของทั้งหมด (ที่เราเชคข้อมูลมาแล้ว) ก็เท่ากับของที่เขาก็สั่งประจำอยู่แล้วจากทางโอสภสภา(กติกาไม่ได้บอกให้ขายปลีกหรือขายส่ง)
การซึมเข้าไปในระบบที่ทำกันอยู่แล้วของวงจรสินค้า และมาปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพ จึงเป็นทางเลือกสายหนึ่งสำหรับโจทย์นี้
และเมื่อคราวนี้มีกระสุนของแถมคือกิจกรรมส่งเสริมการขายให้ในพื้นที่ รวมไปถึงช่วยประชาสัมพันธ์คู่ค้าได้อีกนัด

ในโลกการตลาด พื้นฐานกลยุทธสำคัญอย่างหนึ่ง คือ การให้ความสำคัญในการรักษาลูกค้าที่ดีๆ ไว้ให้เหนียวแน่น
CEM (Customer Experience Management) และ CRM (Customer Relationship Management)
ถ้าเรามองภาพรวมถึงตรงนี้ข้ามชอต จะเห็นว่าเกมนี้ เราสามารถเลือกได้หลายกลุยุทธ เช่นตัวอย่างกลยุทธที่ผมเล่า
นอกจากตอบโจทย์ในสถานะขายสินค้าในฐานะขององค์กรที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่เรามีคู่ค้าในพื้นที่
เรายังช่วยเขาได้รับประโยชน์ไปพร้อมๆกับภารกิจ เป็นต้น
(ที่ว่าเป็นต้น เพราะที่จริง พอเรารู้จุดยืน และแนวทางการจัดการที่ถูกทาง ไอเดียอีกมากมายมันจะหลั่งไหลมาเอง)
ยิ่งมีเวลา 2 วัน แทบจะนั่งคุยประเมินผลกับคู่ค้าที่มีประสบการณ์จริงในพื้นที่ได้เลย

แต่เมื่อการเป็นการแข่งกันขายของไปแล้ว การปรับเปลี่ยนกลยุทธจึงยืนบนการตอบโจทย์ที่ผิดในระยะยาว
ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อองค์กร ทั้งในแง่การสูญเสียเวลา ทุน ฯลฯ แทนที่จะ Direct ไปสู่คำตอบ
(ที่ปกติก็หืดขึ้นคออยู่แล้ว เพราะต้องรบกับคู่แข่งอีกหลายศึก)

ถ้ามองอีกแง่ สำหรับตอน ๑ นี้ มันก็เป็นตัวอย่างสำหรับการเรียนรู้ของคนดูให้เห็นถึงความสำคัญ
ของการอ่านโจทย์ให้ออกก่อนที่จะเริ่มงาน ว่าถ้าไม่อ่านให้เข้าใจแล้วมันเปะปะอย่างไร รวมถึงเป็นบทเรียนสำคัญ
ทั้งที่หลายๆ คนมีความสามารถ ในขณะรับโจทย กรรมการก็มีการพูดถึงไปรอบนึงแล้ว ถ้าหากผู้เล่นตั้งใจฟัง

ปีนี้ผมว่าน่าจะดูง่ายขึ้น เพราะมีช่วงที่ ผศ.รอ.นพ.ดร.สุมาส วงศ์สุนพรัตน์ มาอธิบายโจทย์ให้คนดูฟังด้วยว่ามันหมายถึงอะไร
รวมไปถึงมาสรุปคร่าวๆกันให้ชัดๆเลยว่าโจทย์ที่ตั้งนี่ มองอะไร ประเมินถึงอะไร ก่อนหน้าเกมในภารกิจ ทำให้ดูตามและเห็นภาพมากขึ้น
คนดูก็น่าจะเข้าใจง่ายขึ้น และถ้าหากผู้แข่งขันทุกคนได้กลับมานั่งดูก็คงจะตอบได้ว่าหลงลืมอะไรไป (อย่างไม่น่าลืมอีกเลยในการทำงานอนาคต)
ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้น แทนที่จะต้องปล่อยให้คนดูเข้าใจเอง และไม่ต้องมีคนมาอธิบายเสริม(อย่างผม)มาก

เกมกลยุทธ์ปีนี้ เราน่าจะได้เห็น ทางกรรมการมาอธิบายโจทย์ รวมถึงประเด็นของโจทย์มากขึ้น ซึ่งข้อนี้ผมว่ารายการทำได้ดีกว่าเดิม
อาจเพราะมีเวลามากขึ้นในแต่ละเทป ซึ่งจะทำให้คนดูได้รับสาระประโยชน์มากกว่าเดิม
การอธิบายโจทย์ รวมถึงจุดสำคัญในการพิจารณามากขึ้นให้คนดูเข้าใจ โดยไม่ต้องรอให้ผู้เข้าแข่งขันตอบได้เสมอไป
ช่วยให้คนดูติดตามรายการอย่างผู้รู้มากขึ้น

สิ่งที่น่าห่วง คือ ระดับของคนกำหนดโจทย์ กับผู้แข่งขันที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ ไฟแรงในการตลาด มีความต่างของระดับประสบการณ์เยอะมาก
การตอบโจทย์ในปีนี้อาจจะแตกต่างไปจากปีที่แล้ว แต่ก็จะได้เห็นแง่มุมที่น่าสนใจของพัฒนาการด้านการตลาดของแต่ละคน

จุดที่น่าติดตาม อีกข้อคือ ปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วสำหรับทีมงานผลิต
ซึ่งก็เป็นโจทย์สำคัญของทีมงานเช่นกันว่า มองภาพรวมของเกมนี้เป็นอย่างไร
และมองข้ามชอตในการวางกลยุทธของรายการอย่างไร ในการนำเสนอ

การขยับเวลามากขึ้น 1 ชม.ครึ่ง แต่จำนวนตอนที่น้อยลง
การเปลี่ยนช่วงเวลาที่ดึกขึ้นโดยมีแรงเบียดอย่างเกมเรียลลิตี้เด็กๆอย่าง the training ก็เช่นกัน
รวมไปถึงเรทติ้ง และปฏิกริยาตอบรับของคนดูก็เป็นโจทย์สำคัญ (สำหรับช่อง) ในการประเมินทั้งสิ้น
เวลาที่เพิ่มขึ้นทำอย่างไรให้คนดูติดตามสนุก และได้สาระไปพร้อมๆกันนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย
เรียกได้ว่ามีปนี้แรงกดดันมากกว่าปี่ก่อนแน่ๆ

เอาใจช่วย และเชียร์ครับ เพราะความที่มีสาระในความสนุก
ถ้าลงตัวแล้วจะกลายเป็นผู้นำในวงการเรียลลิตี้อีกสายหนึ่งที่ยากต่อการเลียนแบบมากๆ

ปล.ปีนี้ เปิดให้เม้นกันในหัวข้อได้เลยนะครับ ใครมีข้อสังเกตที่น่าสนใจอยากเขียนอยากเล่า ผมมีของที่ระลึกให้สำหรับ คห.ที่ถูกใจครับ
เอาย้อนหลังมาให้ดูประกอบ ออกจะยาวหน่อย ถ้ามีเวลาจะตัดช่วงสำคัญๆมาให้ดูกันครับ แต่อยากให้ดูภาพรวมของรายการด้วย

GERANUN.COM is Digg proof thanks to caching by WP Super Cache